สั่งสอนอันธพาล
กลิ่นอายอันตรายลอยมาปะทะร่างทันที... ดูเหมือนว่าเงินก้อนแรกที่นางหามาได้ จะดึงดูดปัญหามาไวกว่าที่คิด
เสิ่นชิงฮวนมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ฝีเท้าของนางยังคงสม่ำเสมอ ก้าวเข้าสู่ความมืดมิดของตรอกอย่างไม่ลังเล คล้ายกับว่าเงาร่างกำยำหลายสายที่ซ่อนตัวอยู่เป็นเพียงอากาศธาตุ ในความมืดนั้น ดวงตาหงส์ภายใต้ผ้าคลุมกลับเปล่งประกายเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งพันปี
"หึๆ... แม่นางน้อยช่างกล้านัก เดินเข้าถ้ำเสือด้วยตัวเองเลยรึ" เสียงแหบห้าวและหยาบกร้านดังขึ้นจากมุมหนึ่ง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษร่างใหญ่สามสี่คน พวกมันก้าวออกมาจากเงามืด ปิดล้อมทั้งทางเข้าและทางออกของตรอกจนหมดสิ้น
ชายผู้เป็นหัวหน้าซึ่งมีรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาข้างหนึ่งเลียริมฝีปากแห้งผาก สายตาละโมบจับจ้องไปยังห่อสมุนไพรและถุงเงินที่เสิ่นชิงฮวนถือไว้อย่างไม่ปิดบัง "ส่งเงินและของในมือเจ้ามาซะดีๆ แล้วพวกข้าจะไว้ชีวิตเจ้าหนูสกปรกอย่างเจ้า"
"หากข้าไม่ให้เล่า?" เสิ่นชิงฮวนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ปราศจากความหวาดหวั่นใดๆ ท่าทีสงบนิ่งของนางทำให้เหล่าอันธพาลชะงักไปชั่วครู่ พวกมันคุ้นเคยกับเสียงกรีดร้องและอาการตัวสั่นงันงกของผู้คน ไม่ใช่ความเยือกเย็นเช่นนี้
หัวหน้าอันธพาลหัวเราะลั่น "ปากดีนักนะ! ดูเหมือนว่าวันนี้พวกข้าคงต้องสั่งสอนให้เจ้ารู้ว่านรกมีจริง!"
สิ้นคำพูด อันธพาลอีกสองคนก็ชักมีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมา แสงจันทร์สลัวที่ส่องลอดลงมาสะท้อนกับคมมีดเป็นประกายวูบวาบ มุ่งหมายจะข่มขวัญสตรีตรงหน้า
ทว่าเสิ่นชิงฮวนกลับไม่แม้แต่จะปรายตามองคมมีดเหล่านั้น ในใจของนางพลันปรากฏหน้าต่างโปร่งแสงจากระบบขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ
[ระบบสังเคราะห์พิษไร้เงา: ตรวจพบเจตนาสังหารจากศัตรู แนะนำให้ใช้ 'พิษหลอนประสาทขั้น 2']
[คุณสมบัติ: สร้างภาพหลอนที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดจากจิตใต้สำนึกของเป้าหมาย ทำให้เกิดความสับสนคลุ้มคลั่งและทำร้ายพวกเดียวกันเอง ไร้สี ไร้กลิ่น ออกฤทธิ์ภายในสิบชั่วลมหายใจ]
นางไม่ได้รอช้า จิตของนางสั่งการไปยังระบบทันที ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ผงพิษละเอียดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็ถูกสังเคราะห์ขึ้นภายในมิติช่องว่างและส่งผ่านมายังปลายนิ้วของนาง
เสิ่นชิงฮวนยกมือขึ้นทำทีปัดชายแขนเสื้อที่เปรอะเปื้อนฝุ่นเล็กน้อย การกระทำที่ดูธรรมดาสามัญนั้น กลับเป็นการปลดปล่อยม่านหมอกแห่งความตายที่มองไม่เห็นให้ลอยล่องไปในอากาศอย่างเงียบเชียบที่สุด
"คิดจะถ่วงเวลารึ!" หัวหน้าอันธพาลคำราม มันหมดความอดทนแล้ว "จัดการมัน!"
ทันทีที่มันออกคำสั่ง ร่างของมันก็พลันแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหดเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ภาพของเสิ่นชิงฮวนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพลันบิดเบี้ยว กลายเป็นอสูรกายร่างมหึมาจากขุมนรก ดวงตาสีเลือดจ้องเขม็งมาที่มันราวกับจะฉีกกระชากวิญญาณ
"อ๊ากกก! ปีศาจ! มีปีศาจ!" มันร้องลั่นอย่างเสียสติ ถอยหลังกรูดไปหลายก้าว
ลูกน้องของมันที่กำลังจะพุ่งเข้าใส่เสิ่นชิงฮวนก็หยุดชะงักเช่นกัน ในสายตาของพวกมัน บัดนี้สหายร่วมแก๊งที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับกลายเป็นเจ้าหนี้ที่พวกมันเคยหักหลังและสังหารทิ้ง ใบหน้าของพวกมันซีดเผือด เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเย็นเยียบ
"เจ้า... เจ้ายังไม่ตาย! อย่าเข้ามานะ!" อันธพาลคนหนึ่งชี้มีดไปยังสหายของตนด้วยมือที่สั่นเทา
"สมบัติเป็นของข้า! เจ้ากล้ามาแย่งรึ!" อีกคนหนึ่งตะโกนลั่น ในสายตาของมัน ห่อสมุนไพรในมือของเสิ่นชิงฮวนได้กลายเป็นหีบสมบัติที่ส่องประกายเรืองรอง
ความโกลาหลบังเกิดในบัดดล!
