แฉความเน่าเฟะของตระกูลหลิน

สรรพเสียงทั้งมวลในลานบ้านตระกูลหลินพลันเงียบสงัดลงในบัดดล ประดุจถูกอำนาจลึกลับบางอย่างสะกดไว้ มีเพียงเสียงลมราตรีที่หวีดหวิวพัดผ่านยอดไม้และเสียงเปลวไฟจากคบเพลิงที่แตกดังเปรี๊ยะๆ เป็นครั้งคราวเท่านั้นที่ยังคงอยู่ คำร้องขอความเป็นธรรมของกู้เซียงที่ดังกังวานก่อนจะคุกเข่าลงนั้น ยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของทุกคน

สวี่ฝูเกิงยืนนิ่งไม่ไหวติง คิ้วของเขาขมวดมุ่นเป็นปมแน่น สายตาคมปลาบดุจอินทรีจ้องมองสตรีร่างบางที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ศีรษะของนางจรดพื้นดิน แสดงออกถึงความเคารพแต่ก็แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวอย่างที่สุด เขากวาดสายตามองเลยไปยังหวังชุ่ยฮวาที่ใบหน้าซีดสลับเขียวด้วยความโกรธแค้นและตื่นตระหนก และหลินต้าไห่ที่บัดนี้ลืมสิ้นซึ่งการร้องโอดโอย ดวงตาหลุกหลิกมองซ้ายมองขวาอย่างมีพิรุธ

"ลุกขึ้นก่อนเถิด" ในที่สุด ผู้ใหญ่บ้านสวี่ฝูเกิงก็ทำลายความเงียบลงด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจ "เรื่องราวทั้งหมด ข้าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างแน่นอน แต่คำพูดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เจ้ามีหลักฐานใดมายืนยันคำกล่าวอ้างของตนหรือไม่?"

หวังชุ่ยฮวาที่ได้ยินดังนั้นก็ราวกับได้รับฟางเส้นสุดท้าย นางรีบตะโกนสวนขึ้นมาทันที "ใช่แล้ว! นังแพศยาตัวดี! เจ้ามีหลักฐานอะไรมากล่าวหาข้ากับลูกชาย! ทุกคนในที่นี้เห็นหรือไม่ว่ามันใส่ร้ายป้ายสีพวกข้า! ท่านผู้ใหญ่บ้าน ท่านต้องลากตัวมันไปโบยให้ตาย!"

ทว่ากู้เซียงกลับไม่แม้แต่จะชายตามองนาง หญิงสาวค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่วงท่าสง่างามมั่นคง ไม่มีความหวาดหวั่นใดๆ ฉายชัดในดวงตา นางปัดฝุ่นดินออกจากหัวเข่าอย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่กลับหนักแน่นสะท้านใจ "หลักฐาน... ข้าย่อมมีเจ้าค่ะ"

สิ้นคำพูดนั้น นางล้วงเข้าไปในอกเสื้อของตนเอง ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่จับจ้องอย่างไม่กะพริบ สิ่งที่นางหยิบออกมามิใช่ศัสตราวุธใด แต่เป็นกระดาษเก่าๆ สองแผ่นที่พับเก็บไว้อย่างดี

"นี่คืออะไร?" สวี่ฝูเกิงถามเสียงขรึม

กู้เซียงคลี่กระดาษแผ่นแรกออกอย่างแช่มช้า แสงจากคบไฟสาดส่องให้เห็นตัวอักษรและตัวเลขที่เขียนไว้ด้วยพู่กันอย่างชัดเจน

"นี่คือบิลหนี้พนันจากบ่อนในตัวอำเภอเจ้าค่ะ" น้ำเสียงของกู้เซียงดังชัดเจน "เป็นหนี้สินของพี่ชายสามี... หลินต้าไห่ เป็นจำนวนเงินสูงถึงห้าสิบตำลึงเงิน!"

"วูบ!"

เสียงฮือฮาอุบัติขึ้นในหมู่ชาวบ้านทันที ห้าสิบตำลึงเงิน! นั่นเป็นจำนวนเงินมหาศาลที่ครอบครัวชาวนาธรรมดาอาจหาไม่ได้แม้จะทำงานหลังขดหลังแข็งไปชั่วชีวิต! สายตาทุกคู่พลันจับจ้องไปยังหลินต้าไห่เป็นตาเดียว

ใบหน้าของหลินต้าไห่พลันซีดเผือดไร้สีเลือดในฉับพลัน เขาสะดุ้งเฮือกราวกับถูกน้ำร้อนสาด "ไม่จริง! ไม่ใช่ข้า! เจ้า... เจ้ากุเรื่องขึ้นมา!" เขาปฏิเสธเสียงสั่น แต่ท่าทีเลิ่กลั่กนั้นกลับเป็นคำสารภาพที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ

"กุเรื่องขึ้นมาหรือ?" กู้เซียงแค่นเสียงเย็นชา "บนนี้มีทั้งชื่อ ตราประทับของโรงพนัน และรอยนิ้วมือของพี่ชายสามีอยู่ครบถ้วน ท่านผู้ใหญ่บ้านโปรดตรวจสอบได้"

นางยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้แก่ชายหนุ่มข้างกายผู้ใหญ่บ้าน สวี่ฝูเกิงรับมาพิจารณาด้วยตนเอง เพียงกวาดตาอ่านไม่นาน สีหน้าของเขาก็ยิ่งทะมึนทึนลงไปอีกหลายส่วน เขาย่อมรู้จักตราประทับของโรงพนันฉาวโฉ่แห่งนั้นดี

หวังชุ่ยฮวาตัวสั่นเทิ้มราวกับใบไม้ต้องลม "นั่น... นั่นมัน..." นางอ้าปากพะงาบๆ แต่กลับหาเสียงของตนไม่เจอ ความลับที่นางพยายามปิดซ่อนไว้สุดชีวิต บัดนี้กลับถูกฉีกกระชากออกมา phơi bàyต่อหน้าสาธารณชนอย่างไม่เหลือชิ้นดี

แต่แล้ว กู้เซียงกลับสร้างความตระหนกตกใจให้แก่ทุกคนอีกครั้ง เมื่อนางคลี่กระดาษแผ่นที่สองออกมา!

