หนูทดลองโอสถ
ภายในห้องเก็บฟืนที่อับชื้นและมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์เลือนรางที่สาดส่องผ่านรอยแตกของแผ่นไม้ กลิ่นดินเก่าและฟางแห้งอบอวลอยู่ในอากาศ เสิ่นชิงฮวนคุกเข่าลงข้างร่างสูงใหญ่ของบุรุษลึกลับที่นอนแน่นิ่งบนพื้นดินเย็นเฉียบ
นางเมินเฉยต่อคราบโลหิตและฝุ่นผงบนอาภรณ์หรูหราของเขา สองนิ้วเรียวขาวราวหยกสลักแตะลงบนข้อมือของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา เพื่อจับชีพจรที่อ่อนระโหยโรยแรง
“ชีพจรทั้งลึกและแผ่ว พลังปราณปั่นป่วนวุ่นวาย... พิษเหมันต์พันราตรีแผ่ซ่านไปทั่วเส้นลมปราณ ทำให้กายเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ส่วนพิษแมงมุมหน้าผีกัดกร่อนอวัยวะภายในจากจุดตันเถียน”
น้ำเสียงของนางราบเรียบราวกับกำลังอ่านตำราแพทย์เล่มหนึ่ง ทว่าดวงตาที่จับจ้องไปยังใบหน้าซีดขาวของเขากลับทอประกายล้ำลึกเกินหยั่งถึง
การถอนพิษซ้อนพิษที่ร้ายกาจถึงเพียงนี้เป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง แต่สำหรับเสิ่นชิงฮวนแล้ว มันคือโอกาสที่สวรรค์ประทานมาให้ ‘ระบบสังเคราะห์พิษไร้เงา’ ในมิติช่องว่างของนางต้องการข้อมูลจากพิษระดับสูงเพื่อยกระดับความสามารถ และยาสลายพิษสูตรใหม่ที่นางคิดค้นก็ต้องการการทดลองกับร่างกายมนุษย์จริง
นางไม่ลังเลอีกต่อไป ในเมื่อตัดสินใจแล้ว ก็ต้องลงมือให้เด็ดขาด
เสิ่นชิงฮวนหลับตาลง จิตของนางดำดิ่งสู่ห้วงมิติอันคุ้นเคย พริบตาเดียวทิวทัศน์รอบกายก็เปลี่ยนไปเป็นสวนสมุนไพรไกลสุดลูกหูลูกตาที่อบอวลด้วยไอทิพย์ เบื้องหน้าของนางปรากฏหน้าต่างโปร่งแสงที่ส่องสว่างขึ้นมาเอง มันคือหน้าจอของ ‘ระบบสังเคราะห์พิษไร้เงา’
[กำลังวิเคราะห์องค์ประกอบพิษจากเป้าหมาย...]
[ตรวจพบ: พิษเหมันต์พันราตรี (ขั้น 4 - ระดับสูง)]
[ตรวจพบ: พิษแมงมุมหน้าผี (ขั้น 4 - ระดับสูง)]
[สถานะ: พิษทั้งสองชนิดกำลังหลอมรวมและเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกัน อัตราการทำลายล้างเพิ่มขึ้น 70%]
ตัวอักษรสีทองปรากฏขึ้นในอากาศ ก่อนที่ภาพจำลองโครงสร้างโมเลกุลของพิษทั้งสองจะหมุนวนอย่างซับซ้อนเบื้องหน้านาง ระบบเริ่มคำนวณสูตรยาต้านพิษที่เป็นไปได้นับพันรูปแบบในชั่วพริบตา
[กำลังสร้างสูตรยาสลายพิษทดลอง 'หิมะหลอมสุริยัน']
[องค์ประกอบหลัก: หญ้าเกล็ดมังกรสามร้อยปี, ผลวิญญาณอัคคี, รากหยั่งเมฆา...]
