สำรวจภูเขาเร้นเมฆ

แสงอรุณรุ่งแรกทอประกายสีเทาซีดผ่านรอยแตกของกระท่อมซอมซ่อ ขับไล่ความมืดมิดของรัตติกาลให้เลือนหาย ซูหว่านหนิงลืมตาขึ้นอย่างไร้ซึ่งความง่วงงุน นางไม่ได้หลับลงเลยแม้แต่น้อยตลอดทั้งคืน ความกังวลต่ออาการของมารดาและความตื่นเต้นจากความลับในมิติสวนหยกปราณต่างวนเวียนอยู่ในความคิดมิรู้จบ

เสียงไอแหบพร่าของเฉินอวี้หลานที่ดังขึ้นเป็นระยะเปรียบเสมือนแส้ที่คอยเฆี่ยนตีจิตใจของนางให้ร้อนรุ่ม สมุนไพรในมิติกำลังเติบโต...แต่มันยังไม่ทันการณ์!

นางลุกขึ้นจากเตียงอย่างแผ่วเบาที่สุด จัดผ้าห่มที่บางและเก่าให้มารดา ซูหว่านชิงซึ่งนอนขดอยู่ข้างๆ ก็ขยับตัวตื่นขึ้น ดวงตาใสแป๋วของเด็กหญิงมองพี่สาวอย่างเข้าใจ

“พี่ใหญ่...”

“ชู่ว์...” ซูหว่านหนิงวางนิ้วบนริมฝีปาก “ดูแลท่านแม่ให้ดี อย่าให้นางลุกไปไหนนะ พี่จะขึ้นเขาไปหาของป่าและสมุนไพร ไม่นานก็จะกลับ”

ซูหว่านชิงพยักหน้ารับคำอย่างแข็งขัน “ข้าจะต้มน้ำร้อนไว้รอท่านแม่ตื่นเจ้าค่ะ ท่านพี่โปรดระวังตัวด้วย”

รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซูหว่านหนิง นางลูบศีรษะน้องสาวเบาๆ ความรู้สึกอบอุ่นแล่นวาบเข้ามาในหัวใจ ในความมืดมนนี้ อย่างน้อยนางก็ยังมีน้องสาวที่懂事 (ต่งซื่อ - รู้ความ) คอยเป็นกำลังใจ

นางไม่รอช้า จัดเตรียมสัมภาระอย่างคล่องแคล่ว ตะกร้าสานใบเก่าที่ผ่านการซ่อมแซมมานับครั้งไม่ถ้วนถูกสะพายขึ้นหลัง มีดพร้าเล่มเล็กสำหรับป้องกันตัวถูกเหน็บไว้ที่เอว และจอบขุดขนาดพกพาถูกถือไว้ในมือ เสบียงของนางมีเพียงหมั่นโถวแข็งๆ ที่ได้รับมาจากท่านป้าเจ้าเพียงก้อนเดียว แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับการเดินทางระยะสั้นนี้

นางก้าวออกจากกระท่อม ฝ่าความเย็นยะเยือกของยามรุ่งอรุณ หมู่บ้านหลิวเซียงยังคงหลับใหลอยู่ภายใต้ม่านหมอกบางเบา ปลายทางของนางคือภูเขาอวิ๋นอิ่นที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลังหมู่บ้าน ยอดเขาสูงเสียดฟ้าเร้นกายอยู่หลังม่านเมฆา สมดังชื่อ "ภูเขาเร้นเมฆ" มันคือขุมทรัพย์และอสูรร้ายในเวลาเดียวกัน เปี่ยมด้วยความอุดมสมบูรณ์และความลี้ลับอันตราย

เมื่อย่างเท้าเข้าสู่เขตป่า ความรู้สึกชื้นแฉะและกลิ่นไอดินก็ปะทะเข้าจมูกทันที ซูหว่านหนิงเดินลึกเข้าไปตามเส้นทางที่ชาวบ้านใช้สัญจรเป็นประจำ นางไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปในป่าลึก เพียงแค่มองหาโอกาสตามชายป่าเท่านั้น

