ประกาศกร้าวขอแยกบ้าน

คำขู่ว่าจะ "แจ้งทางการ" ของกู้เซียงดังสะท้อนก้องไปทั่วลานบ้านตระกูลซู มันทรงพลังยิ่งกว่าการสาดน้ำมันลงบนกองไฟ ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ต่างพากันอื้ออึงด้วยความตกตะลึงระคนตื่นเต้น การฟ้องร้องคนในครอบครัวเดียวกันนับเป็นเรื่องใหญ่ที่สั่นสะเทือนธรรมเนียมปฏิบัติยิ่งนัก

เฉียนเจียวเจียวหน้าซีดเป็นกระดาษ สองขาสั่นระริกจนแทบจะล้มพับลงไปกองกับพื้น นางจ้องมองกู้เซียงด้วยแววตาเหลือเชื่อ ไม่คาดคิดว่าสตรีที่เคยอ่อนแอและยอมคนมาตลอดจะกล้าหาญชาญชัยถึงเพียงนี้

"เจ้า... เจ้ากล้า!"

ยังไม่ทันที่เฉียนเจียวเจียวจะสิ้นเสียงดี เสียงแหลมสูงอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน

"เกิดเรื่องอะไรขึ้น! พวกเจ้ารวมตัวกันทำอะไรหน้าบ้านข้า!"

หม่าชุ่ยฮวาแหวกวงล้อมของชาวบ้านเข้ามาด้วยท่าทีฉุนเฉียว นางเพิ่งกลับมาจากการพูดคุยโอ้อวดกับสหายบ้านใกล้เรือนเคียง พอเห็นสภาพลานบ้านที่โกลาหลก็บันดาลโทสะทันที สายตาของนางกวาดไปเห็นเฉียนเจียวเจียวที่หน้าซีดเผือด และกู้เซียงที่ยืนทระนงองอาจอยู่หน้าห้องเก็บฟืนก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่น

"นังสตรีสารเลว! นี่เจ้าก่อเรื่องอะไรอีกแล้ว!" หม่าชุ่ยฮวาพุ่งเข้าไปหมายจะตบหน้ากู้เซียงตามความเคยชิน

แต่ครานี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น กู้เซียงเบี่ยงตัวหลบฝ่ามือได้อย่างฉิวเฉียด พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ทำให้ทุกคนได้ยินชัดเจน

"ท่านแม่มาก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ข้ากำลังจะเรียนให้ทราบพอดี"

นางสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาที่เคยอ่อนแสงกลับทอประกายเด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้าที่ผ่านการหลอม กู้เซียงคุกเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะให้หม่าชุ่ยฮวาสามครั้งตามธรรมเนียม ทว่าการกระทำนั้นกลับไม่ได้แสดงถึงความอ่อนน้อม แต่เปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่ที่จะตัดขาด

"ข้า กู้เซียง ในฐานะภรรยาของซูฉางอันผู้ล่วงลับ ขอแยกบ้าน ณ บัดนี้เจ้าค่ะ!"

ถ้อยคำประกาศกร้าวราวกับอสนีบาตฟาดลงกลางใจทุกคน!

ชาวบ้านต่างสูดลมหายใจเฮือกใหญ่! เรื่องที่สะใภ้ใหญ่ขโมยของยังไม่ทันจาง เรื่องที่สะใภ้รองขอแยกบ้านก็ประทุขึ้นมาอีกระลอก ค่ำคืนนี้ของตระกูลซูช่างมีเรื่องให้ตื่นตาตื่นใจไม่หยุดหย่อน

หม่าชุ่ยฮวาตะลึงงันไปชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างเกรี้ยวกราด "ฮ่าๆๆ! แยกบ้านรึ? เจ้าฝันกลางวันอยู่หรืออย่างไร! เจ้าเป็นคนของตระกูลซู ตายก็ต้องเป็นผีของตระกูลซู! คิดจะหอบหลานชายข้าหนีไปเสวยสุขคนเดียวอย่างนั้นรึ ไม่มีทาง!"

เหตุผลที่แท้จริงคือหม่าชุ่ยฮวาเสียดายแรงงานทาสอย่างกู้เซียงต่างหาก หากนางไปแล้ว ใครจะซักผ้า ทำอาหาร เลี้ยงหมู ใครจะทำงานหนักทั้งหมดในบ้านนี้!

