การตื่นขึ้นของเนตรยุทธวิธีและมิติลับ

ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงและเกลียดชังของหวังชุ่ยฮวา กู้เซียงมิได้มีท่าทีสะทกสะท้านแม้แต่น้อย นางเพียงปรายตามอง ‘แม่สามี’ ด้วยแววตาเรียบเฉยเย็นชา ก่อนจะหมุนกายจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่คิดเปลืองวาจาต่อกรด้วยอีกแม้แต่ครึ่งคำ

สถานการณ์ในยามนี้ไม่เอื้ออำนวยให้นางเปิดฉากต่อสู้ ชายฉกรรจ์สองคนที่นอนสลบอยู่บนพื้นคือระเบิดเวลา หากพวกมันฟื้นขึ้นมาพร้อมกับชาวบ้านที่แห่กันมามุงดูเรื่องราวตามเสียงเอะอะโวยวายของหญิงชรา ต่อให้มีสิบปากก็ยากจะอธิบาย ต่อให้มีร้อยฝีมือก็ยากจะต้านทานคนทั้งหมู่บ้าน

สัญชาตญาณของหน่วยรบพิเศษกรีดร้องเตือนภัยในหัว การหลบหนีเพื่อตั้งหลักคือทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุด!

กู้เซียงอาศัยความคุ้นเคยกับภูมิประเทศจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม วิ่งลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ หลังเรือนตระกูลหลิน มุ่งหน้าสู่เขาหมอกเร้นที่ทอดตัวทะมึนอยู่เบื้องหลังหมู่บ้านชิงสุ่ย อาภรณ์ผ้าป่านเนื้อหยาบที่สวมอยู่ขาดวิ่นไปหลายแห่ง กิ่งไม้เล็กๆ ขูดขีดผิวเนื้อจนเกิดรอยแดงเป็นทางยาว แต่ความเจ็บปวดทางกายเหล่านี้เทียบไม่ได้เลยกับความตื่นตัวและสมาธิที่ถูกลับให้คมกริบอยู่ในขณะนี้

นางไม่สนใจเสียงก่นด่าสาปแช่งไล่หลังของหวังชุ่ยฮวาที่ดังแว่วมาอีกต่อไป ในใจมีเพียงความคิดเดียว...ต้องหาที่ปลอดภัยเพื่อปฐมพยาบาลและประเมินสถานการณ์!

ด้านหลัง...ภายในลานบ้านตระกูลหลิน หวังชุ่ยฮวากระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความเดือดดาลจนอกแทบระเบิด ใบหน้าเหี่ยวย่นแดงก่ำราวกับตับหมู

“นังสัตว์นรก! นังแพศยาไร้ยางอาย! กล้าดีอย่างไรมาทำร้ายคนแล้วยังหนีไปอีก! คอยดูเถอะ ข้าจะไปแจ้งนายอำเภอให้มาจับเจ้าไปโบยให้หลังลาย!” นางชี้มือสั่นเทาไปยังทิศที่กู้เซียงวิ่งหายไปในป่าทึบ

“ท่านแม่ ท่านใจเย็นๆ ก่อนเจ้าค่ะ” จางสิ่วหรง พี่สะใภ้ใหญ่ปรี่เข้าประคองพลางลูบหลังปลอบโยน ทว่าดวงตาเรียวเล็กของนางกลับทอประกายเจ้าเล่ห์ “หากแจ้งทางการตอนนี้ เรื่องที่เราจะขายนางให้ท่านเศรษฐีจางก็คง...”

หวังชุ่ยฮวาชะงักงัน คำพูดของสะใภ้ใหญ่แทงใจดำนางอย่างจัง หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของตระกูลหลินคงได้ป่นปี้ และเงินก้อนโตที่หวังไว้ก็จะลอยหายไปกับสายลม

“แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร! ปล่อยให้นังตัวดีนั่นหนีไปอย่างนั้นรึ!”

