การค้นพบต้นชาโบราณ

มือเรียวที่กำด้ามมีดป่าสั่นสะท้านน้อยๆ มิใช่เพราะความหวาดกลัว ทว่าเป็นความปีติอันลึกล้ำที่พวยพุ่งขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ ซูเหมยจ้องมองผ่านซอกหินแกรนิตแคบๆ ที่ถูกบดบังด้วยตะไคร่น้ำและเถาวัลย์รกร้างเบื้องหน้า นางสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามระงับจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วราวกับกลองศึก ก่อนจะค่อยๆ ขยับกายเข้าไปใกล้จุดหมายอย่างระมัดระวังที่สุด

ในฐานะปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านชาจากชาติภพก่อน นางย่อมรู้ดีว่าพืชพันธุ์โบราณที่หยั่งรากลึกอยู่ตามซอกหินผานั้นเปราะบางเพียงใด การกระทำที่วู่วามเพียงนิดอาจหมายถึงการทำลายสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์ ซูเหมยใช้สันมีดป่าค่อยๆ เขี่ยเถาวัลย์หนามที่พันธนาการรอยแยกของหินออกทีละเส้นอย่างเบามือ ราวกับกำลังปัดเป่าม่านฝุ่นที่บดบังงานศิลปะชิ้นเอก

เมื่อม่านพฤกษาถูกเปิดออก แสงแดดที่สาดส่องลอดรอยแตกของหุบเขาก็ตกกระทบลงบนสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน เผยให้เห็นพุ่มไม้เตี้ยแคระแกร็นจำนวนสามถึงสี่ต้นที่แทรกรากฝังลึกลงไปในรอยแยกของหินแกรนิตสีเทาเข้ม ทว่าสภาพของพวกมันกลับดูน่าเวทนายิ่งนัก กิ่งก้านบิดเบี้ยวแห้งกรอบราวกับกระดูกเก่า เปลือกไม้แตกแตกหลุดร่อน ใบชาที่หลงเหลืออยู่เพียงหยิบมือล้วนกลายเป็นสีเหลืองซีดม้วนงอ ขาดร่องรอยของพลังชีวิตโดยสิ้นเชิง

ขณะที่ซูเหมยกำลังพิจารณาสภาพของพืชเบื้องหน้า หน้าจอโปร่งแสงสีทองของระบบผู้ช่วยจ้าวไร่ชาพลันปรากฏข้อความบรรทัดใหม่เลื่อนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงเตือนที่ดังกังวานในห้วงความคิด

*[ติ๊ง! ยืนยันผลการสแกน: ตรวจพบ ‘ต้นชาป่าสายพันธุ์ต้าหง’ (Da Hong Rock Tea) ต้นกำเนิดสายพันธุ์ชาหินโบราณระดับตำนาน!]*

*[สถานะปัจจุบัน: วิกฤต! ต้นชาอยู่ในภาวะขาดน้ำและแร่ธาตุอย่างรุนแรง พลังชีวิตหลงเหลือเพียงหนึ่งส่วน กำลังเข้าสู่ภาวะเหี่ยวเฉาถาวร หากไม่ได้รับการกอบกู้ภายในยี่สิบสี่ชั่วยาม ต้นชาโบราณจะตายลงอย่างสมบูรณ์]*

ดวงตาของสตรีม่ายเบิกกว้างขึ้น ชาป่าสายพันธุ์ต้าหง! ในอดีตชาติของนาง ชาหินเหยียนฉาที่เติบโตตามซอกหินเช่นนี้คือราชาแห่งชาทั้งปวง รสชาติของมันซึบซับ 'ไอหิน' และแร่ธาตุจากธรรมชาติจนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่เรียกว่า 'เหยียนอวิ้น' หรือกลิ่นอายศิลาอันล้ำลึก เพียงยอดชาบริสุทธิ์ไม่กี่ตำลึงก็มีมูลค่าควรเมือง เป็นที่ต้องการของชนชั้นสูงจนไม่อาจประเมินราคาได้

ซูเหมยทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นหินชื้นแฉะโดยไม่สนใจว่ากระโปรงผ้าหยาบจะเปรอะเปื้อน นางยื่นมืออันหยาบกร้านจากการทำงานหนักไปลูบไล้กิ่งก้านที่แห้งเหี่ยวอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังปลอบประโลมสหายเก่าผู้กำลังจะสิ้นลม

"ช่างน่าขันนัก..." นางพึมพำกับตนเอง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก "ตระกูลหลินอันละโมบ ร่วมมือกันขับไล่ข้าออกจากตระกูล แย่งชิงที่นาอันอุดมสมบูรณ์ไปจนสิ้น และโยนภูเขาหัวโล้นที่พวกเขามองว่าเป็นขยะชิ้นนี้มาให้ข้า ทว่าพวกหน้าโง่เหล่านั้นกลับหารู้ไม่ว่า ตนเองได้ทิ้งเหมืองทองคำที่แท้จริงไปเสียแล้ว!"

