การสำรวจและเสบียงมื้อแรก

สองเท้าของซูเหมยก้าวฝ่าดงหญ้าแห้งและเศษหินขรุขระไปยังทิศทางที่ม่านแสงจำลองชี้เป้าหมาย นางลัดเลาะเข้าไปในซอกหลืบของหินผาอันคับแคบ แสงสีเขียวเข้มบนแผนที่ในห้วงจิตสว่างชัดเจนยิ่งขึ้น เสียงกลไกไร้อารมณ์ทว่าพึ่งพาได้ของระบบผู้ช่วยดังขึ้นในหัวอย่างแม่นยำ

*[ติ้ง! ตรวจพบ 'หวงจิง' หรือกระชายป่า อายุสิบห้าปี ซ่อนตัวอยู่ใต้หลืบหินปูน มีสรรพคุณบำรุงชี่และกระเพาะอาหาร สามารถนำไปเป็นสมุนไพรชั้นดีเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราได้]*

ซูเหมยเบิกตากว้างเล็กน้อย แววตาแฝงความยินดีระคนประหลาดใจ ภูเขาหัวโล้นที่ชาวบ้านและญาติพี่น้องตระกูลหลินต่างตราหน้าว่าเป็นดินแดนไร้ค่า ปลูกอันใดก็มีแต่รอวันตายแท้จริงแล้วกลับซุกซ่อนสมบัติล้ำค่าแห่งพงไพรเอาไว้ เพียงแต่มันเติบโตอยู่ตามซอกหินลึกที่สายตาคนธรรมดามิอาจมองเห็น ทว่าด้วยความสามารถในการสแกนวิเคราะห์ของระบบผู้ช่วย ทุกสรรพสิ่งบนภูเขาแห่งนี้ก็มิอาจเล็ดลอดสายตานางไปได้

นางหากิ่งไม้แข็งๆ บริเวณนั้นมาเหลาปลายให้แหลม แล้วค่อยๆ แซะดินรอบๆ โขดหินอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้รากสมุนไพรบอบช้ำ เมื่อขุดหัวหวงจิงอวบอ้วนสีน้ำตาลอมเหลืองขึ้นมาได้สำเร็จ นางก็ส่งมันเข้าไปเก็บไว้ในโกดังหยุดเวลาของมิติลับสวนน้ำพุวิญญาณทันที เพื่อรักษาสภาพความสดใหม่เอาไว้ให้สมบูรณ์ที่สุด

"ได้ของดีมาหนึ่งอย่างแล้ว ทว่านี่มิใช่อาหารที่กินประทังความหิวได้ในตอนนี้ ระบบ... กวาดตาค้นหาพื้นที่รอบนอกบริเวณนี้ต่อไป เน้นค้นหาพืชผักป่าที่สามารถนำมาต้มกินเป็นเสบียงมื้อแรกได้ทันที" ซูเหมยออกคำสั่งในใจอีกครั้ง

ม่านแสงกะพริบตอบรับ แถบเรดาร์กวาดสแกนเป็นวงกว้าง ไม่นานนักจุดแสงสีเขียวอ่อนหลายจุดก็ปรากฏขึ้นกระจัดกระจายอยู่ไม่ไกลจากจุดที่นางยืนอยู่ ซูเหมยเดินตามพิกัดเหล่านั้นไปอย่างรวดเร็ว และพบเข้ากับกอผักจี้ไช่ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เงาหินใหญ่ แม้ใบของมันจะดูแคระแกร็นไปบ้างเพราะขาดน้ำ แต่มันก็เป็นผักป่าที่กินได้และมีรสชาติดี นอกจากนี้ระบบยังช่วยชี้เป้าเห็ดหูหนูป่าที่เกาะอยู่บนขอนไม้ผุพังอีกสองสามกอ นางเก็บเกี่ยวพวกมันทั้งหมดห่อไว้ในชายเสื้ออย่างทะนุถนอม

ทว่าในระหว่างที่กำลังก้มๆ เงยๆ เก็บเห็ดป่าอยู่นั้น สายตาของสตรีผู้ผ่านโลกมามากพลันสะดุดเข้ากับร่องรอยบางอย่างบนพื้นผิวดินชื้นแฉะใกล้กับแอ่งน้ำเล็กๆ รอยเท้าขนาดเท่าฝ่ามือเด็ก ย่ำเป็นทางยาวหายเข้าไปในพงหญ้ารกชัฏ ถัดไปไม่ไกลยังมีรอยขูดขีดบนเปลือกไม้และมูลสัตว์ที่ยังสดใหม่

ซูเหมยหรี่ตาลง ประเมินสถานการณ์ด้วยสติปัญญา "ร่องรอยแบบนี้... ไม่ใช่สัตว์ใหญ่โตอันใด คงเป็นเพียงหมูป่าขนาดเล็กหรือสุนัขจิ้งจอก ทว่ากระท่อมซอมซ่อของข้าในตอนนี้ ไร้ซึ่งบานประตูหน้าต่างที่แน่นหนา หากตกดึกพวกมันตามกลิ่นอาหารหรือกลิ่นกายมนุษย์มา ย่อมเป็นอันตรายต่อการหลับนอนเป็นแน่"

