ก้าวสู่ตลาดมืดเฟิงหลิง

เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นอย่างชัดเจนจากพงไม้ทึบ!

เสิ่นชิงฮวนและชุนเถาพลันแข็งค้างในทันที สรรพเสียงรอบกายเงียบงันลงอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของพวกนาง

ม่านตาของเสิ่นชิงฮวนหดเล็กลง วูบหนึ่งนางเตรียมพร้อมจะซัดเข็มพิษที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อออกไปอีกครั้ง ทว่าสัญชาตญาณกลับร้องเตือนว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพุ่มไม้นั้น... ไร้ซึ่งจิตสังหาร

นางยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ชุนเถาเงียบเสียง ก่อนจะเพ่งสมาธิไปยังทิศทางนั้น

*ซ่า...*

เงาสีน้ำตาลปราดเปรียวพุ่งทะยานออกจากพงหญ้า เผยให้เห็นร่างของกวางป่าตัวหนึ่งที่ตื่นตกใจ มันกระโจนหนีหายเข้าไปในป่าลึกอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดและใบไม้ที่ยังคงสั่นไหว

ชุนเถาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกจนแทบจะทรุดลงกับพื้น “ที่แท้... ที่แท้ก็เป็นแค่กวางป่า ข้าตกใจแทบสิ้นสติแล้วเจ้าค่ะ คุณหนู”

เสิ่นชิงฮวนมิได้ผ่อนคลายลงเท่าใดนัก นางทอดสายตามองรอบกายอย่างระแวดระวัง “อันตรายบนภูเขาชุยเวยมิได้มีเพียงสัตว์ป่า” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “เมื่อครู่เป็นกวางป่า แต่ครั้งหน้าอาจมิใช่ เราต้องรีบลงจากเขา”

เหตุการณ์ลอบสังหารนี้เป็นดั่งเสียงระฆังที่ปลุกเตือนนาง หลินหว่านหรูจะไม่มีวันปล่อยให้นางอยู่อย่างสงบสุข การรอคอยอย่างไร้การป้องกันมีแต่จะนำไปสู่ความตายเท่านั้น!

เมื่อกลับถึงเรือนซอมซ่อหลิวหลี ชุนเถาก็รีบไปต้มน้ำด้วยสีหน้ายังไม่หายตื่นตระหนก ส่วนเสิ่นชิงฮวนปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะนำสมุนไพรที่เก็บมาได้วางลงบนโต๊ะ

นางพินิจสมุนไพรเหล่านั้น ‘พิษบุปผาโลหิต’ ที่กัดกร่อนใบหน้าของนางนั้นร้ายกาจยิ่งนัก สมุนไพรทั่วไปเหล่านี้ทำได้เพียงบรรเทาอาการ แต่หากจะถอนรากถอนโคนพิษ จำเป็นต้องใช้สมุนไพรหายากอีกหลายชนิด เช่น ‘บัวหิมะพันปี’ และ ‘หญ้าวิญญาณม่วง’ ซึ่งล้วนมีราคาสูงลิบลิ่วในตลาด

เงินทุน... คือสิ่งแรกที่นางต้องการในตอนนี้

สายตาของนางเหลือบไปเห็น ‘ต้นหญ้าสมานเลือด’ ซึ่งเป็นสมุนไพรพื้นๆ ที่หาได้ทั่วไปบนภูเขา พลันความคิดหนึ่งก็ผุดวาบขึ้นในใจ

เสิ่นชิงฮวนหลับตาลง จิตของนางจมดิ่งลงสู่มิติช่องว่างอันเป็นมรดกของมารดา ในมิตินี้มีเพียงเสียงของระบบสังเคราะห์พิษไร้เงาดังขึ้นอย่างเย็นชา

“ยืนยันคำสั่ง โหมดสังเคราะห์โอสถ”

นางนำหญ้าสมานเลือดทั้งหมดที่เก็บมาได้เข้าสู่กระบวนการในมิติ แสงสีเขียวอ่อนโอบล้อมสมุนไพรเหล่านั้น ก่อนที่ระบบจะเริ่มทำการสกัดและหลอมรวมแก่นแท้ของมันด้วยความเร็วสูง สิ่งเจือปนถูกขจัดออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแก่นโอสถที่บริสุทธิ์ถึงขีดสุด

เพียงหนึ่งเค่อ* ต่อมา ในมือของนางก็ปรากฏตลับกระเบื้องเคลือบสีขาวขนาดเล็กขึ้นสามตลับ เมื่อเปิดออก กลิ่นหอมสะอาดของโอสถก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง เนื้อยาสีเขียวมรกตใสกระจ่างราวกับหยกชั้นดี นี่คือยาสมานแผลที่ถูกยกระดับด้วยระบบจนมีความบริสุทธิ์เทียบเท่าโอสถขั้นสอง!