“ตอนนี้มันคงหนีไปซ่อนตัวบนเขาหมอกเร้นเป็นแน่” จางสิ่วหรงเสนอความเห็นอย่างชาญฉลาด “ที่นั่นรกชัฏ ทั้งยังมีสัตว์ป่า แค่ผู้หญิงตัวคนเดียวคงอยู่ได้ไม่นาน เดี๋ยวพอหิวโซทนไม่ไหวก็คงคลานกลับมาเอง...แต่หากเราปล่อยไว้นานเกินไป กลัวว่านางจะหนีเข้าเมืองไปจริงๆ เช่นนั้นคงตามตัวได้ยาก”

นางเหลือบมองไปยังบุรุษร่างสูงโปร่งที่ยืนเกาศีรษะอยู่ข้างเสาเรือนด้วยท่าทางเกียจคร้าน “ต้าไห่ เจ้าเป็นน้องสามีของนางมิใช่รึ รีบตามขึ้นเขาไปลากตัวนังสารเลวนั่นกลับมาเร็วเข้า! ท่านเศรษฐีจางให้เวลาก่อนตะวันตกดินเท่านั้น หากช้ากว่านี้เงินมัดจำเราคงถูกยึด หนี้พนันของเจ้าก็จะไม่มีปัญญาไปจ่าย!”

หลินต้าไห่ พี่ชายสามีผู้มีนิสัยเสเพลและติดการพนันไก่ชนเป็นชีวิตจิตใจเบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์ “ท่านแม่ ข้าจะไปตามนางได้อย่างไร ป่าบนเขากว้างใหญ่ปานนั้น ใครจะไปหาเจอ”

“ข้าไม่สน!” หวังชุ่ยฮวากระแทกเสียง “เจ้าก่อหนี้ขึ้นมาเองก็ต้องรับผิดชอบ! รีบไปลากตัวนังสะใภ้รองกลับมาให้ข้า! ลากกลับมาได้ ข้าจะแบ่งเงินให้เจ้าไปใช้หนี้แล้วยังมีเหลือไปเล่นพนันต่ออีกหลายตา!”

เมื่อได้ยินคำว่า ‘เงิน’ ดวงตาของหลินต้าไห่ก็พลันลุกวาวขึ้นมาทันที ความขี้เกียจมลายหายไปสิ้น เขาตบหน้าอกตัวเองดังป้าบ “วางใจได้ท่านแม่! ข้าจะลากนังน้องสะใภ้ตัวดีกลับมาให้ท่านลงโทษให้จงได้!”

ว่าแล้วหลินต้าไห่ก็คว้าพร้าเก่าๆ ที่พิงอยู่ข้างยุ้งฉาง แล้วมุ่งหน้าสู่เขาหมอกเร้นด้วยท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่อง ในใจวาดฝันถึงเงินก้อนโตที่จะได้รับโดยไม่เฉลียวใจเลยว่า ‘เหยื่อ’ ที่เขากำลังจะไปล่านั้น...หาใช่กระต่ายป่าตัวน้อยที่ตื่นกลัวอีกต่อไป

***

กู้เซียงวิ่งลึกเข้ามาในป่าเขาหมอกเร้นราวครึ่งชั่วยาม เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดติดตามมาแล้ว นางจึงทรุดกายนั่งพิงกับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งเพื่อพักหายใจ ความเจ็บปวดจากบาดแผลทั่วร่างกายที่ถูกอดกลั้นไว้เริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะบาดแผลที่ถูกหวังชุ่ยฮวาใช้กิ่งเหมยฟาดเมื่อหลายวันก่อนบริเวณแผ่นหลัง เวลานี้มันอักเสบและปวดแสบปวดร้อนจนแทบทนไม่ไหว

นางกัดฟันแน่น พยายามประเมินสถานการณ์ด้วยความคิดอันเฉียบคมของทหารผ่านศึก

‘ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป...ต้องรีบฟื้นฟูสภาพร่างกายและหาแหล่งเสบียงโดยด่วน’

นางพยุงร่างอันอ่อนล้าลุกขึ้นยืน กวาดสายตามองไปรอบๆ พงไพรที่รกทึบ แสงแดดส่องลงมาได้เพียงรำไร ในขณะที่กำลังคิดว่าจะหาสมุนไพรชนิดใดมาบรรเทาอาการบาดเจ็บได้บ้างนั้นเอง พลันเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น!