"เคร้ง!"
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้อง เหล่าอันธพาลที่เมื่อครู่ยังเป็นพวกเดียวกัน บัดนี้กลับหันคมมีดเข้าใส่กันอย่างบ้าคลั่ง พวกมันต่างเห็นภาพหลอนอันเป็นความหวาดกลัวที่ฝังลึกที่สุดในจิตใจ และตอบสนองด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อน
"ข้าจะฆ่าเจ้า!"
"ตายซะเถอะ!"
ตรอกที่เคยเงียบสงบแปรเปลี่ยนเป็นโรงละครวิปลาสในชั่วพริบตา เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดและเสียงคำรามด้วยความคลุ้มคลั่งดังระงมไปทั่ว เสิ่นชิงฮวนยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ร่างของนางราวกับเป็นศูนย์กลางของพายุ แต่กลับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แม้แต่น้อย
นางมองภาพอันน่าสมเพชเบื้องหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น "ของที่ไม่ใช่ของตน... อย่าได้คิดโลภ"
กล่าวจบนางก็หมุนกายเดินจากไปอย่างไม่ไยดี เสียงการต่อสู้และความบ้าคลั่งยังคงดำเนินต่อไปเบื้องหลัง แต่มันหาได้อยู่ในความสนใจของนางอีกต่อไปไม่
เสิ่นชิงฮวนก้าวออกจากตรอกมรณะนั้นอย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงเหล่าคนชั่วที่กำลังทำลายล้างกันเองจนบาดเจ็บสาหัสปางตาย
ไม่นานนัก เสียงอึกทึกผิดปกติก็ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าและนักท่องราตรีในตลาดมืดเฟิงหลิงให้มาชุมนุมกันที่ปากตรอก เมื่อมีคนใจกล้าถือคบไฟส่องเข้าไป ก็ถึงกับต้องผงะถอยหลังออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือด
ภาพที่เห็นคือร่างของเหล่าอันธพาลชื่อกระฉ่อนนอนกองกันอยู่บนพื้น บ้างก็หมดสติ บ้างก็ยังคงพึมพำถึงปีศาจและอสูรกายด้วยแววตาเลื่อนลอย ทุกคนมีบาดแผลฉกรรจ์ แต่กลับไม่มีร่องรอยของผู้ลงมือคนอื่นแม้แต่น้อย ราวกับว่าพวกมันทำร้ายกันเอง!
"สวรรค์... เกิดอะไรขึ้นกับพวกอาหู่"
"ข้าได้ยินพวกมันร้องว่ามีปีศาจ... น่ากลัวเกินไปแล้ว!"
ข่าวลือแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง เรื่องราวของกลุ่มอันธพาลที่คลุ้มคลั่งทำร้ายกันเองในตรอกมืด กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่น่าหวาดหวั่นที่สุดในตลาดมืดคืนนั้น และชื่อของ "ผู้ใช้พิษลึกลับ" ที่สามารถควบคุมจิตใจคนได้ ก็เริ่มเป็นที่กล่าวขานและหวาดเกรงขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ
ฝ่ายเสิ่นชิงฮวนนั้นหาได้สนใจเรื่องราวเบื้องหลังไม่ นางมุ่งหน้ากลับสู่เรือนหลิวหลีที่รกร้างอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงที่หมาย แสงจันทร์นวลสาดส่องลงมากระทบใบหน้าครึ่งซีกที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นอัปลักษณ์ นางยกมือขึ้นสัมผัสรอยแผลเป็นนั้นเบาๆ ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ในมือนางคือกำหญ้าคืนวิญญาณเจ็ดดาว รากแก้วอัสนี และเกล็ดวารี... สมุนไพรสำหรับถอนพิษขั้นแรกอยู่ในกำมือแล้ว
ทว่าตำรับยาโบราณได้บันทึกไว้ชัดเจน กระบวนการถอนพิษบุปผาโลหิตนั้นต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดราวกับถูกฉีกกระชากทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ
เสิ่นชิงฮวนสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของดินและความชื้นยามค่ำคืนช่วยให้จิตใจสงบลงเล็กน้อย นางมองตรงไปยังเงาสะท้อนอันเลือนรางของตนบนผิวน้ำในอ่างบัวที่แตกร้าว พลางกระซิบกับตนเอง
"ความเจ็บปวดเป็นเพียงหนทาง... หนทางสู่การทวงคืนทุกสิ่ง คืนนี้... คือจุดเริ่มต้น"