ทวงคืนความยุติธรรมกลางเรือน
แววตาของกู้เซียงแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีด สัญชาตญาณที่ถูกฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงในสมรภูมิเดือดพลันตื่นตัวเต็มพิกัด ร่างของนางย่อต่ำลงในท่วงท่าพร้อมจู่โจมโดยอัตโนมัติ หูพลันได้ยินเสียงฝีเท้าอีกสองสามก้าวที่เหยียบย่ำอย่างไม่ระมัดระวัง ตามด้วยเสียงสบถแผ่วเบาที่ลอยมาตามลม
เป็นเสียงที่คุ้นเคย...หลินต้าไห่! พี่ชายใหญ่ของสามีผู้สาบสูญไปของนาง
มุมปากของกู้เซียงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นดุจน้ำแข็งพันปี ที่แท้ก็เป็นสุนัขรับใช้ที่ถูกส่งมาตามล่านางนี่เอง แต่ดูจากฝีเท้าที่ทั้งหนักและไร้ทักษะการย่องเบาเช่นนี้ คงเป็นได้แค่สุนัขบ้านที่เอาแต่เห่า ไม่มีความสามารถในการกัดที่แท้จริง
กู้เซียงไม่คิดจะหลบซ่อนอีกต่อไป ในเมื่อพวกมันไม่ยอมราวี นางก็จะขอเป็นฝ่ายรุกกลับไปบ้าง!
นางยืดตัวขึ้นเต็มความสูง แล้วหันกายเดินออกจากแนวพุ่มไม้ด้วยท่วงท่าองอาจสง่างาม แววตาจ้องเขม็งไปยังทิศทางของเสียงนั้นโดยไม่ปิดบังอำพราง หลินต้าไห่ที่กำลังย่องๆ มองๆ อยู่ เมื่อเห็นร่างของน้องสะใภ้ปรากฏกายขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับสายตาคมปลาบที่จ้องมองมาราวกับจะเชือดเฉือน ก็ถึงกับสะดุ้งสุดตัว ร้อง "เฮือก" ออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะหันหลังวิ่งเตลิดเปิดเปิงกลับไปยังทิศทางของหมู่บ้านอย่างไม่คิดชีวิต
“ดี!” กู้เซียงเอ่ยออกมาคำหนึ่งเสียงเย็น “วิ่งไปบอกนายของเจ้าได้เลย...ว่าข้ากำลังจะกลับไป!”
นางไม่เสียเวลาร่ำไรอีกต่อไป สองเท้าก้าวฉับๆ ลงจากเขาหมอกเร้น ระหว่างทางสายตาคมกล้าของนางก็กวาดมองไปรอบกาย ไม่นานก็พบกับท่อนไม้แห้งขนาดพอเหมาะมือท่อนหนึ่ง มันคือไม้พลองชั้นดีในสายตาของอดีตทหารอย่างนาง กู้เซียงคว้ามันขึ้นมาแล้วเดินมุ่งหน้าตรงไปยังบ้านของตระกูลหลินด้วยจิตสังหารที่คุกรุ่น
เรือนของตระกูลหลินในยามนี้กำลังอบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารและเสียงพูดคุยจอแจ หวังชุ่ยฮวานั่งอยู่หัวโต๊ะ ใบหน้าอิ่มฉุเต็มไปด้วยรอยยิ้มพึงพอใจขณะคีบกับข้าวใส่ปากหลินต้าไห่ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่เพิ่งวิ่งหน้าตาตื่นกลับมารายงานว่าเจอกู้เซียงแล้ว
“กินเยอะๆ เถอะลูกต้าไห่ วิ่งขึ้นลงเขาเหนื่อยแย่” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเอาใจ “นังแพศยานั่นมันหนีไม่รอดเงื้อมมือแม่หรอก เดี๋ยวพอกินข้าวเสร็จ แม่จะให้คนไปลากคอมันลงมาเอง!”
แต่ยังไม่ทันที่คำพูดของนางจะขาดหายดี...
ปัง!
