ขุมทรัพย์ในดินหิน

ม่านแสงสีฟ้าอมเขียวเบื้องหน้าซูเหมยยังคงกะพริบแสงสีแดงเตือนอย่างต่อเนื่อง เสียงสวรรค์จากระบบผู้ช่วยจ้าวไร่ชาดังก้องอยู่ในโสตประสาท นางแทบจะกลั้นหายใจขณะจ้องมองหน้าต่างโปร่งแสงที่กำลังประมวลผลเชิงลึก ตัวอักษรมากมายวิ่งวนสลับซับซ้อน ก่อนที่แสงสีแดงอันตื่นตระหนกจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นแสงสีทองอร่ามที่แผ่ความอบอุ่นออกมา

*[ติ๊ง! การประมวลผลเชิงลึกเสร็จสิ้น]*

*[รายงานการวิเคราะห์ทางธรณีวิทยา: พื้นที่ภูเขาหินลั่วเสียแห่งนี้ ประกอบด้วยชั้นดินที่เกิดจากการผุพังของหินแกรนิตตามธรรมชาติมานับพันปี โครงสร้างดินมีความร่วนซุยสูง อุดมไปด้วยแร่ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม และธาตุอาหารรองที่จำเป็นต่อพืชพันธุ์อย่างมหาศาล อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการระบายน้ำและอากาศได้อย่างเป็นเลิศ]*

*[สรุปผล: สภาพแวดล้อมตรงตามเงื่อนไขระดับ ‘สมบูรณ์แบบ’ สำหรับการเพาะปลูก ‘ชาหินเหยียนฉา’ (ชาหินประเสริฐ) ระดับความเหมาะสม: สิบเต็มสิบ!]*

ซูเหมยอ่านข้อความบนม่านแสงลวงตานั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจของนางเต้นกระหน่ำดุจรัวกลอง ริมฝีปากที่แห้งผากสั่นระริกด้วยความยินดีที่ยากจะเก็บซ่อน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านชาจากชาติก่อน นางย่อมรู้ดีว่าข้อมูลเหล่านี้หมายถึงสิ่งใด

ภูเขาหัวโล้นที่ผู้คนในตระกูลหลินและชาวหมู่บ้านหลินหลางต่างพากันรังเกียจ หยามเหยียดว่าเป็นเพียงผืนดินไร้ค่าที่ปลูกข้าวก็ตาย ปลูกผักก็เหี่ยวเฉา แท้จริงแล้วมันคือสรวงสวรรค์! สำหรับพืชทั่วไป ดินที่เต็มไปด้วยกรวดหินเช่นนี้อาจเป็นนรก แต่สำหรับต้นชาชั้นเลิศ โดยเฉพาะชาหินสายพันธุ์ต้าหง รากของมันต้องการซอกซอนชอนไชลงไปในรอยแยกของหินแกรนิต เพื่อดูดซับแร่ธาตุโบราณที่สะสมอยู่ใต้พิภพ แร่ธาตุเหล่านั้นแหละคือที่มาของ ‘กลิ่นอายศิลา’ หรือที่วงการชาเรียกขานกันว่า ‘เหยียนอวิ้น’ ซึ่งจะมอบรสชาติชุ่มคอและกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีชาใดเทียบเคียงได้

"พวกตาบอดเอ๋ย... ทิ้งขว้างภูเขาทองคำเพื่อกอดเศษดินโคลนแท้ๆ" ซูเหมยแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ นัยน์ตาฉายแววเย้ยหยันเมื่อนึกถึงใบหน้าละโมบของแม่สามีและน้องสามีที่ฮุบเอาที่นาน้ำดีไปหมด แล้วโยนภูเขาลูกนี้มาให้นางเพื่อหวังให้ตายอดตายอยาก

ความหวังอันยิ่งใหญ่ถูกจุดประกายขึ้นในใจ ซูเหมยวาดภาพไร่ชาที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาบนภูเขาแห่งนี้ ทว่าความตื่นเต้นที่มากเกินไปกลับทำให้อาการวิงเวียนศีรษะจู่โจมอย่างกะทันหัน ร่างกายที่ผ่ายผอมโอนเอนจนต้องใช้มือยันก้อนหินใหญ่ไว้เพื่อพยุงตัว

