ที่ดินรกร้างชายเขาหมอกเร้น
กาลเวลาในลานบ้านตระกูลหลินราวกับหยุดนิ่ง ทุกสายตาจับจ้องไปยังหวังชุ่ยฮวาที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งเอาไว้ คำขาดของผู้ใหญ่บ้านสวี่ฝูเกิงยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของนาง ประหนึ่งเสียงกลองศึกที่รัวกระหน่ำ บีบคั้นให้นางต้องตัดสินใจเลือกระหว่างศักดิ์ศรีที่หลงเหลืออยู่น้อยนิดกับอนาคตของบุตรชายสุดที่รัก
เหงื่อเย็นเยียบผุดซึมอาบหน้าผากของนาง ดวงตาที่เคยฉายแววหยิ่งผยองและละโมบ บัดนี้กลับสั่นระริกด้วยความขัดแย้งอย่างรุนแรง นางเหลือบมองหลินต้าไห่ผู้เป็นบุตรชาย ใบหน้าของเขาซีดขาวราวกับคนตาย ดวงตาอ้อนวอนราวกับลูกสุนัขที่กำลังจะถูกทอดทิ้ง จากนั้นจึงตวัดสายตากลับมายังกู้เซียง สะใภ้รองที่นางเคยเหยียบย่ำราวกับผักปลาในตลาด
บัดนี้... หญิงสาวผู้นั้นกลับยืนหยัดอย่างสงบนิ่ง ท่วงท่างดงามราวต้นสนบนยอดผา ไม่สะทกสะท้านต่อแรงกดดันใดๆ รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนมุมปากของนาง ในสายตาของหวังชุ่ยฮวาแล้ว มันช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคมดาบที่จ่ออยู่ตรงลำคอ
นางกำลังจะพ่ายแพ้! พ่ายแพ้ให้กับสตรีที่นางเคยคิดว่าจะบีบก็ตายจะคลายก็รอด! ความอัปยศอดสูนี้แผดเผาหัวใจนางจนแทบมอดไหม้
"ว่าอย่างไรเล่า หวังชุ่ยฮวา?" สวี่ฝูเกิงเอ่ยเร่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เวลาหนึ่งถ้วยชากำลังจะหมดลงแล้ว หากเจ้ายังคิดจะดื้อดึง ข้าคงต้องให้คนของทางการมาเชิญตัวบุตรชายเจ้าไปสนทนาในคุกหลวงแทน!"
คำว่า "คุกหลวง" สะเทือนเลือนลั่นในหัวใจของหวังชุ่ยฮวา นางหลับตาลง ขบกรามแน่นจนสันกรามโปนขึ้นเห็นได้ชัด ในที่สุด นางก็จำต้องยอมจำนนต่อโชคชะตาที่พลิกผัน
"ข้า... ข้ายอมแล้ว!" นางเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา แต่ละพยางค์แฝงไว้ด้วยความเคียดแค้นชิงชังจนแทบกระอักเลือด "ข้ายอมให้นังสารเลวนี่แยกบ้านออกไป!"
สิ้นเสียงประกาศิตของนาง บรรยากาศที่ตึงเครียดก็พลันคลายลงเล็กน้อย ชาวบ้านที่มุงดูต่างพากันถอนหายใจอย่างโล่งอก หลินต้าไห่ทรุดฮวบลงกับพื้นราวกับหมดเรี่ยวแรง ในที่สุดเขาก็รอดพ้นจากเงื้อมมือของทางการแล้ว
ทว่า เรื่องราวมิได้จบลงง่ายดายเพียงนั้น
หวังชุ่ยฮวาเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาแดงก่ำราวกับอสรพิษร้ายจับจ้องไปยังกู้เซียง นางแสยะยิ้มเยียบเย็นจนน่าขนลุก "แต่... การแยกบ้านมิใช่เรื่องเล็กน้อย ในเมื่อนางต้องการจะไปให้พ้นหูพ้นตาข้า ข้าก็จะสนองให้!"
นางเชิดหน้าขึ้น กล่าวกับผู้ใหญ่บ้านสวี่ฝูเกิงด้วยน้ำเสียงแหลมสูง "ท่านผู้ใหญ่บ้านก็ทราบดี ตระกูลหลินของเรามิได้ร่ำรวยอะไร ที่นาดีๆ ล้วนต้องเก็บไว้ให้บุตรชายข้าทั้งสองทำกินเพื่อสืบสกุล แต่ในเมื่อสะใภ้รองผู้นี้มีความสามารถสูงส่งนัก ทั้งยังต้องการแยกตัวออกไปเป็นอิสระ ข้าในฐานะแม่สามีผู้เปี่ยมเมตตา ก็จะมอบที่ดินผืนหนึ่งให้นางไปตั้งตัว!"