"ข้าไม่ได้คิดจะเอาเปรียบผู้ใด" กู้เซียงกล่าวตอบอย่างใจเย็น "สมบัติของตระกูลซู ข้าไม่ต้องการแม้แต่อีแปะเดียว ข้าขอเพียงแค่เสี่ยวเป่าและอิสรภาพของพวกเราสองแม่ลูกเท่านั้น"

"เพ้อเจ้อ!" หม่าชุ่ยฮวาตวาดลั่น "บ้านเรายากจนข้นแค้นปานนี้ เจ้ายังจะมาสร้างเรื่องอีก! คิดว่าแยกออกไปแล้วจะเอาอะไรกิน! คิดจะทำให้ตระกูลซูของข้าต้องขายหน้าชาวบ้านรึ!"

กู้เซียงยิ้มหยันที่มุมปาก "ท่านแม่กล่าวว่าบ้านเรายากจน แต่ดูเหมือนพี่สะใภ้ใหญ่จะไม่คิดเช่นนั้นนะเจ้าคะ"

คำพูดของนางทำให้ทุกคนหันไปมองเฉียนเจียวเจียวเป็นตาเดียว สตรีผู้นั้นสะดุ้งสุดตัว รีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ

"ไม่ใช่นะเจ้าคะท่านแม่! ข้า...ข้าไม่ได้..."

กู้เซียงไม่ปล่อยให้เฉียนเจียวเจียวแก้ตัว นางตัดสินใจใช้ไพ่ตายที่เพิ่งได้มา ในเมื่อการเจรจาด้วยเหตุผลใช้ไม่ได้ผล ก็ต้องใช้ความจริงฟาดหน้าให้แตกหักกันไปข้างหนึ่ง!

นางลอบใช้ทักษะ 'เนตรประเมิน' กวาดสายตามองไปรอบๆ ลานบ้านอย่างรวดเร็ว ในชั่วพริบตา ข้อความมากมายก็ปรากฏขึ้นในหัวของนาง

*(กองฟืน: แห้งสนิท เหมาะแก่การหุงต้ม)*

*(โอ่งน้ำ: มีรอยร้าวเล็กน้อย)*

*(เล้าไก่: ว่างเปล่า)*

จากนั้นสายตาของนางก็พลันไปหยุดอยู่ที่มุมหนึ่งของกำแพงดิน ข้างกองฟางเก่าๆที่สุมไว้อย่างไม่เป็นระเบียบนัก

ข้อความสีเขียวเรืองรองปรากฏขึ้นในมโนภาพของนางอย่างชัดเจน!

`[ใต้กองฟาง: มีตะกร้าสานซ่อนอยู่ ภายในบรรจุไข่ไก่สด 12 ฟอง ถูกห่อด้วยผ้าขี้ริ้วอย่างดี]`

รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าของกู้เซียง นางชี้ไปยังทิศทางนั้นพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงด้วยความเฉียบคม

"ท่านแม่ ท่านบอกว่าบ้านเราไม่มีอะไรจะกิน แต่เมื่อเช้าท่านเพิ่งบ่นว่าแม่ไก่ไม่ยอมออกไข่มาหลายวันแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ" นางหยุดเว้นจังหวะ ก่อนจะกล่าวต่อ "ช่างน่าแปลกนัก... ที่ใต้กองฟางตรงนั้น กลับมีไข่ไก่สดๆ ซ่อนอยู่ถึงหนึ่งโหลเต็ม"

วาจานี้ทำให้หม่าชุ่ยฮวาชะงักกึก!

ดวงตาของนางเบิกกว้างจับจ้องไปยังกองฟางตามที่กู้เซียงชี้ ความหวงแหนในทรัพย์สินมีค่าพุ่งขึ้นมาแทนที่ความโกรธทันที ไข่ไก่สิบสองฟอง! นั่นไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย!

"จริงรึ!" นางตวาดถาม

เฉียนเจียวเจียวหน้าถอดสีทันที นางรีบวิ่งเข้าไปขวางทางหม่าชุ่ยฮวา "ท่านแม่! อย่าไปเชื่อมันนะเจ้าคะ! นังแพศยานี่มันใส่ร้ายข้า!"

แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ หม่าชุ่ยฮวาผลักเฉียนเจียวเจียวจนเซถลา แล้วรีบรุดไปยังกองฟางนั้นทันที นางใช้เท้าเขี่ยกองฟางออกอย่างรวดเร็ว และก็ได้พบกับตะกร้าสานใบเล็กที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนจริงๆ!