สตรีวัยกลางคนกวาดสายตาเฉียบคมมองไปรอบทิศทาง ภูเขาหินลั่วเสียแห่งนี้แม้มองจากภายนอกจะดูแห้งแล้งกันดาร ดินตื้นจนไม่อาจปลูกข้าวหรือผักกาดได้ แต่สภาพทางภูมิศาสตร์ที่เป็นโขดหินแกรนิตสลับซับซ้อน ดินปนทรายที่ระบายน้ำได้ดีเยี่ยม และความชื้นที่ถูกกักเก็บไว้ในหุบเขาลึกเช่นนี้ กลับเป็น 'สวรรค์' ที่สวรรค์ประทานมาเพื่อการเพาะปลูกชาหินโดยเฉพาะ

ยิ่งไปกว่านั้น เส้นทางที่สลับซับซ้อนและสูงชันราวกับค่ายกลธรรมชาติ ยังเป็นเกราะกำบังชั้นยอดที่จะกันชาวบ้านจอมสอดรู้สอดเห็นและญาติพี่น้องตระกูลหลินที่แสนจะเกียจคร้านให้ออกห่างจากอาณาเขตของนาง พล็อตรองในหัวของซูเหมยเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจน หุบเขาเร้นลับแห่งนี้แหละ จะกลายเป็นฐานที่มั่นและจุดเริ่มต้นของ 'ไร่ชาลับ' ที่จะสั่นสะเทือนวงการค้าชาในอนาคต!

ทว่าก่อนที่นางจะวาดฝันถึงอาณาจักรการค้า ปัญหาใหญ่หลวงเฉพาะหน้าคือการดึงรั้งชีวิตของต้นชาต้าหงเหล่านี้กลับมาจากปรโลกเสียก่อน

"รากฝังลึกอยู่ในหิน ดินรอบข้างแห้งผากจนจับตัวเป็นก้อนแข็ง ต่อให้รอฝนตกลงมาก็คงซึมซับน้ำได้ไม่ทันการณ์" ซูเหมยวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเยือกเย็น สมองที่เต็มไปด้วยความรู้ด้านการเกษตรประมวลผลอย่างรวดเร็ว "การรดน้ำธรรมดาย่อมไม่อาจชุบชีวิตพืชที่บอบช้ำถึงแก่นได้ สิ่งเดียวที่สามารถพลิกฟื้นเส้นตายนี้ได้... มีเพียงสิ่งนั้น"

นางหลับตาลง รวบรวมสมาธิดำดิ่งลงสู่ห้วงจิตวิญญาณ เชื่อมต่อกับมิติลับ 'สวนน้ำพุวิญญาณ' ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ภาพของบ่อน้ำพุสีมรกตที่ใสกระจ่างปรากฏขึ้นในมโนสำนึก น้ำพุวิญญาณที่เคยช่วยฟื้นฟูร่างกายอันอ่อนแอเรื้อรังของนางมาแล้ว ย่อมต้องมีพลังอัศจรรย์พอที่จะพลิกฟื้นรากไม้ที่ใกล้ตายนี้ได้เช่นกัน

ซูเหมยนำกระบอกไม้ไผ่ที่พกติดตัวมาด้วยออกมา ก่อนจะใช้จิตวิญญาณดึงเอาน้ำพุวิญญาณบริสุทธิ์จากในมิติออกมาเติมจนเต็มกระบอก กลิ่นหอมจางๆ อันสดชื่นและบริสุทธิ์ราวกับน้ำค้างยามเช้ากำจายออกมาเบาบาง นางไม่รอช้า ค่อยๆ เอียงกระบอกไม้ไผ่ เพื่อให้หยดน้ำพุวิญญาณที่เปล่งประกายระยิบระยับหยดลงบนหน้าดินที่แห้งแตกระแหงบริเวณโคนต้นชาโบราณอย่างระมัดระวัง

หนึ่งหยด... สองหยด... น้ำพุวิญญาณซึมซาบหายลงไปในรอยแยกของหินอย่างรวดเร็ว

ทว่าในชั่วพริบตาที่หยดน้ำพุวิญญาณหยดที่สามสัมผัสกับรากแก้วที่โผล่พ้นดิน หน้าจอระบบผู้ช่วยจ้าวไร่ชาพลันสว่างวาบเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังกึกก้องสะท้านจิตวิญญาณ! สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้ากะทันหันนั้น ทำเอาสตรีผู้ผ่านโลกมามากอย่างซูเหมยถึงกับเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อ และต้องกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว...

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: น้ำพุวิญญาณชุบชีวิต]**