ระบบสกัดโอสถและการค้าเปิดใช้งาน

สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านลานดิน บรรยากาศตึงเครียดราวกับเส้นเชือกที่ขึงไว้จนสุด ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่มุงดู บ่าวชายร่างกำยำสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ เตรียมจะพุ่งเข้าใส่ซูหว่านหนิงตามคำสั่งของหวังชุ่ยฮวา

ทว่าสตรีร่างเล็กกลับมิได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ ดวงตาคู่งามที่เคยหม่นหมองบัดนี้สาดประกายคมปลาบดุจน้ำแข็งพันปี

"เข้ามาสิ" น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่กลับแฝงไอสังหารจนผู้ฟังขนลุกชัน "กล้าแตะต้องข้าแม้เพียงปลายเล็บ ข้าขอสาบานว่าจะไม่แทงพวกเจ้าให้ตายในทันที แต่จะทำให้พวกเจ้าพิการไปตลอดชีวิต! จากนั้นข้าจะไปป่าวร้องตีฆ้องทั่วทั้งอำเภอชิงซี ว่าบ่าวตระกูลซูรุมทำร้ายสตรีอ่อนแอผู้หนึ่ง ดูสิว่าถึงตอนนั้นชื่อเสียงของ ‘บัณฑิตซู’ ที่พวกเจ้ารักนักหนาจะยังคงหอมหวานอยู่หรือไม่!"

คำขู่สุดท้ายดุจค้อนหนักทุบลงกลางใจของหวังชุ่ยฮวาและบ่าวไพร่ นางอาจไม่กลัวการเสียหน้าของตนเอง แต่ชื่อเสียงของซูเหวินโปลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนั้นสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด หากมีข่าวลือเสียหายแพร่ออกไป ย่อมส่งผลกระทบต่อเส้นทางการสอบเป็นขุนนางของเขาในอนาคต!

บ่าวชายที่กำลังจะพุ่งเข้าไปชะงักค้างทันที เหงื่อกาฬไหลซึมทั่วแผ่นหลัง เขาเป็นเพียงบ่าว จะเอาอนาคตของตนไปเสี่ยงกับสตรีที่ดูราวกับไม่กลัวตายผู้นี้ได้อย่างไร

หวังชุ่ยฮวาใบหน้าเขียวสลับขาว นางกัดฟันกรอด ชี้นิ้วสั่นเทาไปยังซูหว่านหนิง "เจ้า...เจ้าเด็กอกตัญญู! ดี! ดีมาก! ข้าจะไปฟ้องท่านแม่ ให้ท่านแม่มาจัดการกับเจ้า!"

กล่าวจบนางก็สะบัดแขนเสื้ออย่างเกรี้ยวกราด หันหลังเดินกระทืบเท้าจากไปอย่างหัวเสียพร้อมบ่าวไพร่ที่เหลือ ทิ้งให้ชาวบ้านมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะค่อยๆ สลายตัวไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและซูหว่านหนิงที่ยืนหยัดอยู่กลางลานดินเพียงลำพัง

เมื่อแน่ใจว่าพวกปลิงดูดเลือดจากไปแล้ว เรี่ยวแรงทั้งหมดที่เคยฝืนทนไว้ก็พลันมลายหายไปสิ้น มีดในมือร่วงหล่นลงพื้นดังเคร้ง ร่างกายของนางโซซัดโซเซจนแทบล้มทั้งยืน ซูหว่านหนิงฝืนใจพยุงร่างที่อ่อนล้ากลับไปยังห้องพักซอมซ่อของตนซึ่งอยู่ท้ายจวนที่สุด

กลิ่นอับชื้นและกลิ่นยาจางๆ ลอยมาปะทะจมูกทันทีที่นางก้าวข้ามธรณีประตู ภายในห้องแคบๆ ที่มืดสลัวมีเพียงเตียงไม้เก่าๆ ที่วางร่างของสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งอยู่ นางคือเฉินอวี้หลาน มารดาของนางเอง

"แค่ก...แค่ก... หว่านเอ๋อร์... เจ้ากลับมาแล้วรึ" เสียงแหบพร่าดังขึ้น พร้อมกับเสียงไอที่บ่งบอกถึงอาการป่วยหนัก เฉินอวี้หลานพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่ก็ไร้เรี่ยวแรง

"ท่านแม่ นอนลงเถิดเจ้าค่ะ อย่าเพิ่งขยับ" ซูหว่านหนิงรีบเข้าไปประคองมารดาให้นอนลงดังเดิม นางมองใบหน้าที่เคยงดงามแต่บัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือดของมารดาแล้วหัวใจก็เจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด

พลันสายตาของนางก็เหลือบไปเห็นเงาเล็กๆ ที่มุมห้อง เด็กหญิงตัวน้อยในชุดเก่าขาดซอมซ่อกำลังกอดเข่าซ่อนตัวอยู่ในความมืด เมื่อเห็นพี่สาวกลับมา นางจึงค่อยๆ คลานออกมาอย่างเงียบเชียบ

"พี่ใหญ่..." ซูหว่านชิง น้องสาววัยแปดหนาวของนางเอ่ยเสียงแผ่วเบา ในดวงตาของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความหวาดกลัวระคนห่วงใย

ซูหว่านหนิงย่อตัวลงลูบศีรษะที่ผมเริ่มแห้งเหลืองของน้องสาวเบาๆ "ไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่แล้ว"

ซูหว่านชิงเม้มปากแน่น นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแบมือเล็กๆ ของตนออกอย่างระมัดระวัง บนฝ่ามือนั้นมีหัวมันป่าขนาดเท่ากำปั้นเด็กเปื้อนดินวางอยู่หนึ่งหัว

"พี่ใหญ่...ข้าแอบซ่อนไว้...นี่คือหัวสุดท้ายแล้ว ท่านกินเถิด ท่านไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันแล้ว"

น้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาในดวงตาของซูหว่านหนิงในทันใด นางทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ได้หนึ่งวันเต็ม ยังไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องเลยแม้แต่น้อย ความหิวโหยและความอ่อนเพลียกัดกินร่างกายจนแทบทนไม่ไหว แต่น้องสาวตัวน้อยที่หิวโซไม่ต่างกัน กลับยอมสละอาหารคำสุดท้ายให้แก่ตน

นางสูดลมหายใจลึก พยายามกล้ำกลืนความรู้สึกตื้นตันเอาไว้ ก่อนจะหยิบหัวมันป่าขึ้นมาแล้วหักครึ่งอย่างเบามือ "คนละครึ่งนะ" นางยื่นชิ้นที่ใหญ่กว่าให้น้องสาว "ชิงเอ๋อร์เป็นเด็กดี ต้องกินเยอะๆ จะได้โตไวๆ"

ซูหว่านชิงส่ายหน้า แต่เมื่อเห็นสายตาจริงจังของพี่สาว นางจึงยอมรับมันมาถือไว้ในที่สุด สองพี่น้องนั่งลงบนพื้นเย็นเฉียบ ค่อยๆแทะเล็มมันป่าดิบๆ ที่ทั้งแข็งและฝืดคอเพื่อประทังความหิว

ค่ำคืนนั้นเงียบสงัด ซูหว่านหนิงนอนลืมตาโพลงอยู่บนเสื่อฟางเก่าๆ ข้างเตียงมารดา เสียงลมหายใจที่แผ่วเบาของแม่และน้องสาวทำให้หัวใจของนางหนักอึ้ง ปณิธานอันแรงกล้าก่อตัวขึ้นในใจ... นางจะต้องพาทั้งสองคนรอดพ้นจากขุมนรกตระกูลซูนี้ไปให้ได้! ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!

ขณะที่ความคิดกำลังสับสนวุ่นวาย พลันมีเสียงประหลาดดังขึ้นในศีรษะของนาง เป็นเสียงที่ราบเรียบไร้เพศ ไร้อารมณ์ความรู้สึก

[ติ๊ง! ตรวจพบแหล่งพลังงานจิตวิญญาณของผู้ใช้ถึงเกณฑ์... กำลังเปิดใช้งาน ‘ระบบสกัดโอสถและการค้า’... การเชื่อมต่อเสร็จสมบูรณ์!]

ซูหว่านหนิงสะดุ้งสุดตัว! เสียงอะไร? หรือนางจะหิวจนหูแว่วไปแล้ว?

[ระบบสกัดโอสถและการค้า ยินดีให้บริการผู้ใช้ซูหว่านหนิง] เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ชัดเจนจนไม่เหมือนภาพหลอน

ซูหว่านหนิงลองหยิกแขนตัวเองอย่างแรง ความเจ็บปวดที่แล่นปราบบอกให้รู้ว่านี่คือความจริง! หรือว่านี่จะเป็นสวัสดิการของผู้ทะลุมิติในตำนาน?

หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น นางพยายามสื่อสารกับเสียงนั้นในใจ "ระบบ? เจ้าคืออะไร? ทำอะไรได้บ้าง?"

[ระบบนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ในการเพาะปลูกสมุนไพร สกัดโอสถ และสร้างความมั่งคั่งด้วยการค้าที่เป็นธรรม] เสียงนั้นตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว [ผู้ใช้ได้รับสิทธิ์เข้าใช้มิติลับ ‘สวนหยกปราณ’ และทักษะเริ่มต้น ‘เนตรวิเคราะห์พฤกษา’ ต้องการเข้าสู่มิติลับหรือไม่?]

