บุรุษลึกลับยามวิกาล
แน่นอน ในฐานะปรมาจารย์บรรณาธิการนิยายจีนมืออาชีพ ข้าจะรังสรรค์บทที่ 8 ให้ตรงตามกฎเหล็กทุกประการ
***
ราตรีแห่งเมืองหลวงจิงอวิ๋นยังคงคึกคัก ทว่าในตรอกมืดมิดที่ห่างไกลออกไป กลิ่นคาวโลหิตกลับคละคลุ้งรุนแรงจนบดบังกลิ่นสุราและควันกำยานจากหอโคมแดง
เงาร่างสายหนึ่งทะยานข้ามหลังคาด้วยความเร็วราวภูตพราย ท่วงท่าองอาจแต่แฝงไว้ด้วยความทุลักทุเลอย่างปิดไม่มิด ทุกครั้งที่ปลายเท้าแตะลงบนกระเบื้องหลังคา ปราณคุ้มกายที่เคยแข็งแกร่งดุจกำแพงเหล็กกลับสั่นไหวรุนแรง
"แค่ก!"
กู้หนานเยวียนกระอักโลหิตคำหนึ่งออกมา รสฝาดเฝื่อนแผ่ซ่านในลำคอ อาภรณ์สีนิลของเขาบัดนี้ถูกย้อมด้วยสีแดงฉานจนแทบมองไม่เห็นสีเดิม ชายหนุ่มกัดฟันกรอด แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองไปยังกลุ่มเงาดำที่ไล่ตามมาไม่ลดละราวกับฝูงสุนัขป่า
"พวกสุนัขรับใช้ของเซียวเทียนอี้!" เขาสบถในใจ พลังปราณทั่วร่างปั่นป่วนวุ่นวาย พิษเก่าที่เคยสะกดข่มไว้ในกายมานานหลายปี บัดนี้ปะทุขึ้นอีกครั้งหลังถูกกระตุ้นด้วยพิษลอบกัดชนิดใหม่ในการปะทะเมื่อครู่
เดิมทีเขาแฝงตัวสืบหาร่องรอยขบวนการค้าเกลือเถื่อนซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของฝ่ายองค์ชายใหญ่ แต่กลับตกสู่กับดักที่ถูกวางไว้อย่างแนบเนียน การต่อสู้เพียงชั่วพริบตา เขาสังหารศัตรูไปได้เจ็ดแปดคน แต่ก็ถูกยอดฝีมือลึกลับจู่โจมจนได้รับบาดเจ็บและพิษกำเริบ
สถานการณ์ตอนนี้เลวร้ายเกินคาดคิด เขาต้องหาที่ซ่อนเพื่อสะกดพิษโดยเร็วที่สุด!
สายตาของกู้หนานเยวียนกวาดมองไปยังทิศทางของภูเขาชุยเวยที่อยู่ไกลลิบ เขตป่าเขารกร้างแถบนั้นคือที่ที่เหมาะสมที่สุดในการหลบซ่อนตัว เขารวบรวมพลังปราณเฮือกสุดท้ายทะยานร่างข้ามกำแพงเมืองชั้นนอกออกไปราวกับลูกธนู
เสียงฝีเท้าไล่ล่าตามมาติดๆ ประดุจเสียงพิณมรณะ กู้หนานเยวียนรู้สึกถึงสติที่เริ่มเลือนราง พิษร้ายกำลังกัดกินเส้นชีพจรของเขาอย่างบ้าคลั่ง ในที่สุดสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเรือนร้างหลังเล็กที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนเชิงเขา
มันดูรกร้างราวกับไม่มีผู้คนอาศัยมานานนับสิบปี เถาวัลย์เลื้อยพันรอบกำแพงที่ผุพัง แม้จะเสี่ยง แต่ก็ยังดีกว่าถูกตามทัน!
กู้หนานเยวียนตัดสินใจในชั่วพริบตา เขาทะยานข้ามกำแพงเตี้ยๆ นั้นเข้าไป ร่างกายที่แบกรับภาระมาถึงขีดสุดไม่อาจทนทานได้อีกต่อไป สรรพสิ่งรอบกายหมุนคว้าง ก่อนที่ความมืดมิดจะเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะทั้งหมด...
*โครม!*
เสียงร่างหนักๆ กระทบพื้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาล
ภายในเรือนซอมซ่อหลิวหลี เสิ่นชิงฮวนที่เพิ่งจะคลายความตื่นเต้นจากการเห็นรอยแผลเป็นบนใบหน้าจางลง กำลังจะหันกายกลับเข้าห้องเพื่อพักผ่อน แต่แล้วเสียงนั้นก็ทำให้นางชะงักงันไปในทันที
แววตาที่เคยอ่อนล้ากลับมาฉายประกายแห่งความระแวดระวัง นางมิได้กรีดร้องหรือตื่นตระหนก แต่กลับเคลื่อนไหวอย่างเงียบกริบ คว้าท่อนฟืนขนาดเหมาะมือที่วางอยู่ข้างเตาไฟขึ้นมาถือไว้แน่น
เรือนแห่งนี้รกร้างและห่างไกลผู้คน ไม่เคยมีแขกไม่ได้รับเชิญย่างกรายเข้ามา การปรากฏของเสียงปริศนานี้... ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน!