เมื่อเปิดผ้าขี้ริ้วที่คลุมอยู่ออก ภาพของไข่ไก่สีนวลเปล่งปลั่งสิบสองฟองที่เรียงรายอยู่ภายใน ก็สะท้อนเข้าสู่ดวงตาของหม่าชุ่ยฮวาเต็มๆ!

"นังลูกสะใภ้ชั่ว! นังขโมย!"

เสียงกรีดร้องของหม่าชุ่ยฮวาดังลั่นไปสามบ้านแปดบ้าน นางหันขวับกลับมาพร้อมกับตะกร้าไข่ในมือ ดวงตาแดงก่ำราวกับจะพ่นไฟออกมาได้ นางพุ่งเข้าใส่เฉียนเจียวเจียวราวกับพายุคลั่ง!

"นี่คือไข่ที่ข้าเก็บไว้จะเอาไปให้น้องสามที่กำลังเรียนหนังสือในอำเภอ! เจ้ากล้าดียังไงมาขโมยมันไป! คิดจะเอาไปขายเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองใช่หรือไม่!"

เพียะ!

ฝ่ามือเหี่ยวย่นฟาดลงบนใบหน้าของเฉียนเจียวเจียวเต็มแรงจนหน้าหัน ความตกตะลึงและความเจ็บปวดทำให้นางกรีดร้องออกมา

"ข้าเปล่านะเจ้าคะ! ข้าไม่ได้ทำ!" เฉียนเจียวเจียวพยายามปฏิเสธทั้งน้ำตา แต่หลักฐานมัดตัวแน่นหนาเช่นนี้ ใครเล่าจะเชื่อ

"ยังจะปากแข็งอีก!" หม่าชุ่ยฮวาไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น นางวางตะกร้าไข่ลง แล้วใช้สองมือกระชากกลุ่มผมของเฉียนเจียวเจียวอย่างบ้าคลั่ง "ข้าเลี้ยงดูเจ้ามา ให้ข้าวให้น้ำเจ้า แต่เจ้ากลับกล้าเนรคุณ! นังสารเลว!"

"โอ๊ย! ท่านแม่! ข้าเจ็บ! ปล่อยข้า!"

ภาพของแม่ผัวกับลูกสะใภ้ใหญ่ที่เคยรักใคร่กลมเกลียวกันดี บัดนี้กลับตบตีฉุดกระชากกันกลางลานบ้านราวกับศัตรูคู่อาฆาต เสียงกรีดร้องด่าทอสาปแช่งดังผสมปนเปกันจนฟังไม่ได้ศัพท์ ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความสมเพชระคนสะใจ

กู้เซียงยืนมองภาพนั้นอย่างสงบนิ่ง นางดึงซูเสี่ยวเป่าที่กำลังหวาดกลัวเข้ามากอดไว้แน่น ปลอบโยนบุตรชายด้วยเสียงแผ่วเบา ขณะที่ในใจกลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง นี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น

ความโกลาหลวุ่นวายดำเนินไปจนกระทั่งมีเสียงทรงอำนาจดังขึ้นมา "หยุดเดี๋ยวนี้! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!"

บุรุษวัยกลางคนผู้มีหนวดเคราสีดำแซมขาวเดินฝ่าวงล้อมเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เขาคือหลินกวงปิง ผู้ใหญ่บ้านซีซาน!

การมาถึงของผู้ใหญ่บ้านทำให้การทะเลาะวิวาทหยุดชะงักลงชั่วคราว หม่าชุ่ยฮวาและเฉียนเจียวเจียวที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงเสื้อผ้าหลุดลุ่ยต่างผละออกจากกัน แต่ยังคงส่งสายตาอาฆาตให้กันไม่เลิก

ผู้ใหญ่บ้านหลินมองสภาพอันน่าอดสูของตระกูลซูแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันมาทางกู้เซียงผู้เป็นต้นเรื่อง

"กู้เซียง... ข้าได้ยินว่าเจ้าจะขอแยกบ้าน... เรื่องจริงรึ?"

กู้เซียงสบตากับผู้ใหญ่บ้านอย่างไม่หวั่นเกรง นางพยักหน้าหนักแน่น ตอบด้วยน้ำเสียงที่ชัดถ้อยชัดคำและมั่นคง

"จริงเจ้าค่ะ ท่านผู้ใหญ่บ้าน ข้าขอให้ท่านช่วยเป็นพยานด้วย!"