สำรวจเขาหมอกซ่อน
เสียงขูดขีดที่ดังขึ้นกลางดึกทำให้กู้เซียงสะท้านเยือกไปทั้งร่าง นางกอดร่างเล็กของเสี่ยวเป่าไว้ในอ้อมอกแน่น สดับตรับฟังด้วยใจที่เต้นระรัว ในความมืดมิดประสาทสัมผัสทุกส่วนพลันเฉียบคมขึ้นเป็นทวีคูณ
แคร่ก... แคร่ก...
มันยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง ชวนให้ขนลุกซู่!
กู้เซียงค่อยๆ วางบุตรชายลงบนกองฟางอย่างแผ่วเบาที่สุด ก่อนจะคลานไปหยิบดุ้นฟืนท่อนพอดีมือที่เก็บไว้ใกล้ๆ นางย่องเท้าเข้าไปชิดประตูไม้ผุพัง เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
เสียงนั้นไม่ได้มาจากน้ำมือมนุษย์ หากแต่เป็นเสียงกรงเล็บของสัตว์ที่กำลังตะกุยอยู่ด้านนอก หวังจะหาเศษอาหารหรือที่ซุกหัวนอนอันอบอุ่น เมื่อตระหนักได้ดังนั้น ความตึงเครียดที่เกาะกุมจิตใจก็พลันคลายลง กู้เซียงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก นางไม่ได้หวาดกลัวสัตว์ป่าเท่าใดนัก แต่สิ่งที่นางหวาดหวั่นยิ่งกว่าคือจิตใจอันชั่วร้ายของมนุษย์ โดยเฉพาะคนจากตระกูลซู
นางตัดสินใจไม่เปิดประตูออกไปเผชิญหน้า กระท่อมผุพังหลังนี้มิอาจให้ความปลอดภัยใดๆ ได้ การอยู่อย่างเงียบสงบคือทางเลือกที่ดีที่สุด คืนนั้นนางแทบไม่ได้ข่มตาหลับ เฝ้าระวังภัยให้บุตรชายจนกระทั่งแสงอรุณแรกจับขอบฟ้า
เมื่อฟ้าสาง กู้เซียงก็ลุกขึ้นเตรียมตัวทันที นางมองเสบียงอาหารอันน้อยนิดที่เหลืออยู่แล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า ข้าวสารหยาบๆ เพียงหนึ่งกำมือคงไม่อาจประทังชีวิตสองแม่ลูกได้นานนัก นางต้องหาหนทาง!
เป้าหมายของนางคือ ‘เขาหมอกซ่อน’ ภูเขาหลังหมู่บ้านที่เล่าลือกันว่าอุดมสมบูรณ์ แต่ก็เต็มไปด้วยภยันตรายและง่ายต่อการหลงทาง ทว่าสำหรับกู้เซียงผู้มี ‘เนตรประเมินสินค้า’ แล้ว สถานที่แห่งนั้นไม่ต่างจากขุมทรัพย์ที่รอการค้นพบ
นางหุงข้าวต้มส่วนสุดท้าย ป้อนเสี่ยวเป่าจนอิ่มหนำแล้วจึงอุ้มเขาเดินออกจากกระท่อม ตรงไปยังบ้านดินหลังเล็กที่อยู่ถัดไปไม่ไกลนัก
“ป้าหวัง อยู่หรือไม่เจ้าคะ” นางส่งเสียงเรียกเบาๆ ที่หน้าประตู
ไม่นานนัก ประตูก็ถูกเปิดออกโดยสตรีวัยกลางคนผู้มีใบหน้าเปี่ยมเมตตา หวังชุนฟางมองกู้เซียงและเสี่ยวเป่าด้วยแววตาห่วงใย “อาเซียง มีเรื่องอันใดรึ”
“ข้าต้องเข้าป่าหาของป่าสักเล็กน้อยเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าพอจะรบกวนป้าหวังช่วยดูแลเสี่ยวเป่าให้ข้าสักหนึ่งชั่วยามได้หรือไม่เจ้าคะ” กู้เซียงกล่าวอย่างนอบน้อม