[คำเตือน: สูตรยานี้ยังไม่เสถียร มีโอกาสสำเร็จ 60% อาจเกิดผลข้างเคียงที่คาดไม่ถึง]
เสิ่นชิงฮวนลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “โอกาสสำเร็จ 60% ก็เกินพอแล้ว”
นางไม่เสียเวลาแม้แต่น้อย มือข้างหนึ่งยื่นเข้าไปในอากาศว่างเปล่าราวกับกำลังหยิบฉวยบางสิ่ง ในมิติช่องว่าง หญ้าเกล็ดมังกรที่ส่องประกายเรืองรองและผลวิญญาณอัคคีสีแดงสดก็ลอยขึ้นจากแปลงปลูก ก่อนจะปรากฏขึ้นในมือนางราวกับ变戏法 (เปี้ยนซี่ฝ่า - การแสดงมายากล)
นางวางสมุนไพรล้ำค่าที่หากปรากฏสู่โลกภายนอกคงทำให้ผู้คนต้องหลั่งเลือดแย่งชิงกันลงบนผ้าสะอาดผืนหนึ่ง จากนั้นจึงหยิบโกร่งหินขนาดเล็กที่ซุกซ่อนไว้ในห้องเก็บฟืนออกมา เริ่มบดส่วนผสมทั้งหมดด้วยความชำนาญและรวดเร็ว เสียงบดยาสมุนไพรดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอท่ามกลางความเงียบงัน
ไม่นานนัก กลิ่นหอมเย็นสดชื่นของสมุนไพรก็ค่อยๆ แผ่กำจายไปทั่วห้อง ฟุ้งกระจายกลบกลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดจนหมดสิ้น
เมื่อได้ยาข้นสีเขียวมรกตมาแล้ว เสิ่นชิงฮวนยังไม่รีบร้อนป้อนให้เขากิน ดวงตาของนางฉายแววเจ้าเล่ห์และระมัดระวังอย่างที่สุด ‘หนูทดลอง’ ที่ดีต้องไม่ดิ้นรนหรือทำอันตรายผู้ทดลอง
นางล้วงหยิบกล่องไม้ขนาดเล็กออกมาจากแขนเสื้อ ภายในบรรจุเข็มเงินวาววับเรียงรายเป็นระเบียบ เข็มแต่ละเล่มมีขนาดเล็กกว่าเส้นผม ทอประกายเย็นเยียบภายใต้แสงจันทร์
“เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน ข้าคงต้องขอยืมจุดชีพจรของท่านมาใช้สักครู่” นางพึมพำเสียงเบา ก่อนจะจุ่มปลายเข็มเล่มหนึ่งลงในยาผงสีเทาจางๆ ที่ซ่อนอยู่ในช่องลับของกล่องไม้
นี่คือ ‘พิษอัมพาตไร้สำนึกขั้น 3’ หนึ่งในผลงานชิ้นเอกของนางที่สังเคราะห์ขึ้นจากระบบ มันไม่ทำอันตรายถึงชีวิต แต่สามารถสะกดการเคลื่อนไหวและผนึกพลังปราณของผู้ที่ถูกฝังเข็มได้อย่างสมบูรณ์เป็นเวลาหกชั่วยาม
นิ้วเรียวของเสิ่นชิงฮวนเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจภูตพราย นางปักเข็มเงินลงบนจุดชีพจรสำคัญทั่วร่างของบุรุษหนุ่มอย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นจุดไป่ฮุ่ยบนกระหม่อม จุดเหอกู่ระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ หรือจุดจู๋ซานหลี่ใต้หัวเข่า ทุกตำแหน่งล้วนเป็นจุดตายที่ควบคุมการเคลื่อนไหวและเส้นทางเดินของลมปราณทั้งสิ้น