“ชุนเถา” นางเรียกสาวใช้

“เจ้าคะ คุณหนู”

“เตรียมเสื้อผ้าสีเข้มชุดหนึ่งให้ข้า พร้อมกับหมวกคลุมหน้า” เสิ่นชิงฮวนออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว “ข้าจะเข้าไปในเมือง”

ชุนเถาเบิกตากว้าง “แต่...แต่คุณหนูเจ้าคะ ท่านจะออกไปข้างนอกได้อย่างไร หากคนของฮูหยิน...”

“ข้าย่อมมีวิธีของข้า” เสิ่นชิงฮวนตัดบท “เจ้าอยู่ที่นี่ เฝ้าเรือนให้ดี อย่าเปิดประตูให้ผู้ใดเด็ดขาด ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม”

แววตาที่แน่วแน่และพลังอำนาจที่มองไม่เห็นซึ่งแผ่ออกมาจากร่างของคุณหนู ทำให้ชุนเถาไม่กล้าเอ่ยค้านอีกแม้แต่ครึ่งคำ นางทำได้เพียงพยักหน้ารับและรีบไปจัดเตรียมของตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว

ยามบ่ายคล้อย เสิ่นชิงฮวนในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้ม สวมหมวกมี่ลี่* ที่มีผ้าโปร่งสีดำทิ้งชายลงมาบดบังใบหน้าและรูปพรรณสันฐานจนหมดสิ้น นางก้าวออกจากเรือนหลิวหลี มุ่งหน้าสู่สถานที่ซึ่งเป็นดั่งโลกอีกใบที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ความเจริญของราชวงศ์ต้าฉี... ตลาดมืดเฟิงหลิง

ตลาดมืดเฟิงหลิงตั้งอยู่ในตรอกซอยอันซับซ้อนทางทิศตะวันตกของเมือง ทางเข้าคือโรงเตี๊ยมซอมซ่อไร้ผู้คน เพียงยื่นป้ายไม้สลักรูปใบเฟิงหลิงให้เถ้าแก่ เขาก็จะนำทางไปยังประตูลับหลังร้านโดยไม่เอ่ยคำใด

ทันทีที่ก้าวผ่านประตูนั้นเข้าไป สรรพเสียงจอแจด้านนอกก็พลันเงียบหายไป ถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศอันลึกลับและกดดัน ทางเดินใต้ดินที่ทอดยาวประดับด้วยโคมไฟสีแดงสลัว เผยให้เห็นโถงถ้ำขนาดมหึมาเบื้องหน้า ที่นี่คือตลาดมืดเฟิงหลิง แหล่งรวมของผิดกฎหมาย สินค้าหายาก และความลับทุกชนิด

ผู้คนเดินขวักไขว่ แต่ส่วนใหญ่ล้วนสวมหน้ากากหรือผ้าคลุมหน้าเพื่อปกปิดตัวตน การซื้อขายเป็นไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นประปรายก่อนจะจางหายไปในความมืด

เสิ่นชิงฮวนก้าวเดินอย่างมั่นคง สายตาภายใต้ผ้าคลุมกวาดมองไปรอบกายอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินสถานการณ์ นี่คือครั้งแรกที่นางมาเยือนสถานที่เช่นนี้ แต่ด้วยความทรงจำจากศตวรรษที่ 21 ทำให้นางปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