ด้วยความที่นางมิใช่ผู้มีวรยุทธ์ล้ำเลิศ การปะทะกับสัตว์ป่าโดยตรงย่อมเป็นเรื่องโง่เขลา การชิงไหวชิงพริบและป้องกันตัวแต่เนิ่นๆ จึงเป็นวิถีทางของผู้รอดชีวิต ซูเหมยตัดสินใจวางมือจากการหาเสบียงชั่วคราว นางหันไปรวบรวมเถาวัลย์หนามจิงจี๋ที่ขึ้นรกชัฏอยู่ริมหน้าผา ใช้ท่อนไม้หนากดทับและลากพวกมันกลับมายังกระท่อมอย่างทุลักทุเล นางจัดแจงสานกิ่งไม้หนามเหล่านั้นเข้าด้วยกัน นำมาปิดกั้นช่องโหว่ของประตูและหน้าต่างกระท่อม ทำเป็นรั้วสิ่งกีดขวางชั่วคราวที่แม้แต่สัตว์หน้าขนก็ไม่อยากเอาตัวมาถูไถ

เมื่อจัดการระบบป้องกันภัยเสร็จสิ้น ดวงอาทิตย์ก็เริ่มลาลับขอบฟ้า อากาศบนภูเขาหินเย็นยะเยือกขึ้นอย่างรวดเร็ว ซูเหมยนำเศษไม้แห้งมาก่อกองไฟอยู่หลังแนวกั้นหนาม แสงไฟสีส้มสว่างไสวช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บและให้ความรู้สึกปลอดภัย นางนำหม้อดินเผาบิ่นๆ ที่พกติดตัวมาจากตระกูลหลินไปตักน้ำจากลำธารเล็กๆ นำมาตั้งไฟจนเดือดปุดๆ

จากนั้นนางจึงล้างผักจี้ไช่และเห็ดหูหนูป่าจนสะอาด ฉีกเป็นชิ้นพอดีคำแล้วใส่ลงไปในหม้อ เพื่อเพิ่มพละกำลังและรสชาติ นางแอบหยดน้ำจากบ่อน้ำพุวิญญาณในมิติลับลงไปเพียงหนึ่งหยด ทันใดนั้น กลิ่นหอมกรุ่นของผักป่าที่ควรจะจืดชืดกลับฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ น้ำซุปใสเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอ่อนๆ ส่งกลิ่นยั่วน้ำลายจนกระเพาะอาหารร้องประท้วงอีกรอบ

ซูเหมยใช้กิ่งไม้ทำเป็นตะเกียบ คีบผักและซดน้ำซุปอุ่นๆ เข้าปาก สัมผัสแรกคือความหวานล้ำลึกที่แผ่ซ่านไปทั่วลิ้น ความร้อนจากน้ำซุปไหลลงสู่กระเพาะอาหาร ขับไล่ความหนาวเย็นและความหิวโหยที่เกาะกินร่างนี้มาเนิ่นนาน เสบียงมื้อแรกบนภูเขาหัวโล้นแม้มิใช่หูฉลามรังนก แต่มันกลับเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในชีวิตของนาง เพราะมันคือรสชาติแห่งอิสรภาพและการเริ่มต้นใหม่

เมื่อท้องอิ่ม เรี่ยวแรงและสติปัญญาก็กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ ซูเหมยนั่งผิงไฟพลางลูบคลำสมุนไพรหวงจิงที่เก็บไว้ในมิติ พรุ่งนี้นางตั้งใจจะลงเขาไปยังหมู่บ้าน นำมันไปแลกเปลี่ยนกับหมอประจำหมู่บ้านเพื่อขอแลกข้าวสารและเครื่องมือทำไร่ทำนา นางเริ่มวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนในหัวอย่างเยือกเย็น

ทว่า... ในขณะที่ความมืดมิดปกคลุมผืนป่าจนสิ้นเชิง เสียงสายลมพัดหวีดหวิวลอดผ่านซอกหิน บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าขนลุก

กึก... แกรก... สวบสาบ...

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาพร้อมกับเสียงลากถูบางอย่างดังขึ้นจากภายนอกกระท่อม มันดังวนเวียนอยู่ใกล้กับรั้วหนามที่นางเพิ่งสร้างเสร็จ ซูเหมยลมหายใจสะดุด มือเรียวกระชับท่อนไม้แหลมในมือแน่น แววตาจ้องเขม็งฝ่าความมืดออกไปตามช่องว่างของเถาวัลย์หนาม

ทันใดนั้น หน้าจอระบบผู้ช่วยก็กะพริบแสงสีแดงวาบขึ้นในห้วงคำนึง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังก้องจนหัวใจเต้นระรัว!

*[แจ้งเตือนฉุกเฉิน! ตรวจพบผู้บุกรุกที่ไม่ระบุเอกลักษณ์ กำลังพยายามรื้อถอนแนวกั้นของท่าน!]*

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: แลกเปลี่ยนสมุนไพร]**