ในห้วงฝันอันมืดมิดและหนาวเหน็บ กู้หนานเยวียนรู้สึกราวกับตนเองกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงเหวที่ไร้จุดสิ้นสุด พิษร้ายกำลังกัดกินร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง ความเจ็บปวดทุกข์ทรมานแทรกซึมไปถึงไขกระดูก ทว่าทันใดนั้นเอง กลิ่นหอมเย็นสดชื่นที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนก็ลอยเข้ามาในสัมผัสรับรู้ของเขา
มันเป็นกลิ่นของสมุนไพรนานาพรรณที่บริสุทธิ์และล้ำลึกยิ่งกว่าโอสถใดๆ ในวังหลวงที่เขาเคยได้รับ
สติที่เลือนรางของเขากระจ่างขึ้นเล็กน้อย เขารู้สึกถึงสัมผัสอันแผ่วเบาแต่หนักแน่นบนร่างกาย ความรู้สึกเหมือนถูกเข็มเล็กๆ ทิ่มแทงตามจุดต่างๆ แต่กลับไม่เจ็บปวด จากนั้นก็ตามมาด้วยสัมผัสอุ่นจากฝ่ามือที่ประคองศีรษะของเขาขึ้นอย่างนุ่มนวล
เขาพยายามจะลืมตา พยายามจะขยับตัว แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งราวกับถูกภูเขาทั้งลูกกดทับ พลังปราณที่เคยยิ่งใหญ่เกรียงไกร บัดนี้กลับเงียบสงัดราวกับทะเลสาบที่ถูกแช่แข็ง
เกิดอะไรขึ้น? ที่นี่คือที่ไหน? สตรีผู้นี้เป็นใครกัน?
เสิ่นชิงฮวนไม่รับรู้ถึงความสับสนในใจของชายหนุ่ม หลังจากวางมาตรการป้องกันจนพอใจแล้ว นางจึงใช้นิ้วบีบคางของเขาให้อ้าออกอย่างไม่ปรานีปราศรัย ก่อนจะเทยาสีเขียวมรกตลงไปในปากของเขาจนหมดถ้วย จากนั้นก็ใช้นิ้วเรียวนวดคลึงบริเวณลำคอของเขาเบาๆ เพื่อช่วยให้กลืนยาลงไปได้ง่ายขึ้น
เมื่อยาเข้าสู่ร่างกายแล้ว นางก็กลับไปนั่งในท่าเดิม จับชีพจรของเขาอีกครั้งเพื่อสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลง
หนึ่งเค่อ... สองเค่อ... เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า
ทันใดนั้น เสิ่นชิงฮวนก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่ง พลังปราณที่เคยปั่นป่วนราวกับพายุคลั่งในร่างของเขา เริ่มสงบลงทีละน้อย แม้จะยังอ่อนแอ แต่ก็เริ่มโคจรเป็นระเบียบมากขึ้น ความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากผิวกายของเขาลดลงอย่างเห็นได้ชัด และรอยเส้นสีดำจางๆ ที่ปรากฏตามลำคอและข้อมือก็เริ่มจางหายไปเล็กน้อย
ยาสูตรทดลอง ‘หิมะหลอมสุริยัน’ ได้ผล!
มันไม่เพียงแต่สลายพิษ แต่ยังสามารถกดข่มพิษร้ายแรงสองชนิดที่แม้แต่หมอหลวงที่เก่งกาจที่สุดของราชวงศ์ต้าฉียังต้องส่ายหน้ายอมแพ้ไว้ได้ชั่วคราว!
รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเสิ่นชิงฮวนเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน ‘หนูทดลอง’ ชั้นเลิศตัวนี้ ไม่ได้ทำให้การลงทุนของนางต้องสูญเปล่าจริงๆ
ทว่า ขณะที่นางกำลังชื่นชมผลงานของตนเองอยู่นั้น เปลือกตาของบุรุษที่นอนอยู่บนพื้นก็พลันสั่นระริกอย่างรุนแรง...
และในวินาทีต่อมา ดวงตาคู่นั้นก็เบิกโพลงขึ้น