เริ่มการถอนพิษ

ราตรีกาล ณ เรือนหลิวหลีเงียบสงัด เย็นเยียบจับขั้วหัวใจ แสงจันทร์ซีดเซียวอาบไล้หลังคาที่ผุพัง สะท้อนเงาตะคุ่มน่าหวาดหวั่น ทันทีที่เสิ่นชิงฮวนก้าวข้ามธรณีประตูเรือน ร่างเล็กของชุนเถาก็ถลาออกมาจากมุมมืดด้วยใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา

"คุณหนู! ในที่สุดท่านก็กลับมา บ่าว... บ่าวเป็นห่วงแทบขาดใจ"

เสิ่นชิงฮวนวางมือบนไหล่ของสาวใช้คนสนิท แววตาอ่อนลงเล็กน้อย "ข้ากลับมาแล้ว ไม่ต้องกังวล"

นางไม่ได้เล่าเรื่องราวที่ตลาดมืดให้ชุนเถาฟัง เพราะไม่ต้องการให้เด็กสาวต้องมาหวาดกลัวมากไปกว่านี้ นางยื่นห่อผ้าที่บรรจุสมุนไพรให้ "ชุนเถา ฟังข้าให้ดี คืนนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรือได้ยินเสียงอะไรจากในห้องของข้า เจ้าห้ามเข้ามาเด็ดขาด หน้าที่ของเจ้าคือเฝ้าหน้าประตูไว้ ห้ามให้ผู้ใดเข้ามารบกวน เข้าใจหรือไม่?"

น้ำเสียงของนางทั้งสงบและเด็ดขาดจนน่าประหลาด ชุนเถาที่กำลังจะเอ่ยถามได้แต่พยักหน้ารับคำอย่างมึนงง ในใจพลันรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีอย่างรุนแรง แต่นางก็เชื่อใจคุณหนูของตนเสมอมา "บ่าว... บ่าวเข้าใจเจ้าค่ะ จะไม่ให้แมลงวันแม้แต่ตัวเดียวบินผ่านประตูเข้าไปได้!"

เสิ่นชิงฮวนพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะหันหลังเดินเข้าห้องนอนอันซอมซ่อของตนไปอย่างไม่ลังเล บานประตูไม้เก่าแก่ปิดลง พร้อมกับกั้นสองโลกออกจากกัน

ภายในห้องอันมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างพอให้เห็นเงาเลือนราง เสิ่นชิงฮวนไม่ได้จุดตะเกียง นางวางห่อสมุนไพรลงบนโต๊ะไม้ที่โยกเยก เพียงหลับตาลงชั่วพริบตาเดียว สติของนางก็เข้าสู่ "มิติช่องว่าง" อันเป็นมรดกจากมารดา

ภาพตรงหน้าแปรเปลี่ยนเป็นดินแดนแห่งความฝัน สวนสมุนไพรทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ลำธารใสไหลริน ข้างกันคือตำหนักโอสถที่ตั้งตระหง่าน นางไม่รอช้า ตรงไปยังแท่นศิลาหยกขาวซึ่งเป็นที่ตั้งของ "ระบบสังเคราะห์พิษไร้เงา"

*ติ๊ง! ยืนยันวัตถุดิบ: หญ้าคืนวิญญาณเจ็ดดาว, รากแก้วอัสนี, เกล็ดวารี... วัตถุดิบสำหรับการถอนพิษบุปผาโลหิตขั้นต้นครบถ้วน ต้องการเริ่มกระบวนการปรุงโอสถหรือไม่?*

"เริ่ม" นางสั่งในใจ

สิ้นคำสั่ง โถบดยาศิลาขาวปรากฏขึ้นเบื้องหน้า สมุนไพรทั้งสามลอยขึ้นจากห่อผ้าแล้วลอยเข้าไปในโถ ก่อนจะถูกบดขยี้และผสมผสานกันด้วยพลังงานลึกลับจนกลายเป็นของเหลวสีเขียวเข้มข้นหนืดข้นราวกับน้ำมันดิน ส่งกลิ่นหอมเย็นประหลาดแทรกด้วยกลิ่นอายแห่งความอันตรายออกมาจางๆ

เมื่อโอสถถอนพิษพร้อมแล้ว เสิ่นชิงฮวนจึงนำจิตกลับสู่ร่าง นางเปิดฝาตลับที่บรรจุของเหลวสีเขียวมรกตออกมา ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านกระทบผิวจนขนลุกชัน นี่คือยาถอนพิษขั้นแรกตามที่ตำรับโบราณบันทึกไว้ และยังเป็นยาพิษที่จะทำลายพิษเดิมด้วยความเจ็บปวดที่มากกว่าร้อยเท่า

นางไม่ลังเลแม้แต่น้อย ใช้นิ้วปาดตัวยาขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนจะบรรจงทาลงบนรอยแผลเป็นที่น่าเกลียดบนใบหน้าครึ่งซีกของตน

วินาทีที่ตัวยาเย็นเฉียบสัมผัสผิว ความเจ็บปวดราวกับถูกเหล็กร้อนแดงนาบก็พลันปะทุขึ้น!

"อึก!"