ประตูไม้ที่เก่าคร่ำคร่าถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงจนบานพับแทบหลุด เสียงดังสนั่นหวั่นไหวทำให้ทุกคนในวงข้าวสะดุ้งโหยง หันไปมองเป็นตาเดียวกัน
ร่างระหงในชุดผ้าป่านสีซีดปรากฏขึ้นที่หน้าประตู ในมือของนางถือไม้ท่อนเขื่อง ดวงตาหงส์คู่งามที่เคยอ่อนแอและหวาดกลัวอยู่เสมอ บัดนี้กลับทอประกายเย็นเยียบและแข็งกร้าวราวกับนักล่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ กู้เซียงก้าวเข้ามาในเรือนด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและหนักแน่น ทุกย่างก้าวแฝงไว้ด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารพลันเงียบกริบลงทันตา
“กลับมาแล้วรึ นังตัวดี!” หวังชุ่ยฮวาคือคนแรกที่ได้สติ นางตบโต๊ะดังปังแล้วลุกขึ้นชี้หน้าด่าทอ “นังสะใภ้อกตัญญู! หนีออกจากบ้านไม่พอ ยังกล้าถือไม้เข้ามาข่มขู่แม่สามีอีกรึ! พวกเจ้า! จับนังนี่มัดไว้!”
ทว่ายังไม่มีใครกล้าขยับ เพราะไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของกู้เซียงนั้นมันน่าหวาดหวั่นเกินไป
กู้เซียงไม่แม้แต่จะชายตามองพวกชาวบ้านที่ถูกจ้างมา นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหวังชุ่ยฮวา ก่อนจะยกไม้พลองในมือขึ้นชี้ไปยังหม้อดินเผาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางโต๊ะ ซึ่งยังคงมีไออุ่นจากข้าวสวยที่เพิ่งหุงเสร็จใหม่ๆ ลอยกรุ่นอยู่
“ข้าทำงานหลังขดหลังแข็งราวกับวัวกับม้า แต่กลับได้กินเพียงเศษอาหารประทังชีวิต” น้ำเสียงของนางเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความเย็นชาจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูก “ส่วนพวกท่าน...นั่งกินอยู่อย่างสุขสบายบนหยาดเหงื่อแรงงานของข้า!”
สิ้นคำพูด ไม้พลองในมือก็ฟาดลงไปสุดแรง!
เพล้ง!
หม้อดินเผาใบใหญแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ข้าวสวยร้อนๆ หกเรี่ยราดลงบนพื้นดินสกปรก เสียงแตกของหม้อดินดังสนั่นราวกับเสียงอสนีบาตฟาดกลางเรือน ทำให้ทุกคนตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ
ยังไม่หนำใจ กู้เซียงตวัดไม้พลองอีกครั้ง!
โครม!
โต๊ะไม้ตัวเก่าที่ผ่านการใช้งานมานานนับสิบปี ถูกแรงกระแทกมหาศาลฟาดเข้าที่ขาโต๊ะจนหักสะบั้นลง เสียงไม้ลั่นดังเอี๊ยดอ๊าดก่อนจะพังครืนลงมาทั้งตัว จานชามถ้วยชามและอาหารทั้งหมดร่วงหล่นลงมากองระเนระนาดบนพื้น เป็นภาพที่น่าอนาถใจยิ่งนัก
การกระทำที่รวดเร็ว เด็ดขาด และเปี่ยมด้วยพละกำลังนี้ทำให้ทุกคนในที่นั้นอ้าปากค้าง ไม่มีใครคาดคิดว่าสะใภ้รองที่เคยถูกโขกสับสารพัดจะกล้าลุกขึ้นมาอาละวาดได้ถึงเพียงนี้!
“กรี๊ดดดดด! นังสารเลว! นังปีศาจ!” หวังชุ่ยฮวาหวีดร้องออกมาสุดเสียงราวกับคนเสียสติ นางชี้หน้ากู้เซียงตัวสั่นเทาด้วยความโกรธจัด “เจ้ากล้าทำลายข้าวของ! กล้าทุบหม้อข้าวของเรา! เจ้ามันเป็นสะใภ้เนรคุณ! ข้าจะไปแจ้งทางการ! ข้าจะบอกผู้ใหญ่บ้านว่าเจ้าหนีตามผู้ชายชั่วช้าไปแล้ว! คอยดูเถอะ ข้าจะทำให้เจ้าถูกจับไปถ่วงน้ำให้ตาย!”