หวังชุนฟางรีบรับตัวเด็กน้อยมาอุ้มทันที “เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง ไยต้องเกรงใจด้วย รีบไปเถิด ทิ้งเจ้าหนูนี่ไว้กับข้า ไม่ต้องห่วง” นางลูบศีรษะเสี่ยวเป่าเบาๆ “แต่เจ้าต้องระวังตัวให้มากนะ บนเขานั้นอันตราย โดยเฉพาะพวกรากไม้กับเห็ดแปลกๆ อย่าได้เก็บมากินสุ่มสี่สุ่มห้าเชียวนา หลายปีก่อนก็มีคนในหมู่บ้านกินรากไม้มีพิษเข้าไป นอนซมอยู่หลายวันแทบเอาชีวิตไม่รอด”
คำเตือนของหวังชุนฟางทำให้กู้เซียงฉุกคิดได้ ชาวบ้านในยุคนี้ยังขาดความรู้ความเข้าใจในทรัพยากรธรรมชาติอีกมากนัก สิ่งที่พวกเขาเรียกว่า ‘รากไม้มีพิษ’ อาจเป็นอาหารชั้นเลิศสำหรับนางก็เป็นได้
“ขอบคุณสำหรับคำเตือนเจ้าค่ะ ข้าจะระวังตัว” กู้เซียงกล่าวขอบคุณ ก่อนจะหันไปหาบุตรชาย “เสี่ยวเป่า อยู่กับท่านย่าหวังดีๆ นะ เดี๋ยวท่านแม่จะรีบกลับมา”
เด็กน้อยพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย กู้เซียงจึงหยิบตะกร้าสานใบเก่าและเสียมเล็กๆ ที่ติดมากับกระท่อม เดินมุ่งหน้าสู่เชิงเขาหมอกซ่อนอย่างไม่ลังเล
เมื่อก้าวเข้าสู่เขตป่า ความเย็นชื้นก็ปะทะร่างทันที แมกไม้สูงใหญ่บดบังแสงอาทิตย์จนเกิดเป็นเงาร่มรื่น กู้เซียงใช้เนตรประเมินสินค้าสำรวจไปทั่วบริเวณอย่างระแวดระวัง
ไม่นานนัก นางก็พบเห็ดกลุ่มหนึ่งขึ้นอยู่บนขอนไม้ผุ สายตาของนางจับจ้องไปที่พวกมัน พลันมีข้อความโปร่งแสงปรากฏขึ้นในมโนทัศน์
*[เห็ดระฆังพิษ: มีพิษร้ายแรง ห้ามบริโภคโดยเด็ดขาด]*
นางเบือนหน้าหนีแล้วเดินสำรวจต่อไป การมีทักษะนี้ทำให้นางรู้สึกปลอดภัยราวกับมีผู้เชี่ยวชาญคอยชี้แนะอยู่ข้างกาย เดินลึกเข้าไปอีกไม่กี่ก้าว นางก็พบพืชเถาชนิดหนึ่งเลื้อยอยู่บนพื้นดิน ใบของมันมีลักษณะคล้ายใบหัวใจ
กู้เซียงก้มลงใช้เสียมขุดคุ้ยดินบริเวณโคนเถาอย่างระมัดระวัง เพียงไม่นานก็เผยให้เห็นหัวอวบอ้วนสีน้ำตาลอมม่วงที่ซ่อนอยู่ใต้ดินจำนวนมาก นางเพ่งสมาธิไปที่มันอีกครั้ง
*[มันเทศป่า: คุณภาพสูง อุดมด้วยแป้ง ให้พลังงานสูง สามารถบริโภคได้หลังปรุงสุก รสชาติหวานอร่อย]*
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของกู้เซียงทันที! นี่มันขุมทรัพย์ชัดๆ! สิ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า ‘รากไม้มีพิษ’ แท้จริงแล้วคือมันเทศนั่นเอง!