ในห้วงความคิดของนาง จู่ๆ ก็ปรากฏภาพของพื้นที่ว่างเปล่าสีขาวโพลนแห่งหนึ่งขึ้นมา มันกว้างขวางราวกับโกดังเก็บของขนาดย่อม ใจกลางพื้นที่นั้นมีบ่อน้ำพุขนาดเล็กตั้งอยู่ ส่งไอน้ำสีขาวจางๆ ลอยอ้อยอิ่งขึ้นมาในอากาศ

‘นี่มัน...อะไรกัน?’

กู้เซียงขมวดคิ้วด้วยความสับสน นางลองเพ่งสมาธิไปที่ภาพนั้นอีกครั้ง เพียงแค่ความคิดแวบเดียวว่า ‘เข้าไป’ ร่างของนางก็รู้สึกราวกับถูกดูดกลืนสู่ห้วงมิติที่มองไม่เห็น!

พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง นางก็พบว่าตนเองได้เข้ามาหยุดยืนอยู่ภายในพื้นที่ว่างเปล่าสีขาวนั้นจริงๆ! อากาศภายในนี้สดชื่นและบริสุทธิ์อย่างน่าประหลาด ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาพลันมลายหายไปกว่าครึ่ง

กู้เซียงเดินเข้าไปใกล้บ่อน้ำพุนั้นอย่างระมัดระวัง น้ำในบ่อใสสะอาดจนมองเห็นพื้นหินกรวดเบื้องล่าง นางลองยื่นมือลงไปสัมผัส ทันใดนั้นความรู้สึกเย็นสบายก็แผ่ซ่านจากปลายนิ้วเข้าสู่ร่างกาย ขับไล่ความเจ็บปวดรวดร้าวให้บรรเทาลงอย่างน่าอัศจรรย์

‘หรือว่า...นี่คือมิติลับในตำนานที่เคยอ่านเจอในนิยายตอนปฏิบัติภารกิจฆ่าเวลา?’ หัวใจของกู้เซียงเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นระคนไม่อยากจะเชื่อ นี่อาจเป็นของขวัญที่สวรรค์ประทานให้เพื่อชดเชยกับการที่ส่งนางมาอยู่ในร่างรันทดนี้ก็เป็นได้!

นางไม่รอช้า รีบวักน้ำจากบ่อขึ้นมาลูบไล้บริเวณแขนขาที่มีรอยขีดข่วน ความเจ็บแสบพลันหายวับไปในพริบตา แม้รอยแผลจะยังคงอยู่ แต่ความเจ็บปวดกลับไม่มีหลงเหลืออีกต่อไปราวกับเป็นเรื่องโกหก

‘น้ำพุนี่...มีสรรพคุณในการรักษา!’

ความคิดหนึ่งพลันแล่นเข้ามาในหัว หากนางใช้น้ำนี่รดพืชผลเล่า? หากนางนำน้ำนี่ไปผสมในดินที่แห้งแล้งเล่า?

