โรคระบาดในขบวนอพยพ

เงาตะคุ่มที่ปรากฏขึ้นหลังเนินหินทำให้หัวใจของสองแม่ลูกหล่นวูบ ร่างของหลินหว่านชิวแข็งทื่อ นางดึงเสิ่นม่อเฉินเข้ามาในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งปิดปากเขาไว้แน่น สองแม่ลูกกลั้นหายใจยืนนิ่งสนิทในเงามืด ฟังเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ

ทว่าผู้ที่ก้าวออกมาจากความมืดกลับเป็นเพียงชายชราผมเผ้าขาวโพลนคนหนึ่งในขบวนอพยพ เขามีท่าทีอิดโรย เดินโซเซเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง สายตาเหม่อลอยมองหาบางสิ่งบางอย่างตามพื้นดิน คงออกมาหาของป่าหรือปลดทุกข์ในที่ลับตาคน ชายชรามิได้สังเกตเห็นสองแม่ลูกที่ซ่อนตัวอยู่แม้แต่น้อย เขาเดินผ่านไปอย่างเงียบเชียบแล้วหายลับไปในความมืดอีกด้าน

หลินหว่านชิวถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก นางคลายมือออกจากปากของเสิ่นม่อเฉินแล้วลูบศีรษะเขาเบาๆ เป็นการปลอบขวัญ

"กลับกันเถอะ" นางกระซิบเสียงแผ่ว

ทั้งสองย่องกลับไปยังที่พักของตระกูลเสิ่นอย่างระมัดระวังที่สุด บรรยากาศในที่พักพิงชั่วคราวของเหล่าผู้อพยพยามค่ำคืนเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงพลิกตัวของผู้คนที่หลับใหลด้วยความอ่อนล้า

ทว่าเมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่อง ความเงียบสงบนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงครวญครางอย่างเจ็บปวด

อากาศที่ร้อนระอุขึ้นทุกวัน ประกอบกับการขาดแคลนน้ำสะอาด ทำให้ผู้คนต้องจำใจดื่มน้ำจากแอ่งน้ำขอดที่ขุ่นคลั่กและสกปรก ผลลัพธ์ที่ตามมาคือหายนะ... โรคท้องร่วงเริ่มระบาดไปทั่วทั้งขบวนอพยพอย่างรวดเร็ว

หลินหว่านชิวนั่งนิ่งอยู่ข้างกองไฟที่มอดดับแล้วของตระกูลเสิ่น สายตาของนางกวาดมองไปรอบๆ ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของนางหนักอึ้ง ผู้คนนอนบิดตัวด้วยความเจ็บปวดอยู่ตามพื้นดิน ใบหน้าซีดเซียวเหงื่อกาฬไหลท่วมตัว เสียงโอดครวญดังระงมไปทั่วบริเวณ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของสิ่งปฏิกูลลอยคละคลุ้งในอากาศจนแทบสำลัก

เช้าวันนี้ นางเห็นคนสองคนสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตา ร่างไร้วิญญาณของพวกเขาถูกนำไปวางรวมกันรอการฝังอย่างลวกๆ นี่คือความจริงอันโหดร้ายของภัยแล้งและความอดอยาก ความตายไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป มันอยู่ใกล้เพียงแค่ปลายจมูก

"หลิน! หว่าน! ชิว!"

เสียงตวาดแหลมสูงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเพิงพักซอมซ่อของพ่อแม่สามี ปลุกนางให้ตื่นจากภวังค์

หลินหว่านชิวหันไปมอง นางเห็นจ้าวชุนฮวานอนหน้าซีดอยู่บนผ้าปูเก่าๆ มือข้างหนึ่งกุมท้องเอาไว้ ใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด เห็นได้ชัดว่าหญิงชราก็เป็นอีกคนที่หนีไม่พ้นโรคระบาดครั้งนี้

"เจ้าคนอัปมงคล! ยังมีหน้ามานั่งเหม่ออีกรึ!" จ้าวชุนฮวาชี้หน้าด่านางด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ไม่เห็นรึว่าแม่สามีของเจ้ากำลังจะตาย! รีบไปหาน้ำสะอาดมาให้ข้าเดี๋ยวนี้! ข้าจะต้มยา!"

เฉียนจินจิน สะใภ้ใหญ่ซึ่งนั่งพัดให้แม่สามีอยู่ข้างๆ รีบผสมโรงทันที "ใช่แล้วน้องรอง แม่ท่านป่วยหนักถึงเพียงนี้ เจ้ารีบไปหาน้ำมาเถอะ ไปหาจากต้นน้ำที่มันใสๆ หน่อย อย่าเอาน้ำครำแถวนี้มาให้แม่ท่านดื่มอีกเล่า"

หลินหว่านชิวมองภาพสองแม่ลูกประสานเสียงกันอย่างเข้าขาด้วยแววตาเย็นชา ในใจของนางกลับมิได้รู้สึกสงสารแม้แต่น้อย แต่กลับมีความคิดบางอย่างผุดวาบขึ้นมา

นี่คือโอกาส... โอกาสที่จะได้เอาคืนอย่างสาสม!

"เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้" นางรับคำอย่างว่าง่าย ก้มหน้าก้มตาไม่แสดงพิรุธใดๆ ก่อนจะคว้าถุงหนังใส่น้ำแล้วเดินเลี่ยงออกมา

แทนที่จะมุ่งหน้าไปยังต้นน้ำตามที่ถูกสั่ง หลินหว่านชิวกลับเดินลึกเข้าไปในป่ารกทึบจนแน่ใจว่าลับตาคนแล้ว นางมองซ้ายมองขวาอีกครั้ง เมื่อไม่เห็นผู้ใดจึงเพ่งสมาธิไปที่รอยสักรูปใบไม้บนข้อมือ

วูบ!