นางเดินไปพลาง สอดส่ายสายตาไปรอบๆ พลาง ผักป่าและเห็ดที่พอจะเก็บได้ถูกเด็ดใส่ตะกร้าจนเกือบเต็ม แต่นี่ไม่ใช่เป้าหมายหลักของนาง

“ระบบ เปิดใช้งานเนตรวิเคราะห์พฤกษา” นางสั่งการในใจ

ทันใดนั้น โลกในสายตาของนางก็เปลี่ยนไป! สรรพสิ่งรอบกายพลันกลายเป็นสีเทา มีเพียงพืชพรรณต่างๆ ที่ปรากฏกรอบข้อมูลสีเขียวอ่อนลอยขึ้นมาเบื้องหน้า

[หญ้าหางสุนัข - คุณภาพ: ต่ำ - ไม่มีมูลค่าทางการแพทย์]

[เถาวัลย์เกี่ยวใจ - คุณภาพ: ต่ำ - มีพิษอ่อนๆ]

[ต้นเฟิงจื่อ - คุณภาพ: ปานกลาง - ใช้ทำฟืนได้]

ซูหว่านหนิงเดินสำรวจต่อไปอย่างอดทน หน้าจอข้อมูลปรากฏขึ้นและหายไปครั้งแล้วครั้งเล่า พืชส่วนใหญ่เป็นเพียงวัชพืชธรรมดาที่ไร้ค่า แต่แล้วสายตาของนางก็พลันสะดุดเข้ากับต้นไม้เล็กๆ ที่ขึ้นอยู่ริมลำธารสายย่อย มันมีลักษณะไม่ต่างจากพืชต้นอื่นนัก หากมองด้วยตาเปล่าคงไม่มีทางแยกออก

แต่กรอบข้อมูลที่ปรากฏขึ้นทำให้หัวใจของนางเต้นระรัว

[ชะเอมภูเขา - คุณภาพ: ต่ำ]

[ลักษณะ: รากแห้ง เหี่ยวเฉา ขาดพลังปราณ ขาดสารอาหารอย่างรุนแรง]

[ศักยภาพการฟื้นฟู: สูง]

[ข้อเสนอแนะของระบบ: สามารถขุดรากไปเพาะปลูกในดินที่มีพลังปราณหนาแน่นเพื่อฟื้นฟูคุณภาพและปลดปล่อยศักยภาพที่แท้จริง]

พบแล้ว! ซูหว่านหนิงกำหมัดแน่นด้วยความยินดี แม้ระบบจะระบุว่ามันมีคุณภาพต่ำ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับนางที่มีมิติสวนหยกปราณอยู่ในมือ! นี่คือวัตถุดิบตั้งต้นชั้นเลิศที่จะเปลี่ยนเป็นเงินก้อนแรกเพื่อช่วยชีวิตมารดา!

นางไม่ลังเลที่จะลงมือใช้จอบขุดขนาดเล็ก ค่อยๆ พรวนดินรอบๆ โคนต้นอย่างระมัดระวังที่สุด ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความประณีตเพื่อไม่ให้รากแก้วได้รับความเสียหาย หลังจากผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม ในที่สุดรากชะเอมสีน้ำตาลที่แห้งและบิดเบี้ยวก็ถูกขุดขึ้นมาทั้งยวง นางใช้เถาวัลย์มัดรากชะเอมอย่างเบามือแล้วเก็บเข้าตะกร้าอย่างดี

เมื่อเป้าหมายหลักสำเร็จลุล่วง ความกดดันในใจก็คลายลงไปมาก ท้องของนางเริ่มส่งเสียงร้องประท้วง ซูหว่านหนิงจึงมองหาที่เหมาะๆ เพื่อจัดการกับหมั่นโถวก้อนแข็งในอกเสื้อ