นางย่องเท้าเบาราวกับแมวป่า ค่อยๆ แง้มประตูไม้ที่ผุพังออกช้าๆ สอดส่ายสายตาคมกริบไปทั่วลานบ้านที่รกเรื้อใต้แสงจันทร์สลัว
และแล้วนางก็เห็น!
บุรุษในชุดสีดำสนิทนอนคว่ำหน้าแน่นิ่งอยู่กลางลานดิน ร่างกายสูงใหญ่ของเขาจมกองโลหิตที่เริ่มจับตัวเป็นลิ่ม กลิ่นคาวรุนแรงลอยปะทะจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน
หรือจะเป็นนักฆ่ากลุ่มใหม่ที่หลินหว่านหรูส่งมา?
ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวเป็นอย่างแรก แต่เสิ่นชิงฮวนก็สลัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว สภาพของคนผู้นี้ไม่เหมือนผู้ล่า แต่เหมือนผู้ถูกล่ามากกว่า
นางกำท่อนฟืนในมือแน่นขึ้นอีก ค่อยๆ ย่างสามขุมเข้าไปใกล้ร่างนั้นอย่างระมัดระวังที่สุด เมื่อเห็นว่าเขาไม่ขยับเขยื้อน นางจึงใช้ปลายท่อนฟืนเขี่ยร่างนั้นให้พลิกหงายขึ้น
ใบหน้าของบุรุษผู้นั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและดินโคลนจนมองไม่ออก แต่ถึงกระนั้นก็ยังสัมผัสได้ถึงโครงหน้าที่คมคายและองอาจ คิ้วกระบี่ขมวดเข้าหากันแม้จะหมดสติ บ่งบอกถึงความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส
เสิ่นชิงฮวนย่อกายลง เอื้อมนิ้วไปอังที่ปลายจมูกของเขา... ยังมีลมหายใจรวยริน!
นางขยับไปวางนิ้วบนข้อมือเพื่อจับชีพจร ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ชีพจรที่เต้นอ่อนระรัวและสับสนอลหม่านก็ทำให้นางขมวดคิ้วมุ่น
นี่ไม่ใช่แค่อาการบาดเจ็บธรรมดา... แต่เป็นพิษ!
ความคิดของนางได้รับการยืนยัน เมื่อนางสังเกตเห็นเส้นสีดำบางๆ ที่วิ่งวนอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณลำคอของเขาอย่างน่าประหลาด
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านพิษจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดและผู้ครอบครองระบบสังเคราะห์พิษไร้เงา นางไวต่อสิ่งเหล่านี้มากกว่าผู้ใดนัก ความอยากรู้อยากเห็นในฐานะแพทย์เข้าแทนที่ความหวาดระแวงในทันที
"ระบบ! วิเคราะห์สถานะเป้าหมาย!" นางออกคำสั่งในใจ
[กำลังวิเคราะห์... ตรวจพบสารพิษซ้อนสองชนิดในกระแสเลือด]
เสียงสังเคราะห์ที่ไร้ความรู้สึกดังขึ้นในห้วงความคิดของนาง พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นในมโนภาพ มีเพียงนางเท่านั้นที่มองเห็น
[พิษชนิดที่ 1: พิษเหมันต์พันราตรี (พิษเก่า/สถานะสงบ) ระดับ: 5 ดาว]
[พิษชนิดที่ 2: พิษแมงมุมหน้าผี (พิษใหม่/สถานะออกฤทธิ์) ระดับ: 3 ดาว]
[สถานะปัจจุบัน: พิษใหม่กำลังกระตุ้นพิษเก่าให้ปะทุ เส้นชีพจรหลักกำลังถูกทำลาย อวัยวะภายในเริ่มล้มเหลว คาดการณ์เวลาเสียชีวิต: 1 ชั่วยาม]
เสิ่นชิงฮวนเบิกตากว้าง 'พิษเหมันต์พันราตรี' น่ะหรือ! นั่นมันคือหนึ่งในสิบสุดยอดพิษร้ายในตำราที่นางเคยอ่านเจอในมิติช่องว่าง เป็นพิษเย็นที่สามารถแช่แข็งปราณและเส้นชีพจรของผู้ถูกพิษให้ตายอย่างทรมานได้ในชั่วข้ามคืน คนที่ถูกพิษนี้แล้วยังมีชีวิตรอดมาได้... ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!