คำพูดของนางฟังดูราวกับมีเมตตา แต่ทุกคนที่ได้ยินกลับรู้สึกถึงไอมรณะที่แฝงอยู่
"ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านเรา บริเวณตีนเขาหมอกเร้น ยังมีที่ดินของตระกูลหลินเหลืออยู่อีกราวสามหมู่" หวังชุ่ยฮวากล่าวต่อ พลางชี้มือไปยังทิศของภูเขาที่ปกคลุมด้วยม่านหมอกจางๆ "ข้าจะยกที่ดินผืนนั้นทั้งหมดให้นาง!"
คำพูดนี้ทำให้ชาวบ้านหลายคนต้องสูดลมหายใจเฮือกใหญ่!
ที่ดินชายเขาหมอกเร้น! นั่นมันมิใช่ที่ดินทำกิน แต่เป็นแดนรกร้างโดยแท้! พื้นที่บริเวณนั้นเต็มไปด้วยก้อนหินใหญ่น้อย ดินแข็งกระด้างราวกับศิลา วัชพืชและเถาวัลย์ขึ้นรกชัฏจนแทบมองไม่เห็นพื้นดิน กล่าวกันว่าในฤดูร้อนยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของงูพิษและแมลงร้ายนานาชนิดอีกด้วย แม้แต่จะใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ยังไม่เหมาะสม อย่าว่าแต่จะใช้เพาะปลูกเลย!
นี่มันไม่ใช่การมอบที่ดินทำกิน แต่คือการผลักไสให้ไปอดตายชัดๆ!
"ส่วนเรื่องทรัพย์สินเงินทอง ข้าวของเครื่องใช้..." หวังชุ่ยฮวาปรายตามองกู้เซียงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววตาดูแคลน "ตอนที่นางแต่งเข้ามาในบ้านข้า ก็มาแต่ตัวกับเสื้อผ้าขาดๆ ชุดเดียว บัดนี้นางจะไป ก็ให้ไปแต่ตัวเช่นกัน! ตระกูลหลินของข้าไม่ขอเรียกร้องสิ่งใดคืน และก็จะไม่มีสิ่งใดมอบให้นางแม้แต่ปลายเข็มเล่มเดียว! ถือว่าหายกัน!"
ความอำมหิตในวาจาของนางทำให้แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านสวี่ฝูเกิงยังต้องขมวดคิ้วแน่น เขากำลังจะอ้าปากคัดค้าน แต่กลับต้องชะงักเมื่อเห็นปฏิกิริยาของกู้เซียง
ท่ามกลางสายตาสมเพชเวทนาและเสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้าน กู้เซียงกลับยังคงยืนนิ่งสงบ นัยน์ตาของนางยังคงกระจ่างใสดุจผืนน้ำในฤดูใบไม้ร่วง ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความตื่นตระหนกหรือหวาดหวั่น ตรงกันข้าม... มุมปากของนางกลับยกสูงขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่อ่านความหมายไม่ออก
ที่ดินรกร้างชายเขาหมอกเร้นงั้นรึ?
ในสายตาของผู้อื่น มันคือสุสานที่รอวันฝังกลบคนเป็น แต่ในสายตาของกู้เซียง อดีตหน่วยรบพิเศษผู้เชี่ยวชาญการเอาตัวรอดในภูมิประเทศทุรกันดาร มันคือฐานที่มั่นชั้นเลิศ!
ความห่างไกลจากหมู่บ้านหมายถึงความเป็นส่วนตัว ปราศจากการสอดรู้สอดเห็นของพวกปากสว่าง การติดอยู่กับภูเขาหมายถึงแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งของป่า สมุนไพร และสัตว์เล็กนานาชนิด ส่วนเรื่องดินที่แข็งกระด้างและขาดธาตุอาหารน่ะหรือ?
สำหรับคนที่มี 'บ่อน้ำพุแร่ธาตุ' วิเศษอยู่ในมิติลับแล้ว การพลิกฟื้นผืนดินที่ตายแล้วให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ยิ่งกว่านาดีๆ ของใครบางคน มันจะไปยากกระไรกัน!