กระดาษแผ่นนี้ดูใหม่กว่าแผ่นแรกเล็กน้อย แต่เนื้อหาที่ปรากฏอยู่บนนั้นกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าหลายเท่านัก!

"ส่วนนี่..." กู้เซียงชูกระดาษแผ่นนั้นขึ้นสูง ให้ทุกคนได้เห็นตราประทับสีแดงสดที่มุมกระดาษอย่างชัดเจน "คือสัญญาซื้อขายมนุษย์เจ้าค่ะ!"

"อะไรนะ?!"

คราวนี้ไม่ใช่แค่เสียงฮือฮา แต่เป็นเสียงอุทานด้วยความตกตะลึงอย่างแท้จริง การติดหนี้พนันเป็นเรื่องน่าอับอาย แต่การลักลอบค้ามนุษย์นั้นเป็นอาชญากรรมร้ายแรง! หากทางการทราบเรื่อง ตระกูลหลินไม่เพียงแต่จะถูกยึดทรัพย์สิน แต่อาจต้องโทษถึงขั้นถูกเนรเทศหรือประหารชีวิต!

"ในสัญญาระบุไว้ชัดเจน" กู้เซียงกล่าวต่อเสียงดังฟังชัด "ว่า 'หวังชุ่ยฮวา' ผู้เป็นมารดา ยินยอมขายสะใภ้รองของตน 'กู้เซียง' ให้แก่เศรษฐีเฒ่าหวังในตัวอำเภอในฐานะอนุภรรยา ด้วยราคาหกสิบตำลึงเงิน! เงินมัดจำจำนวนสิบตำลึงเงินได้จ่ายไปแล้ว ส่วนที่เหลืออีกห้าสิบตำลึง จะจ่ายเมื่อส่งตัวถึงที่หมาย... ซึ่งก็คือจำนวนเงินที่พอดีกับหนี้พนันของพี่ชายสามีไม่มีผิดเพี้ยน!"

ทุกถ้อยคำของกู้เซียงราวกับค้อนเหล็กที่ทุบกระหน่ำลงบนศีรษะของทุกคนในที่นั้น

"นี่คือเหตุผลที่พวกท่านแม่สามีและพี่ชายสามีต้องจับข้ามัดและทุบตี! เพราะข้าขัดขืน ไม่ยอมให้พวกเขานำตัวไปขายใช้หนี้! เรื่องราวทั้งหมดเป็นเช่นนี้! ข้าขอถามทุกท่านอีกครั้ง... การที่ข้าปกป้องชีวิตและศักดิ์ศรีของตนเอง... ข้าทำผิดด้วยหรือเจ้าคะ?!"

"เปรี้ยง!"

ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางลานบ้าน! หวังชุ่ยฮวากรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง "ไม่จริง! นังสารเลว! เจ้าเอาสัญญานั่นมาจากไหน! มันเป็นของปลอม! ท่านผู้ใหญ่บ้านอย่าไปเชื่อมัน!" นางพยายามจะพุ่งเข้าไปฉีกกระดาษในมือกู้เซียง แต่ถูกชาวบ้านที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ขวางไว้

ทว่า... หลักฐานมัดตัวแน่นหนาถึงเพียงนี้แล้ว ใครเล่าจะยังโง่เขลาเชื่อคำพูดของนางอีก?

สวี่ฝูเกิงรับสัญญาแผ่นที่สองมาดูด้วยมืออันสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความพิโรธโกรธาที่พลุ่งพล่านจนแทบระเบิดออกมา ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาแปรเปลี่ยนเป็นทะมึนทึนน่ากลัว แววตาที่จ้องมองไปยังหวังชุ่ยฮวาและหลินต้าไห่ บัดนี้เยียบเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก

"หวังชุ่ยฮวา! หลินต้าไห่!" ผู้ใหญ่บ้านตวาดลั่น เสียงของเขาดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณจนทุกคนต้องสะดุ้ง "พวกเจ้าช่างกล้าดีนัก! กล้าทำเรื่องผิดกฎหมายบ้านเมืองและผิดศีลธรรมอันดีงามในหมู่บ้านชิงสุ่ยของข้า! การลักลอบค้ามนุษย์มีโทษสถานใด พวกเจ้าไม่รู้หรืออย่างไร!"

เสียงตวาดนั้นเต็มไปด้วยโทสะและความผิดหวังอย่างรุนแรง มันคือการประกาศิตที่ทำให้สองแม่ลูกตระกูลหลินทรุดฮวบลงกับพื้น ใบหน้าขาวซีดราวกับคนตาย พวกเขารู้ดีว่า... ครั้งนี้จบสิ้นแล้วจริงๆ