"เข้า!" ซูหว่านหนิงตอบในใจโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว

สิ้นคำอนุญาต สติของนางก็พลันวูบไหว ราวกับถูกดูดเข้าไปในอุโมงค์แห่งแสง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทิวทัศน์รอบกายก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

เบื้องหน้าของนางคือผืนดินสีดำสนิทอันอุดมสมบูรณ์ กว้างใหญ่ประมาณหนึ่งหมู่ (ประมาณ 0.16 เอเคอร์) อากาศโดยรอบบริสุทธิ์และชุ่มชื้น สูดเข้าไปเต็มปอดแล้วรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างน่าประหลาด กลางผืนดินนั้นมีสระน้ำขนาดเล็กอยู่แห่งหนึ่ง น้ำในสระใสราวกระจก มีไอหมอกสีขาวจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือผิวน้ำ

[นี่คือสวนหยกปราณ ดินที่นี่อุดมไปด้วยพลังปราณ เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชทุกชนิด น้ำในสระคือ ‘น้ำพุวิญญาณ’ สามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชและฟื้นฟูพลังชีวิตได้ เวลาในมิติ 1 วัน เท่ากับ 10 วันในโลกภายนอก]

ความหวัง! นี่คือความหวังในการเอาชีวิตรอดของนาง!

ซูหว่านหนิงเดินเข้าไปใกล้สระน้ำพุวิญญาณด้วยหัวใจที่พองโต นางรู้สึกอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าจากการเผชิญหน้ากับพวกบ้านหลักมาทั้งวัน จึงลองวักน้ำในสระขึ้นมาดื่มอึกหนึ่ง

ทันทีที่น้ำพุวิญญาณไหลผ่านลำคอ ความรู้สึกอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความเหนื่อยล้าที่เกาะกินมาตลอดทั้งวันพลันสลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!

"วิเศษเกินไปแล้ว!" นางอุทานออกมาอย่างตื่นตะลึง

ขณะนั้นเอง นางนึกถึงมันป่าครึ่งหัวที่ยังเก็บไว้ในแขนเสื้อขึ้นมาได้ จึงหยิบมันออกมาดู

[ติ๊ง! ตรวจพบพืชพรรณ... เปิดใช้งานทักษะ ‘เนตรวิเคราะห์พฤกษา’]

พลันปรากฏกรอบข้อมูลโปร่งแสงขึ้นเบื้องหน้าสายตาของซูหว่านหนิง:

**[ชื่อ]** มันป่าธรรมดา

**[คุณภาพ]** ต่ำ

**[คุณสมบัติ]** ให้แป้งเล็กน้อย มีเส้นใยสูง ขาดสารอาหาร

**[คำแนะนำในการเพาะปลูก]** ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกในสวนหยกปราณ เนื่องจากให้ผลตอบแทนต่ำ

นี่คือเนตรวิเคราะห์พฤกษา! ความสามารถนี้มีประโยชน์อย่างมหาศาล!

ซูหว่านหนิงกำมันป่าในมือแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความปีติยินดี นางมีทั้งที่ดินวิเศษ น้ำพุวิญญาณ และความสามารถในการวิเคราะห์พืชพรรณ ต่อจากนี้ไป การหาเงินมารักษามารดาและพาน้องสาวไปมีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปแล้ว!

นางมองผืนดินสีดำอันกว้างใหญ่ด้วยแววตาที่มุ่งมั่น ตอนนี้ยังไม่มีเมล็ดพันธุ์ใดๆ แต่พรุ่งนี้นางจะลองขึ้นเขาอวิ๋นอิ่นดูสักครั้ง บางทีอาจจะเจอสมุนไพรดีๆ ก็เป็นได้!

ทว่า... ขณะที่นางกำลังวางแผนอนาคตอย่างมีความหวังนั้นเอง!

*ปัง! ปัง! ปัง!*

เสียงทุบประตูห้องอันดังสนั่นหวั่นไหวจากโลกภายนอกก็ดังกระแทกเข้ามาในโสตประสาทของนาง พร้อมกับเสียงแหลมสูงที่เต็มไปด้วยโทสะอันคุ้นเคย!

"ซูหว่านหนิง! เจ้าสารเลวไร้ยางอาย! เปิดประตูให้ข้าเดี๋ยวนี้! คิดว่าถือมีดแล้วจะทำตัวเป็นใหญ่ในบ้านนี้ได้รึ!"

เป็นเสียงของฮูหยินเฒ่าหลิน! ดูเหมือนว่าพวกบ้านหลักจะไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆ คืนนี้คงเป็นอีกคืนที่ยาวนาน