ยื่นคำขาดขอแยกบ้าน

ทั่วทั้งลานบ้านตกอยู่ในความเงียบงันราวป่าช้า บรรยากาศกดดันหนักหน่วงจนแทบหายใจไม่ออก ทุกสายตาจับจ้องไปยังสองแม่ลูกตระกูลหลินที่ทรุดกายกองอยู่บนพื้นดินราวกับไร้ซึ่งกระดูกสันหลัง คำประกาศิตของผู้ใหญ่บ้านสวี่ฝูเกิงยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคน มันคือเสียงแห่งความยุติธรรมที่ชาวบ้านรอคอย

หวังชุ่ยฮวาตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง ใบหน้าขาวซีดปราศจากสีเลือด นางเงยหน้าขึ้นมองสวี่ฝูเกิงด้วยแววตาเลื่อนลอย ปากอ้าพะงาบๆ แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ในขณะที่หลินต้าไห่ผู้เป็นลูกชายกลับยิ่งน่าสมเพชกว่า เขาก้มหน้าซุกกับพื้นดิน ตัวสั่นเป็นลูกนก ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับผู้ใด

ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ นั้นเอง ร่างระหงของกู้เซียงที่ยืนสงบนิ่งมาตลอดพลันขยับเล็กน้อย นางก้าวออกมาเบื้องหน้าหนึ่งก้าว สุ้มเสียงที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบ ทว่ากลับทรงพลังและสะกดทุกสายตาให้หันไปมอง

"ท่านผู้ใหญ่บ้านเจ้าขา" กู้เซียงประสานมือคารวะอย่างงดงาม ท่วงท่าของนางสุขุมเยือกเย็นราวกับมิใช่สตรีชาวบ้านธรรมดา "เรื่องราวทั้งหมด... ข้ามิได้ต้องการให้บานปลายไปถึงขั้นต้องขึ้นโรงขึ้นศาล"

คำพูดของนางสร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกคนในที่นั้น แม้แต่สวี่ฝูเกิงเองก็ยังขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ

"นังหนู เจ้าหมายความว่าอย่างไร?" ผู้ใหญ่บ้านถามเสียงขรึม "พวกมันทำผิดกฎหมายบ้านเมือง การลักลอบค้ามนุษย์มีโทษหนักหนาสาหัส เจ้าจะปล่อยให้คนชั่วลอยนวลไปได้อย่างนั้นรึ?"

กู้เซียงส่ายหน้าช้าๆ แววตาของนางยังคงจับจ้องไปยังสองแม่ลูกตระกูลหลินอย่างไม่วางตา "ท่านผู้ใหญ่บ้านโปรดวางใจ ข้ามิใช่คนใจดีที่พร้อมจะให้อภัยคนชั่ว แต่ข้าเพียงแค่ต้องการสิ่งที่ข้าควรจะได้รับกลับคืนมาเท่านั้น"

นางสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะประกาศข้อเสนอของตนด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด "ข้า กู้เซียง สะใภ้รองตระกูลหลิน ขอยื่นข้อเสนอต่อหน้าท่านผู้ใหญ่บ้านและทุกท่านในที่นี้... ข้าจะไม่นำเรื่องที่ตระกูลหลินพยายามลักลอบขายข้าไปแจ้งทางการแม้แต่ครึ่งคำ แต่มีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว!"

ดวงตาของนางเปล่งประกายคมปลาบราวกับกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก จ้องลึกลงไปในดวงตาของหวังชุ่ยฮวาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

"ตระกูลหลิน... ต้องทำหนังสือแยกบ้านให้แก่ข้า! คืนอิสรภาพให้ข้า! นับจากนี้ไป ข้ากับตระกูลหลินจะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ต่อกันอีก เส้นใครเส้นมัน! หากพวกท่านยอมตกลง เรื่องในวันนี้ก็จะจบลงตรงนี้!"

"ไม่!!!"

เสียงกรีดร้องแหลมสูงของหวังชุ่ยฮวาดังขึ้นทำลายความเงียบ นางดีดตัวพรวดขึ้นจากพื้นราวกับถูกน้ำร้อนสาด ดวงตาของนางเบิกโพลงด้วยความละโมบและชิงชัง "ข้าไม่ยอม! นังแพศยา! เจ้าคิดจะฉวยโอกาสรึ! เจ้าแต่งเข้าตระกูลหลินแล้ว คนก็เป็นของตระกูลหลิน ผีก็เป็นผีของตระกูลหลิน! จะมาขอแยกบ้านง่ายๆ ได้อย่างไร! ฝันไปเถอะ!"

ในยามนี้ ความกลัวต่ออาญาบ้านเมืองได้ถูกความเสียดายเข้าครอบงำจนหมดสิ้น ในหัวของหวังชุ่ยฮวามีแต่ภาพของกู้เซียงที่ทำงานงกๆ ในบ้านราวกับวัวควาย มีแต่ภาพของเงินห้าสิบตำลึงที่กำลังจะหลุดลอยไป นางจะยอมสูญเสียทั้งแรงงานทาสและเงินก้อนโตไปพร้อมกันได้อย่างไร!