คำขู่ที่ร้ายกาจที่สุดสำหรับสตรีในยุคนี้ถูกพ่นออกมาจากปากของแม่สามี เสียงเอะอะโวยวายดังลั่นจนชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเริ่มพากันมามุงดูที่หน้าบ้านตระกูลหลิน บ้างก็ปีนรั้ว บ้างก็แอบมองตามช่องไม้ ทุกคนต่างอยากรู้อยากเห็นว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น
กู้เซียงกลับไม่แสดงท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางยืนนิ่งอยู่กลางวงล้อม ใช้ปลายไม้พลองลากเป็นเส้นบนพื้นดิน ขีดคั่นเขตแดนระหว่างนางกับคนของตระกูลหลิน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับหวังชุ่ยฮวาที่กำลังด่าทอไม่หยุดปาก
“แจ้งทางการรึ?” กู้เซียงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของนางแหบพร่าแต่กลับทรงพลัง “ดี! ไปแจ้งเลย! ข้าเองก็อยากจะถามท่านผู้ใหญ่บ้านกับนายอำเภอเหมือนกันว่า กฎหมายของต้าเยี่ยนมาตราใดที่อนุญาตให้แม่สามีจับสะใภ้ของบุตรชายที่หายสาบสูญไปในป่า ขายให้กับเศรษฐีเฒ่าตัณหากลับเพื่อนำเงินไปใช้หนี้พนันของบุตรชายคนโต!”
คำพูดของกู้เซียงดังชัดถ้อยชัดคำราวกับค้อนปอนด์ที่ทุบเข้ากลางใจของหวังชุ่ยฮวาและหลินต้าไห่จนหน้าซีดเผือด
ชาวบ้านที่กำลังมุงดูอยู่ต่างพากันส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที เรื่องขายสะใภ้! เรื่องหนี้พนัน! นี่มันเป็นข่าวใหญ่ที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่าเรื่องสะใภ้ทุบหม้อข้าวเสียอีก!
“ท่านแม่สามี” กู้เซียงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านทุกคนได้ยินอย่างถนัดถนี่ “การกล่าวหาว่าสะใภ้หนีตามชายชู้โดยไร้หลักฐาน ท่านรู้หรือไม่ว่ามีโทษโบยสามสิบทีและต้องกราบขอขมา แต่การลักลอบขายคนในครอบครัวเพื่อเป็นทาสนั้น...มีโทษถึงขั้นจำคุก!”
หวังชุ่ยฮวาถึงกับผงะ ลำพังนางจะไปรู้กฎหมายละเอียดลึกซึ้งถึงเพียงนั้นได้อย่างไร แต่ท่าทีที่มั่นอกมั่นใจและคำพูดที่ฉะฉานของกู้เซียงกลับทำให้นางเริ่มใจไม่ดี
“ข้า...กู้เซียง...ขอประกาศไว้ตรงนี้ต่อหน้าฟ้าดินและเพื่อนบ้านทุกคน!” ดวงตาของนางกวาดมองไปรอบๆ ทั้งคนในบ้านและคนที่มุงดูอยู่ด้านนอก ก่อนจะกลับมาหยุดที่ใบหน้าของหวังชุ่ยฮวา “นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อให้ใครโขกสับรังแกอีกต่อไป! ใครที่คิดจะเหยียบย่ำข้า ก็เตรียมตัวรับการตอบกลับที่สาสมได้เลย!”
สิ้นเสียงประกาศกร้าว กู้เซียงก็ตวัดไม้พลองในมือขึ้นพาดบ่าในท่วงท่าองอาจ แววตาของนางลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งการต่อสู้ที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น หวังชุ่ยฮวาถูกต้อนจนมุมด้วยวาจาและสายตาของผู้คนรอบข้าง นางโกรธจนตัวสั่น ริมฝีปากเม้มแน่นเป็นเส้นตรง เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ก่อนที่ความอดทนทั้งหมดจะขาดสะบั้นลง
“นังเด็กเมื่อวานซืน! กล้ามาสอนข้ารึ!” นางกรีดร้องแล้วถลันกายหมายจะพุ่งเข้าไปตบหน้ากู้เซียงให้หายแค้น