ทิวทัศน์รอบกายพลันเปลี่ยนไปในพริบตา จากป่าแห้งแล้งกลายเป็นมิติเรือนกระจกที่เขียวชอุ่ม อากาศภายในสดชื่นบริสุทธิ์ เสียงน้ำพุไหลรินแผ่วเบาช่วยชะโลมจิตใจที่ร้อนรุ่มของนางให้เย็นลง

หลินหว่านชิวไม่รอช้า นางรินน้ำทิพย์จากตาน้ำพุวิเศษใส่ถุงหนังจนเกือบเต็ม จากนั้นจึงมุ่งตรงไปยังห้องแล็บปรุงยาขนาดเล็กที่มุมหนึ่งของมิติ บนชั้นวางยาของนางมีสมุนไพรนานาชนิดที่เก็บเกี่ยวและแปรรูปไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดคือความรู้ทางการแพทย์จากโลกเก่าที่นางนำติดตัวมาด้วย

สายตาของนางกวาดมองอย่างรวดเร็ว ผ่านขวดยาบำรุงและยาถอนพิษต่างๆ จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่ขวดใบเล็กที่บรรจุผงสีน้ำตาลอ่อนเอาไว้ บนฉลากเขียนด้วยลายมือของนางเองว่า "สมุนไพรระบายอ่อน"

มันคือสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยในการขับถ่าย ไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้ถ่ายท้องจนหมดแรง แต่ก็มากพอที่จะทำให้คนที่กำลังป่วยด้วยโรคท้องร่วงอยู่แล้วมีอาการหนักขึ้นอีกหลายเท่าตัว

มุมปากของหลินหว่านชิวกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น

นางเปิดขวดยาแล้วเทผงสมุนไพรลงไปในถุงน้ำเล็กน้อย จากนั้นจึงหยิบรากไม้รสขมจัดอีกชนิดหนึ่งซึ่งไม่มีสรรพคุณใดๆ นอกจากความขม ใส่ตามลงไปเพื่อสร้างกลิ่นและรสชาติให้เหมือนยาต้มจริงๆ ก่อนจะเขย่าถุงหนังเบาๆ ให้ทุกอย่างผสมเข้ากัน

"ยาของท่านแม่... ต้องพิเศษกว่าของคนอื่นหน่อย" นางพึมพำกับตัวเอง แววตาฉายประกายอำมหิตที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสงบนิ่ง

เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย นางจึงออกจากมิติกลับสู่โลกภายนอกที่แร้นแค้นอีกครั้ง

หลินหว่านชิวเดินกลับมาที่พักด้วยท่าทีอ่อนล้าเหมือนคนที่เพิ่งไปลำบากลำบนมาจริงๆ นางยื่นถุงน้ำให้จ้าวชุนฮวาด้วยสองมือ

"ท่านแม่ ข้าได้น้ำสะอาดมาแล้วเจ้าค่ะ รีบดื่มเสียตอนที่ยายังอุ่นๆ นะเจ้าคะ"

จ้าวชุนฮวามองนางด้วยสายตาระแวง "น้ำนี่สะอาดแน่รึ? เจ้าไม่ได้ตักมาจากแอ่งน้ำเน่าๆ นั่นใช่หรือไม่?"

"ข้าเดินไปไกลถึงต้นน้ำตามที่ท่านแม่สั่งเลยนะเจ้าคะ" หลินหว่านชิวแสร้งทำเสียงน้อยใจ "ท่านแม่ไม่เชื่อใจข้ารึเจ้าคะ?"

จ้าวชุนฮวาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ความเจ็บปวดในช่องท้องก็บีบคั้นจนนางทนไม่ไหวอีกต่อไป นางกระชากถุงน้ำมาเปิดจุกแล้วกระดกยาที่หลินหว่านชิวปรุงขึ้นดื่มเข้าไปอึกใหญ่ รสชาติที่ขมปร่าทำให้หญิงชราเบ้หน้า แต่นางก็ยังฝืนดื่มต่อไปจนหมดด้วยหวังว่ามันจะช่วยบรรเทาอาการได้

"แค่กๆ! ยาบ้าอะไรขมเยี่ยงนี้!" นางบ่นอุบอิบพลางส่งถุงน้ำคืนให้

หลินหว่านชิครับกลับมาถือไว้เงียบๆ นางมองใบหน้าซีดเผือดของแม่สามีด้วยแววตาว่างเปล่า ในใจกำลังนับถอยหลังอย่างเยือกเย็น

เวลาผ่านไปราวหนึ่งเค่อ...

จ้าวชุนฮวาที่กำลังจะเอนตัวลงนอนพลันเบิกตาโพลง! ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวอย่างน่ากลัว สีหน้าจากที่ซีดขาวอยู่แล้วกลับกลายเป็นเขียวคล้ำในทันที!

"โอ๊ย! ปวด! ปวดท้อง!" หญิงชราอุทานเสียงหลง มือทั้งสองข้างกุมท้องแน่น ร่างกายงอเป็นกุ้ง "เหตุใดมันถึงได้ปวดรุนแรงกว่าเดิมนัก!"

เฉียนจินจินตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ร้องถามอย่างลนลาน "ท่านแม่! ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ!"

ทว่ายังไม่ทันที่ผู้ใดจะได้ทำอะไร...

ทันใดนั้น! เสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดราวกับสัตว์ร้ายใกล้ตายก็ดังลั่นออกมาจากเพิงพักของจ้าวชุนฮวา! เสียงนั้นดังเสียจนผู้อพยพคนอื่นๆ ที่กำลังนอนซมด้วยพิษไข้ต่างพากันสะดุ้งสุดตัวและหันมามองเป็นตาเดียว! เกิดความโกลาหลขึ้นชั่วพริบตา