ขณะที่กำลังจะนั่งลงพัก สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นร่องรอยบางอย่างบนพื้นดิน มันคือรอยเท้าของสัตว์ป่าขนาดเล็กที่วิ่งผ่านไปมาเป็นประจำจนเกิดเป็นทางเดินแคบๆ

ความคิดหนึ่งผุดวาบขึ้นมาในหัว ในเมื่อขึ้นเขามาทั้งที จะกลับไปมือเปล่าได้อย่างไร? นอกจากสมุนไพรแล้ว ครอบครัวของนางยังต้องการอาหารเพื่อบำรุงร่างกายด้วย

นางมองไปรอบๆ ก่อนจะเลือกดงไผ่ที่ไม่ไกลนัก นางใช้มีดพร้าตัดลำไผ่ขนาดพอเหมาะมาสองสามลำ เหลามันให้แหลมด้วยความชำนาญที่ติดตัวมาจากชีวิตก่อน จากนั้นจึงเริ่มประกอบกับดักไม้ไผ่แบบง่ายๆ แต่วางใจได้ในประสิทธิภาพ มันเป็นกับดักแบบหนีบที่จะทำงานเมื่อมีสัตว์มาเหยียบกลไก

หลังจากวางกับดักและกลบเกลื่อนร่องรอยจนแนบเนียนแล้ว นางจึงเดินเลี่ยงไปหาที่นั่งพักอีกทางหนึ่งเพื่อไม่ให้กลิ่นของมนุษย์รบกวนสัตว์ป่า

เวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ขณะที่นางกำลังจะกินหมั่นโถวคำสุดท้าย...

แกร่ก! ปัง!

เสียงกับดักทำงานดังขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยเสียงกระพือปีกและเสียงร้องแหลมของสัตว์ที่ตื่นตกใจ!

ซูหว่านหนิงรีบวิ่งกลับไปยังจุดที่วางกับดักทันที ภาพที่เห็นทำให้นางต้องเผยอยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ไก่ฟ้าตัวผู้ขนาดใหญ่ตัวหนึ่งกำลังดิ้นรนอยู่ในกับดัก ขนหางยาวสลวยสีรุ้งพรายของมันสะท้อนกับแสงแดดที่ส่องลอดลงมาเป็นประกายงดงาม

โปรตีนมื้อแรกของครอบครัว! ชัยชนะเล็กๆ แต่เปี่ยมความหมายนี้ทำให้นางรู้สึกมีกำลังใจขึ้นอีกมากโข นางจัดการกับไก่ฟ้าอย่างรวดเร็วแล้วยัดใส่ตะกร้าจนเต็มแน่น

บัดนี้ตะกร้าของนางมีทั้งผักป่า รากชะเอมล้ำค่า และไก่ฟ้าตัวอ้วนพี การขึ้นเขาครั้งนี้นับว่าได้ผลเกินคาด

ซูหว่านหนิงสะพายตะกร้าที่หนักอึ้งขึ้นหลัง ความเหนื่อยล้าเริ่มจู่โจมร่างกาย แต่จิตใจกลับเปี่ยมล้นไปด้วยความหวัง นางเตรียมตัวจะมุ่งหน้าลงจากเขาเพื่อกลับไปหามารดาและน้องสาวที่รอคอยอยู่

ทว่า...ในขณะที่นางกำลังจะหมุนตัวกลับนั้นเอง...

กรร...

เสียงคำรามทุ้มต่ำที่ฟังดูน่าขนลุกดังมาจากพุ่มไม้หนาทึบที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจคุกคาม บ่งบอกถึงความเป็นเจ้าของอาณาเขตอย่างชัดเจน เสียงนั้นสั่นสะเทือนไปถึงกระดูกจนทำให้ซูหว่านหนิงต้องหยุดชะงักฝีเท้าทันที

บรรยากาศแห่งความสำเร็จเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แล่นจับขั้วหัวใจ สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของนางกรีดร้องเตือนภัยอย่างบ้าคลั่ง

สัตว์ร้ายในป่าลึก...เหตุใดมันถึงมาปรากฏตัวอยู่แค่ชายป่าแห่งนี้ได้