หวังชุ่ยฮวาคิดว่านางกำลังส่งกู้เซียงไปตาย แต่หารู้ไม่ว่านางกำลังมอบกุญแจสู่อิสรภาพและอาณาจักรแห่งใหม่ให้แก่ศัตรูตัวฉกาจของนางโดยไม่รู้ตัว
"ตกลง"
เสียงใสกระจ่างดังขึ้น ทำลายความเงียบงันในบัดดล สองคำสั้นๆ ที่หนักแน่นและเด็ดขาด ทำให้ทุกคนต้องหันไปมองเป็นตาเดียว
กู้เซียงก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เผชิญหน้ากับหวังชุ่ยฮวาโดยตรง "ข้าตกลงตามเงื่อนไขนี้ทุกประการ ที่ดินสามหมู่ชายเขาหมอกเร้น แลกกับการตัดขาดจากตระกูลหลิน ข้าจะไม่เรียกร้องสิ่งใดอีก และพวกท่านก็อย่าได้ย่างกรายเข้าไปในอาณาเขตของข้าอีกเช่นกัน"
ความเด็ดเดี่ยวในการตอบรับของนางทำให้หวังชุ่ยฮวาถึงกับผงะไปชั่วขณะ นางคาดหวังว่าจะได้เห็นกู้เซียงร้องไห้ฟูมฟาย คุกเข่าอ้อนวอน หรือแสดงความสิ้นหวังออกมา แต่นี่มันอะไรกัน? สตรีตรงหน้ากลับยอมรับเงื่อนไขสุดโหดร้ายนี้อย่างง่ายดายราวกับกำลังรับมอบของขวัญล้ำค่า
ความรู้สึกไม่สบายใจอย่างประหลาดก่อตัวขึ้นในใจของหวังชุ่ยฮวา แต่นางก็สลัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว บางทีนังเด็กนี่อาจจะโง่เขลาจนไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง หรือไม่ก็กำลังเสแสร้งทำเป็นเข้มแข็งเท่านั้น
"ดี! ดีมาก!" นางหัวเราะหยัน "ในเมื่อเจ้าใจกล้านัก ข้าก็อยากจะรอดูนักว่าเจ้าจะทนอยู่ในแดนรกร้างนั่นได้สักกี่วัน! ท่านผู้ใหญ่บ้าน โปรดเป็นพยานให้ด้วย พรุ่งนี้เช้า ข้าจะให้ท่านมาทำหนังสือสัญญาตัดขาดอย่างเป็นทางการ!"
ผู้ใหญ่บ้านสวี่ฝูเกิงมองลึกลงไปในดวงตาของกู้เซียง เมื่อเห็นความแน่วแน่ที่ฉายชัดอยู่ในนั้น เขาก็ได้แต่พยักหน้ารับช้าๆ "ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว ข้าก็จะจัดการให้ตามธรรมเนียม"
สถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว ชาวบ้านต่างเริ่มทยอยแยกย้ายกันกลับไป พร้อมกับเรื่องราวร้อนๆ ที่จะกลายเป็นหัวข้อสนทนาไปอีกหลายวัน
หวังชุ่ยฮวาแค่นเสียงอย่างผู้ชนะ สะบัดแขนเสื้ออย่างแรงแล้วหันหลังเดินกลับเข้าบ้านไป พร้อมกับลากหลินต้าไห่ที่ยังคงนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนพื้นตามเข้าไปด้วย นางคิดว่าตนเองเป็นฝ่ายกำชัยชนะอย่างงดงาม สามารถกำจัดเสี้ยนหนามออกไปได้โดยไม่ต้องสูญเสียสิ่งใดเลยแม้แต่น้อย
ทว่า... นางหารู้ไม่ว่ารอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของกู้เซียงยามที่นางหันหลังให้ บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแห่งผู้ถือไพ่เหนือกว่าอย่างแท้จริง
หญิงสาวทอดสายตามองไปยังทิศของเขาหมอกเร้นที่อยู่ไกลออกไป ยอดเขาที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอกนั้น ในสายตาของนาง บัดนี้มันไม่ได้ดูน่ากลัวอีกต่อไป แต่กลับเป็นเหมือนสัญญาณแห่งการเริ่มต้น... จุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่นางจะเป็นผู้ขีดเขียนด้วยมือของตนเอง
อิสรภาพที่ต้องแลกมาด้วยความว่างเปล่าในสายตาคนอื่น... กำลังจะกลายเป็นรากฐานแห่งความมั่งคั่งที่ไม่มีใครคาดคิดถึง