นางไม่รอช้า ลงมือขุดมันเทศป่าอย่างขะมักเขม้น ไม่นานนักตะกร้าสานใบเก่าก็เต็มไปด้วยหัวมันเทศอวบใหญ่จนพูนล้น กลิ่นดินสดใหม่ผสมกับความหวังหอมหวานกรุ่นขึ้นมาแตะจมูก
กู้เซียงหาที่นั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ลับตาคน นางมองผลงานของตนเองด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะตัดสินใจทดลองใช้ระบบอีกครั้ง
‘ระบบ ข้าต้องการแลกเปลี่ยนของป่าเป็นแต้ม’
เพียงแค่คิด หน้าต่างโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า มีเพียงนางเท่านั้นที่มองเห็น
[กรุณาวางสิ่งที่ต้องการแลกเปลี่ยน]
กู้เซียงหยิบมันเทศป่าขึ้นมาจำนวนหนึ่ง วางลงบนพื้นที่ว่างข้างตัว ประมาณได้ราวสิบชั่ง พริบตานั้นมันเทศกองนั้นก็หายวับไปพร้อมกับข้อความใหม่ที่ปรากฏขึ้น
[ตรวจพบมันเทศป่าคุณภาพสูง น้ำหนัก 10 ชั่ง สามารถแลกเปลี่ยนเป็น 10 แต้มการค้า ยืนยันหรือไม่?]
“ยืนยัน!” นางตอบในใจอย่างตื่นเต้น
[แลกเปลี่ยนสำเร็จ ท่านได้รับ 10 แต้มการค้า ยอดคงเหลือปัจจุบัน: 10 แต้ม]
นี่คือครั้งแรกที่นางใช้ของจากโลกนี้แลกเป็นแต้มได้สำเร็จ! ความรู้สึกยินดีพวยพุ่งขึ้นมาจนแทบเก็บไว้ไม่อยู่ นางไม่รีรอที่จะใช้แต้มที่เพิ่งได้มาทันที
นางเปิดหน้าต่างร้านค้าในระบบ เลื่อนหาหมวดหมู่ ‘เครื่องปรุง’ อย่างรวดเร็ว สินค้ายุคใหม่นานาชนิดปรากฏขึ้นตรงหน้า ทั้งเกลือบริสุทธิ์ น้ำตาลทรายขาว ซีอิ๊ว น้ำมันพืช บรรจุในหีบห่อที่คุ้นตา ราคาของแต่ละอย่างถูกระบุไว้เป็นแต้มอย่างชัดเจน
กู้เซียงเลือกซื้อเกลือบริสุทธิ์ถุงเล็กราคา 2 แต้ม และเครื่องเทศผสมสำหรับปรุงรสราคา 3 แต้ม
[ยืนยันการซื้อเกลือบริสุทธิ์ 1 ถุง และเครื่องเทศผสม 1 ซอง รวม 5 แต้มการค้า]
นางยืนยันคำสั่งซื้อ ทันใดนั้นแต้มของนางก็ลดลงเหลือ 5 แต้ม พร้อมกับถุงเกลือและซองเครื่องเทศขนาดเล็กที่ปรากฏขึ้นในมือของนางอย่างน่าอัศจรรย์!
กู้เซียงกำถุงเกลือในมือแน่น หัวใจพองโตด้วยความหวัง แม้มันจะเป็นเพียงเกลือถุงเล็กๆ แต่สำหรับนางแล้ว มันคือหลักฐานว่านางสามารถยืนหยัดและสร้างชีวิตที่ดีขึ้นได้ด้วยสองมือและสติปัญญาของตนเองในโลกใบนี้
หลังจากเก็บเกลือและเครื่องเทศลงในอกเสื้ออย่างมิดชิดแล้ว กู้เซียงก็ยกตะกร้ามันเทศที่เหลืออยู่ขึ้นเตรียมเดินทางกลับ ทว่าขณะที่นางกำลังจะก้าวออกจากชายป่า เสียงแหลมที่คุ้นเคยอย่างน่ารังเกียจก็ดังขึ้นจากทางหมู่บ้าน
“นั่นมันนางสารเลวกู้เซียงนี่! ดูสิว่ามันไปแอบทำอะไรลับๆ ล่อๆ บนเขา!”
กู้เซียงชะงักฝีเท้า หันไปตามเสียงก็พบกับร่างอวบของหลี่ต้าเหนียง หญิงปากตลาดจอมสอดรู้สอดเห็นประจำหมู่บ้าน ยืนอยู่กับชาวบ้านอีกสองสามคน พวกนางกำลังจ้องมองมาที่นางด้วยสายตาจับผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตะกร้าที่เต็มไปด้วย ‘รากไม้’ ของนาง