ขณะที่จิตใจกำลังเปี่ยมล้นไปด้วยความหวังและความคิดมากมาย กู้เซียงตัดสินใจออกจากมิติแห่งนี้เพื่อทดลองบางสิ่งบางอย่าง เพียงแค่คิดว่า ‘ออกไป’ ทิวทัศน์รอบกายก็กลับคืนสู่พงไพรบนเขาหมอกเร้นอีกครั้ง

นางก้มลงมองพื้นดินใต้ฝ่าเท้าที่แห้งผากและเต็มไปด้วยวัชพืช ในชาติก่อนนางเคยผ่านการฝึกอบรมการเอาตัวรอดในป่า และมีความรู้เรื่องพืชพรรณอยู่บ้าง แต่ก็เพียงผิวเผินเท่านั้น

ทว่า...ในวินาทีที่นางเพ่งสายตาไปยังกอหญ้ารกๆ ที่ขึ้นอยู่ใกล้ๆ นั้นเอง กรอบสี่เหลี่ยมโปร่งแสงสีเขียวอ่อนก็ปรากฏขึ้นในลานสายตาของนางอย่างกะทันหัน!

**[หญ้าหางจิ้งจอก]**

**[ประเภท: วัชพืช]**

**[สรรพคุณ: ใบสามารถบดพอกเพื่อห้ามเลือดและสมานแผลเล็กน้อยได้]**

กู้เซียงตะลึงงันไปชั่วขณะ นางกระพริบตาถี่ๆ แล้วลองหันไปมองดินบริเวณโคนต้นไม้ใหญ่

**[ดินบริเวณนี้ขาดความชุ่มชื้นและธาตุอาหารที่จำเป็น]**

**[คำแนะนำ: ต้องการการพรวนดินและน้ำปริมาณมาก]**

นี่มัน...ไม่ใช่ภาพหลอน!

ดวงตาหงส์ของกู้เซียงเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนยินดี นี่มันคือ ‘เนตรยุทธวิธี’ ที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดีจากระบบซ้อมรบเสมือนจริงในชาติก่อน! แต่ครั้งนี้มันไม่ได้แสดงข้อมูลของข้าศึกหรือตำแหน่งที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ แต่มันกลับแสดงข้อมูลของพืชและดิน!

‘เนตรยุทธวิธีเกษตร’ งั้นรึ!

ริมฝีปากของกู้เซียงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างอดไม่ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทะลุมิติมา รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความมั่นใจและความหวังอันเปี่ยมล้น

สวรรค์! ท่านไม่ได้ทอดทิ้งข้าจริงๆ ด้วย!

มีทั้ง ‘มิติคลังเสบียง’ ที่สามารถเก็บของและมีน้ำพุวิเศษ ทั้งยังมี ‘เนตรยุทธวิธีเกษตร’ ที่ช่วยวิเคราะห์ทุกสิ่งอย่างได้อีก ต่อให้ต้องเริ่มต้นจากศูนย์บนภูเขาที่แห้งแล้งแห่งนี้ นางก็มั่นใจว่าจะสามารถสร้างรากฐานและใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสุขสบายแน่นอน! พวกตระกูลหลินหน้าเลือดนั่น...อย่าหวังว่าจะได้เหยียบย่างเข้ามาเอาเปรียบนางได้อีกเลย!

ในขณะที่กู้เซียงกำลังดื่มด่ำกับความยินดีจากการค้นพบพลังพิเศษครั้งใหม่นี้เอง...

เปรี๊ยะ!

เสียงฝีเท้าของใครบางคนเหยียบย่ำกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นไม่ไกลจากจุดที่นางยืนอยู่!

สัญชาตญาณนักล่าของกู้เซียงถูกปลุกขึ้นมาในทันที! แววตาที่เคยอ่อนโยนกลับกลายเป็นคมกริบและเย็นเยียบ นางหันขวับไปยังทิศทางของต้นเสียงพร้อมกับย่อกายลงต่ำ เตรียมพร้อมรับมือกับผู้บุกรุกที่ไม่ได้รับเชิญ...คนที่ตามมาจะเป็นมิตรหรือศัตรู? และมันจะรู้หรือไม่ว่ากำลังเดินเข้ามาสู่เขตสังหารของอดีตราชินีหน่วยรบพิเศษ