ขณะที่นางกำลังเดินผ่านร้านขายอาวุธร้านหนึ่ง เงาร่างของบุรุษในชุดสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ก้าวสวนทางไปอย่างเงียบเชียบ ร่างกายของเขาดูผ่อนคลาย แต่ดวงตากลับคมปานเหยี่ยว คอยสอดส่องทุกความเคลื่อนไหวรอบกาย บุรุษผู้นั้นคือมู่ไป๋ องครักษ์เงาคนสนิทของกู้หนานเยวียน เขามาที่นี่ตามคำสั่งเพื่อสืบหาเบาะแสของกลุ่มนักฆ่าที่ใช้ ‘ศรดอกทานตะวัน’ ลอบโจมตีนายของตน สายตาของเขากวาดผ่านร่างของเสิ่นชิงฮวนไปโดยไม่ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษ ด้วยในตลาดมืดแห่งนี้ สตรีลึกลับที่สวมหมวกคลุมหน้าเช่นนางมีให้เห็นอยู่ทั่วไป

เส้นทางของทั้งสองตัดผ่านกันเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะแยกจากกันไปคนละทิศทาง

เป้าหมายของเสิ่นชิงฮวนคือร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดในตลาดมืดแห่งนี้ ‘หอโอสถร้อยพิษ’ ป้ายไม้ขนาดใหญ่แขวนเด่นอยู่ไม่ไกล นางไม่ลังเลที่จะก้าวเข้าไปด้านใน

กลิ่นสมุนไพรและของล้ำค่ามากมายปะทะเข้ากับจมูกทันทีที่นางก้าวข้ามธรณีประตู ชั้นวางที่ทำจากไม้เนื้อดีตั้งเรียงรายจรดเพดาน บนนั้นเต็มไปด้วยขวดกระเบื้องและโถยาหลากสีสัน

หลงจู๊* วัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังคิดลูกคิดอยู่หลังเคาน์เตอร์ เมื่อเห็นลูกค้าใหม่เข้ามา เขาก็เงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาประเมินค่า

“แม่นางต้องการสิ่งใด” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เสิ่นชิงฮวนไม่ตอบคำ แต่กลับวางตลับกระเบื้องสีขาวตลับหนึ่งลงบนเคาน์เตอร์ไม้เบาๆ

“ข้าต้องการขายยานี้” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดัดให้ทุ้มต่ำลงเล็กน้อย

หลงจู๊ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะในใจ ยาจากสตรีลึกลับไร้ที่มาเช่นนี้ จะมีค่าสักเท่าใดกันเชียว? แต่เมื่อเขาเปิดตลับออกตามมารยาท กลิ่นหอมอันบริสุทธิ์และเข้มข้นของโอสถก็พลันลอยออกมา ทำให้สีหน้าดูแคลนของเขาเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจในบัดดล

เนื้อยาสีมรกตใสดุจแก้วสะท้อนแสงจากโคมไฟ เป็นประกายวูบวาบ พลังโอสถที่แฝงอยู่ภายในนั้นเข้มข้นจนสัมผัสได้!

ดวงตาของหลงจู๊ฉายแววละโมบขึ้นมาทันที แม้จะตกตะลึงกับคุณภาพของยา แต่ในฐานะพ่อค้าในตลาดมืด เขาย่อมมองเห็นโอกาสในการกดราคา เขารีบซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย เตรียมจะเอ่ยปากเสนอราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างน่าเกลียด

ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้ทันเอ่ยวาจาใดๆ

“เดี๋ยวก่อน...”

เสียงทุ้มลึกที่แฝงไว้ด้วยอำนาจและประสบการณ์ดังขึ้นจากด้านในของหอโอสถ ร่างของชายชราผมขาวในชุดผ้าป่านเรียบง่ายผู้หนึ่งก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า แต่ทุกย่างก้าวกลับหนักแน่นมั่นคง สายตาของเขาจับจ้องไปยังตลับยาในมือหลงจู๊ไม่วางตา

“ยาตลับนี้... ข้าผู้เฒ่าขอชมดูสักหน่อยได้หรือไม่?”

---

* **เค่อ (刻)**: หน่วยเวลานับของจีนโบราณ เทียบเท่ากับประมาณ 15 นาที

* **มี่ลี่ (幂籬)**: หมวกทรงกรวยของสตรีในสมัยโบราณ มีผ้าโปร่งคลุมยาวลงมาเพื่อปิดบังใบหน้า

* **หลงจู๊ (掌柜)**: ผู้จัดการร้าน หรือเถ้าแก่