เสิ่นชิงฮวนกัดฟันแน่น ร่างกายสั่นสะท้านราวกับลูกนกในพายุ ความเจ็บปวดแล่นปราดจากใบหน้าลามไปทั่วทุกอณูของร่างกาย ราวกับมีมดไฟนับหมื่นล้านตัวกำลังกัดกินอยู่ใต้ผิวหนัง ความรู้สึกแสบร้อนราวกับถูกกรดสาดใส่ ทำให้โลกทั้งใบของนางพร่าเลือนไปในบัดดล

เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาจากหน้าผากราวกับสายน้ำ นางล้มลงไปกองกับพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ เล็บจิกเข้าเนื้อจนเลือดซิบ แต่นางกลับไม่ยอมเปล่งเสียงร้องออกมาแม้แต่คำเดียว ในหัวมีเพียงภาพของหลินหว่านหรูและเสิ่นชิงโหรวที่กำลังยิ้มเยาะเย้ยนาง

*ไม่ได้... ข้าจะยอมแพ้ไม่ได้! ความเจ็บปวดแค่นี้ เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่พวกมันทำกับข้า!*

ด้านนอกประตู ชุนเถาได้ยินเสียงของหนักหล่นกระทบพื้นก็ใจหายวาบ นางรีบเอาหูแนบกับบานประตู ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่ขาดห้วงและเสียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันของคุณหนู "คุณหนู! คุณหนูเจ้าคะ! เป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ ให้บ่าวเข้าไปนะเจ้าคะ!"

ความเงียบคือคำตอบที่น่าหวาดหวั่นที่สุด ชุนเถาใจแทบสลาย แต่คำสั่งของคุณหนูยังคงก้องอยู่ในหู นางทำได้เพียงกำหมัดแน่น ยืนตัวตรงแน่วเป็นยามผู้ซื่อสัตย์อยู่หน้าประตู น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างเงียบเชียบ

ภายในห้อง เวลาราวกับหยุดนิ่ง ความเจ็บปวดแผ่ซ่านเป็นระลอกคลื่นครั้งแล้วครั้งเล่า โจมตีสติสัมปชัญญะของเสิ่นชิงฮวนอย่างบ้าคลั่ง แต่ในทุกระลอกของความเจ็บปวด นางกลับรู้สึกได้ถึงพลังชีวิตสายหนึ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นใต้ผิวหนัง ต่อสู้กับพิษร้ายที่เกาะกินใบหน้าของนางมานานแรมปี

มันคือสงคราม... สงครามที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของนางเอง!

เวลาผ่านไปนานเท่าใดมิอาจทราบได้ อาจเป็นเพียงหนึ่งชั่วยาม หรืออาจจะยาวนานราวกับชั่วชีวิต ในที่สุดความเจ็บปวดที่ราวกับจะฉีกกระชากวิญญาณก็ค่อยๆ บรรเทาลง เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นๆ และคันยิบๆ บนใบหน้า

เสิ่นชิงฮวนที่นอนขดตัวบนพื้นค่อยๆ พยุงร่างที่อ่อนเปลี้ยเพลียแรงของตนลุกขึ้น นางเดินโซซัดโซเซไปยังอ่างน้ำทองเหลืองที่บิ่นๆ ใบหนึ่ง มองลงไปยังเงาสะท้อนบนผิวน้ำที่สั่นไหวตามแสงจันทร์

ภาพที่ปรากฏทำให้นางแทบหยุดหายใจ!

รอยแผลเป็นตะปุ่มตะป่ำที่เคยมีสีแดงคล้ำน่ากลัว บัดนี้กลับดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด ความบวมแดงลดลง ผิวบริเวณนั้นที่เคยแข็งกระด้างราวกับหนังแห้ง บัดนี้กลับดูเรียบเนียนขึ้นเล็กน้อย แม้จะยังไม่กลับมาเป็นปกติ แต่ก็นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าอัศจรรย์!

มุมปากของเสิ่นชิงฮวนยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างยากเย็น แม้ร่างกายจะอ่อนล้าจนแทบยืนไม่ไหว แต่ดวงตาของนางกลับสว่างวาบเจิดจ้ากว่าครั้งใด

นี่เป็นเพียงก้าวแรก... ก้าวแรกบนเส้นทางแห่งการทวงคืน!

ขณะเดียวกัน ณ จวนเสนาบดีในเมืองหลวงจิงอวิ๋นที่หรูหราโอ่อ่า

หลินหว่านหรูในชุดแพรปักลายหงส์ นั่งจิบชาอยู่บนตั่งไม้จันทน์หอม ใบหน้างดงามของนางเคร่งขรึมลงเล็กน้อย เมื่อมองไปยังนกพิราบสื่อสารตัวสุดท้ายที่นางปล่อยไปเมื่อสามวันก่อน ซึ่งบัดนี้ยังคงไร้วี่แววจะกลับมา

"สามวันแล้ว..." นางพึมพำเสียงเย็น "นักฆ่าเงาทั้งสามคน ไม่เคยมีผู้ใดทำงานพลาด หรือแม้แต่ขาดการติดต่อนานถึงเพียงนี้"

แม่เฒ่าหลี่ คนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆ ก้มหน้าลงต่ำ "นายหญิงเจ้าคะ หรือว่า... จะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น?"

หลินหว่านหรูวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดัง 'เคร้ง!' แววตาของนางฉายประกายอำมหิต "เรื่องไม่คาดฝัน? กับอีแค่เด็กเหลือขอที่ถูกทำลายโฉมหน้าคนหนึ่งน่ะหรือ? ดูท่าข้าจะประเมินมันต่ำเกินไปจริงๆ"

นางลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่าง มองไปยังทิศทางของภูเขาชุยเวยที่อยู่ไกลลิบ "ข้าไม่ชอบความรู้สึกที่ควบคุมไม่ได้เช่นนี้ ในเมื่อส่งคนธรรมดาไปไม่ได้ผล ก็คงต้องใช้ของจริง"

หลินหว่านหรูหันกลับมา แววตาเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี "ไปตาม 'หัตถ์ไร้เงา' มาพบข้า บอกเขาว่าข้ามีงานให้ทำ... ครั้งนี้ ข้าต้องการเห็นเพียงศีรษะของมันเท่านั้น!"