"ข้าไม่ยอมเด็ดขาด!" นางตวาดลั่น ชี้หน้ากู้เซียงอย่างเกรี้ยวกราด "เจ้าต้องอยู่ที่นี่! ทำงานชดใช้ข้าวสุกที่เจ้ากินเข้าไป! ตราบใดที่ข้ายังไม่ตาย เจ้าก็อย่าหวังว่าจะได้ก้าวขาออกจากบ้านตระกูลหลินไปแม้แต่ก้าวเดียว!"

ชาวบ้านโดยรอบต่างส่ายหน้าด้วยความระอา สตรีผู้นี้ช่างหน้าหนาใจดำเสียจริง สถานการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังคิดจะกอบโกยผลประโยชน์จากสะใภ้ที่ตนเองพยายามจะผลักลงนรกอีก

กู้เซียงเพียงแค่ยิ้มหยันที่มุมปาก นางคาดการณ์ปฏิกิริยาเช่นนี้ของแม่สามีไว้แล้ว "เช่นนั้นหรือเจ้าคะ? ดูท่าว่าท่านแม่สามีจะยังไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา"

"เจ้า!" หวังชุ่ยฮวากำลังจะอ้าปากด่าต่อ แต่พลันต้องชะงักงัน เมื่อผู้ใหญ่บ้านสวี่ฝูเกิงก้าวเข้ามาขวางด้วยใบหน้าทะมึนทึนน่ากลัว

"พอได้แล้ว! หวังชุ่ยฮวา!" สุ้มเสียงของผู้ใหญ่บ้านเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก "ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังไม่สำนึกสินะ"

เขากวาดสายตาอันคมกริบมองไปยังหลินต้าไห่ที่ตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้น ก่อนจะหันกลับมายังหวังชุ่ยฮวาแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด "ข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย... เลือกระหว่างการทำหนังสือแยกบ้านให้สะใภ้รองตามที่นางต้องการ กับการที่ข้าจะมัดตัวหลินต้าไห่ลูกชายสุดที่รักของเจ้า... แล้วส่งตัวมันไปให้ทางการที่อำเภอด้วยตัวเอง!"

คำพูดของผู้ใหญ่บ้านราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางใจของหวังชุ่ยฮวา!

นางเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง ร่างกายชาวาบไปทั้งร่าง "ท่าน... ท่านผู้ใหญ่บ้าน... ท่านจะทำเช่นนั้นไม่ได้นะ! ต้าไห่เป็นลูกชายคนเดียวของข้า! เขาคือแก้วตาดวงใจของข้า!"

"งั้นรึ?" สวี่ฝูเกิงแค่นเสียงเย็นชา "ตอนที่เจ้าคิดจะขายสะใภ้ตัวเองใช้หนี้ให้มัน เจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ว่านางก็เป็นแก้วตาดวงใจของบิดามารดาใครเช่นกัน! กฎหมายบ้านเมืองมีไว้สำหรับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ลูกชายสุดที่รักของเจ้า! ข้าให้เวลาเจ้าตัดสินใจเพียงหนึ่งถ้วยชา... หากเจ้ายังดื้อดึง ข้าจะสั่งให้คนมาคุมตัวหลินต้าไห่ไปเดี๋ยวนี้!"

ทุกถ้อยคำของผู้ใหญ่บ้านคือการบีบคั้นที่ไร้ทางหนี! หวังชุ่ยฮวาหันขวับไปมองลูกชายสุดที่รัก ใบหน้าของหลินต้าไห่ซีดเผือดยิ่งกว่ากระดาษ เขามองนางด้วยสายตาอ้อนวอน ขอร้องให้ผู้เป็นแม่ช่วยชีวิตเขา

นางหันกลับมามองกู้เซียงที่ยืนนิ่งสงบด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าในสายตาของหวังชุ่ยฮวาแล้ว รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของหญิงสาวผู้นั้นกลับน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าปีศาจตนใด

ทางเลือกสองทาง... สูญเสียแรงงานทาสและเสียหน้า... หรือสูญเสียลูกชายทั้งคนไปตลอดกาล...

เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาจากหน้าผากของหวังชุ่ยฮวา นางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ ลมหายใจติดขัดราวกับมีหินก้อนใหญ่ทับอยู่บนอก ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความละโมบ บัดนี้กลับฉายแววแห่งความลังเล สับสน และความเคียดแค้นชิงชังที่ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง

นางจ้องมองใบหน้าของกู้เซียงเขม็ง ราวกับจะเผาผลาญหญิงสาวให้มอดไหม้ด้วยสายตา... ในที่สุด นางก็ต้องเลือกระหว่างศักดิ์ศรีจอมปลอม กับอนาคตของสายเลือดเพียงคนเดียว... การตัดสินใจครั้งนี้ มันช่างเจ็บปวดยิ่งกว่าการถูกคมมีดกรีดลงบนเนื้อสดๆ เสียอีก