นางก้มลงมองมือของตนเอง... มันคือมือของสตรีที่หยาบกร้าน เต็มไปด้วยรอยแตกและด้านชาจากการทำงานหนักเยี่ยงทาสให้ตระกูลหลินมาหลายปี ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป ขาดสารอาหารเรื้อรัง และบอบช้ำจากความเหนื่อยล้า หากไม่รีบฟื้นฟูร่างกายเสียก่อน อย่าว่าแต่สร้างไร่ชาเลย แค่เอาชีวิตรอดให้พ้นคืนนี้ก็ยังยากลำบาก

เมื่อตระหนักได้ดังนั้น ซูเหมยจึงสูดลมหายใจลึก กำหนดจิตเพ่งสมาธิไปยัง ‘มิติลับสวนน้ำพุวิญญาณ’ ที่นางเพิ่งได้รับมา เพียงชั่วพริบตา ความรู้สึกของนางก็เชื่อมต่อกับมิติเร้นลับนั้น นางไม่ได้พาร่างกายเข้าไปด้านใน แต่ใช้จิตวิญญาณชักนำหยาดน้ำจากบ่อน้ำพุวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ให้ปรากฏขึ้นในกระบอกไม้ไผ่ที่ถืออยู่

น้ำพุวิญญาณใสกระจ่างทอประกายระยิบระยับราวกับมีดวงดาวนับร้อยพันแหวกว่ายอยู่ภายใน กลิ่นหอมสดชื่นที่แผ่ซ่านออกมาเพียงแค่อณูเดียวก็ทำให้นางรู้สึกสมองปลอดโปร่ง ซูเหมยไม่รอช้า ยกกระบอกไม้ไผ่ขึ้นจรดริมฝีปากและดื่มด่ำน้ำวิญญาณนั้นลงไปรวดเดียวจนหมด

วินาทีที่น้ำล่วงเลยผ่านลำคอ ความรู้สึกเย็นสดชื่นดั่งหยาดน้ำค้างยามเช้าก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นกระแสความอบอุ่นสายหนึ่งที่ไหลเวียนไปตามเส้นประสาทและกล้ามเนื้อทุกสัดส่วน ซูเหมยหลับตาพริ้ม สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอันน่าอัศจรรย์ ความปวดร้าวที่ฝังลึกในกระดูกจากการกรำงานหนักค่อยๆ มลายหายไปราวกับหิมะที่ถูกแสงแดดแผดเผา ลมหายใจที่เคยติดขัดกลับมาโล่งลึกและสม่ำเสมอ ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวและหยาบกร้านเริ่มมีเลือดฝาดแห่งความมีชีวิตชีวากลับคืนมา แม้จะไม่ได้เปลี่ยนให้นางกลายเป็นโฉมสะคราญในชั่วข้ามคืน แต่มันก็พัดพาเอาความอ่อนล้าสะสมหลายปีทิ้งไปจนสิ้น เหลือเพียงร่างกายที่แข็งแรงและเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของซูเหมยกระจ่างใสและเด็ดเดี่ยวยิ่งกว่าเดิม นางกำหมัดแน่น สัมผัสถึงเรี่ยวแรงที่กลับคืนมา

กึก... โครก...

ทว่าเสียงร้องประท้วงจากกระเพาะอาหารก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความมุ่งมั่น ซูเหมยลูบท้องที่แบนราบของตนเองพลางส่ายหน้ายิ้มๆ ร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้ว ทว่าความหิวโหยยังคงเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องเร่งแก้ไข นางมองขึ้นไปยังท้องฟ้าที่ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ทิ้งแสงสีส้มแดงฉาบทาลงบนผืนป่าหิน

"เอาล่ะ ระบบ ช่วยสแกนหาแหล่งอาหารรอบๆ บริเวณนี้ให้ข้าที ผักป่าหรืออะไรก็ได้ที่พอกินประทังชีวิตไปก่อน" ซูเหมยเอ่ยสั่งการในใจ

ม่านแสงระบบกะพริบรับคำสั่ง แถบเรดาร์ค้นหาเริ่มทำงานกวาดสแกนไปรอบทิศทาง ซูเหมยมองตามจุดแสงเล็กๆ ที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนแผนที่จำลอง ทว่าทันใดนั้นเอง จุดแสงสีเขียวเข้มสว่างวาบก็ปรากฏขึ้นที่มุมหนึ่งของม่านแสง มันซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในซอกหินใหญ่ ห่างจากจุดที่นางยืนอยู่ไม่ไกลนัก พร้อมกับเสียงเตือนของระบบที่ดังขึ้นอีกครั้ง บ่งบอกว่าสิ่งที่พบเจอ... มิใช่เพียงผักป่าธรรมดา!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: การสำรวจและเสบียงมื้อแรก]**