ส่วน 'พิษแมงมุมหน้าผี' ก็เป็นพิษที่ออกฤทธิ์เร็ว ทำให้เกิดอาการชาและอัมพาตเฉพาะส่วน ดูเหมือนพิษชนิดหลังนี้จะเป็นตัวจุดชนวนให้หายนะบังเกิด
ขณะเดียวกันนั้นเอง ณ ตำหนักบูรพาอันโอ่อ่าขององค์ชายใหญ่
*เพล้ง!*
ถ้วยชากระเบื้องเคลือบชั้นดีถูกปาลงบนพื้นจนแตกละเอียด เซียวเทียนอี้ในชุดคลุมผ้าไหมสีทองลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าบูดเบี้ยว vor รังสีอำมหิตแผ่ออกจากร่างจนข้ารับใช้รอบกายต่างตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว
"ไร้ประโยชน์สิ้นดี! คนมากมายเพียงนั้น กลับปล่อยให้กู้หนานเยวียนหนีไปได้!" องค์ชายใหญ่ตวาดลั่น "ยอดฝีมือที่จ้างมาด้วยราคามหาศาลก็ทำได้เพียงแค่กระตุ้นพิษเก่าของมันเท่านั้นรึ!"
องครักษ์เงาคนหนึ่งคุกเข่าลงกับพื้น ศีรษะแทบจะฝังลงไปในพรม "ทูลองค์ชาย อ๋องกู้แม้จะบาดเจ็บสาหัสและพิษกำเริบ แต่พลังยุทธ์ของเขายังคงน่าสะพรึงกลัวนัก พวกเรา...สกัดไว้ไม่อยู่พ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวเทียนอี้กัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น "ข้าไม่สน! มันบาดเจ็บปางตาย พิษร้ายกำลังกัดกินร่าง มันหนีไปได้ไม่ไกลแน่! สั่งการลงไป ปิดล้อมเมืองหลวงทั้งหมด ค้นหาทุกซอกทุกมุม พลิกแผ่นดินหาตัวมันให้พบ! ข้าต้องการเห็นศีรษะของกู้หนานเยวียนก่อนรุ่งสาง!"
"พ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์รับคำสั่งก่อนจะหายตัวไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
สายลมแห่งการไล่ล่าที่โหดเหี้ยมกำลังจะพัดกระหน่ำไปทั่วทั้งเมืองหลวงจิงอวิ๋น...
กลับมายังเรือนหลิวหลีอันเงียบสงบ เสิ่นชิงฮวนยังคงจ้องมองบุรุษลึกลับที่นอนหายใจรวยรินอยู่ตรงหน้า ความคิดในหัวนางแล่นเร็วยิ่งกว่าม้าป่า
การช่วยคนผู้นี้ไว้คือความเสี่ยงมหาศาล เขาเป็นใคร มาจากไหน ศัตรูของเขาเป็นใคร นางไม่รู้อะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว หากคนที่ตามล่าเขามาพบเข้า ชีวิตน้อยๆ ของนางคงจบสิ้นลงตรงนี้
ทว่า... พิษเหมันต์พันราตรีที่ซ้อนด้วยพิษแมงมุมหน้าผี...
นี่เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง! หากนางสามารถถอนพิษที่ซับซ้อนเช่นนี้ได้ ความเข้าใจในศาสตร์แห่งพิษและโอสถของนางจะก้าวหน้าไปอีกขั้นอย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งไปกว่านั้น ยาสลายพิษสูตรใหม่ที่นางกำลังคิดค้นก็ยังขาด 'หนูทดลอง' ที่มีสภาพร่างกายเหมาะสม
แววตาของเสิ่นชิงฮวนเปลี่ยนจากความลังเลเป็นความเด็ดเดี่ยว นางมองร่างที่ไร้สติเบื้องหน้าไม่ต่างจากสมบัติล้ำค่าที่สวรรค์ประทานมาให้
นางยกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา "ในเมื่อเจ้าหนีตายมาถึงหน้าประตูบ้านข้า ก็ถือว่าเป็นวาสนาของเราแล้ว"
นางออกแรงทั้งหมดที่มี ค่อยๆ ลากร่างสูงใหญ่ของบุรุษลึกลับเข้าไปซ่อนในห้องเก็บฟืนที่มืดและอับที่สุด เลือดที่หยดเป็นทางถูกนางใช้ดินกลบอย่างรวดเร็วจนไร้ร่องรอย
เมื่อจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อย นางมองไปยังใบหน้าที่ยังคงหมดสติของเขา ก่อนจะพึมพำกับตนเองด้วยน้ำเสียงที่ทั้งเยียบเย็นและแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้น
"พิษซ้อนพิษเช่นนี้... น่าสนใจยิ่งนัก ข้าจะถือว่าสวรรค์ส่งเจ้ามาเป็นหนูทดลองโอสถให้ข้าก็แล้วกัน"