ตอนที่ 2
***บทที่ 2: มิติฟาร์มสวรรค์และเจ้าข้าวสาลี***
แสงสว่างจ้าสีเขียวมรกตที่กลืนกินสติสัมปชัญญะค่อยๆ จางหายไป หลินชิงกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับการมองเห็น สิ่งแรกที่โสตประสาทและสัมผัสรับรู้ได้คือกลิ่นอายบริสุทธิ์ของไอดินและหญ้าอ่อน ซึ่งแตกต่างจากกลิ่นฝุ่นทรายและกลิ่นอับชื้นในกระท่อมผุพังท้ายหมู่บ้านอย่างสิ้นเชิง
นางพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางพื้นที่โล่งกว้าง ท้องฟ้าเบื้องบนเป็นสีครามกระจ่างใสไร้เมฆหมอก แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงมา ทว่ากลับไม่รู้สึกร้อนระอุเหมือนภัยแล้งในโลกภายนอก เบื้องหน้าของนางคือแปลงเพาะปลูกสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดประมาณหนึ่งหมู่ เนื้อดินสีดำสนิทร่วนซุยและเปล่งประกายระยิบระยับจางๆ บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ขั้นสุดยอดที่หาไม่ได้ในแผ่นดินแตกระแหงของหมู่บ้านคูมู่
ห่างออกไปไม่ไกลนัก มีบ่อน้ำหินอ่อนสลักลวดลายวิจิตรตระการตา ทว่าเมื่อหลินชิงก้าวเข้าไปชะโงกดู ภายในบ่อกลับแห้งขอด ปราศจากธารน้ำใสเย็นอย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงหยาดน้ำใสกระจ่างราวกับหยาดน้ำค้างยามเช้าเพียงหยดเดียวที่ยังคงเกาะอยู่ก้นบ่อ เปล่งประกายแสงสีรุ้งอ่อนๆ ล่อตาล่อใจ
"ยินดีต้อนรับนายหญิงเข้าสู่มิติฟาร์มสวรรค์"
เสียงเล็กๆ คล้ายเด็กน้อยทว่าเรียบเฉยไร้อารมณ์ดังขึ้นเบื้องหลัง หลินชิงสะดุ้งสุดตัวก่อนจะหันขวับไปมอง ร่างโปร่งแสงสีทองเรืองรองขนาดเท่าฝ่ามือลอยอยู่กลางอากาศ รูปร่างของมันคล้ายคลึงกับภูตน้อยในนิทานปรัมปรา ทว่ามีสัญลักษณ์รูปรวงข้าวสาลีเปล่งประกายอยู่กลางหน้าผาก
"เจ้าคือ... เสียงประหลาดในหัวข้าเมื่อครู่นี้หรือ?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า แม้จะคุ้นเคยกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติจากยุคก่อน แต่การได้มาสัมผัสด้วยตนเองกลับให้ความรู้สึกพิศวงจนยากจะบรรยาย
"ถูกต้อง ข้าคือจิตวิญญาณผู้พิทักษ์มิติและผู้ช่วยส่วนตัวของท่าน นามว่า 'เสี่ยวหม่าย' (เจ้าข้าวสาลี)" ร่างโปร่งแสงโค้งคำนับอย่างงดงามและนุ่มนวล "มิติฟาร์มสวรรค์แห่งนี้ผูกติดกับจิตวิญญาณของนายหญิงโดยสมบูรณ์แล้ว ทว่าเนื่องจากการหลอมรวมวิญญาณข้ามห้วงเวลาใช้พลังงานมหาศาล พลังวิญญาณในมิติจึงเหือดแห้ง แปลงดินวิญญาณหดตัวลงเหลือเพียงหนึ่งหมู่ และบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ก็เหือดแห้งดังที่ท่านเห็น"
หลินชิงขมวดคิ้ว ความคิดแล่นพล่านอย่างรวดเร็ว "แล้วข้าต้องทำอย่างไรจึงจะฟื้นฟูสถานที่แห่งนี้ได้?"
"เพาะปลูก" เสี่ยวหม่ายตอบกระชับ "เมื่อนายหญิงนำเมล็ดพันธุ์มาเพาะปลูกในแปลงดินวิญญาณแห่งนี้ พืชผลจะเติบโตเร็วกว่าโลกภายนอกถึงสิบเท่า ทั้งยังทนทานต่อโรคร้ายและแมลงศัตรูพืช เมื่อท่านทำการเก็บเกี่ยว มิติแห่งนี้จะดูดซับพลังงานธรรมชาติจากความสำเร็จนั้น เพื่อนำมาขยายอาณาเขตแปลงเกษตรและฟื้นฟูสายน้ำในบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ น้ำพุแห่งนี้มีสรรพคุณล้ำเลิศ สามารถขับไล่ความเจ็บป่วย บำรุงกำลัง และพลิกฟื้นผืนดินที่แห้งแล้งที่สุดให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ได้"
เมื่อได้ยินคำว่า 'ขับไล่ความเจ็บป่วย' ดวงตาของหลินชิงก็เบิกกว้าง ภาพของหลินอวี้ที่นอนตัวร้อนดั่งไฟเผาแวบเข้ามาในหัวใจ บีบรัดจนนางแทบหายใจไม่ออก
"นายหญิงโปรดอย่าเพิ่งร้อนใจ" เสี่ยวหม่ายราวกับล่วงรู้ความคิดที่ว้าวุ่นของนาง "เพื่อเป็นการต้อนรับนายหญิงเข้าสู่มิติฟาร์มสวรรค์อย่างเป็นทางการ ระบบผู้ช่วยมีของขวัญแรกเริ่มมอบให้ท่าน"
ติง...
เสียงกังวานใสดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับม่านแสงโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
*[ระบบทำการมอบทักษะติดตัว: 'เนตรกสิกร' (ความชำนาญขั้นต้น)]*
สิ้นตัวอักษรเรืองแสง ลำแสงสีเขียวอ่อนก็พุ่งจากรวงข้าวสาลีบนหน้าผากของเสี่ยวหม่าย เข้าสู่ดวงตาทั้งสองข้างของหลินชิง ความรู้สึกเย็นวาบซาบซ่านไปทั่วกระบอกตา ความเหนื่อยล้าและอาการหน้ามืดวิงเวียนมลายหายไปสิ้น เมื่อนางกะพริบตาและลืมขึ้นอีกครั้ง โลกทั้งใบก็เปลี่ยนไป
เมื่อหลินชิงจ้องมองไปยังแปลงดินสีดำสนิทเบื้องหน้า พลันมีตัวอักษรโปร่งแสงเรืองแสงสีทองลอยขึ้นมากลางอากาศให้เห็นเพียงผู้เดียว
*(แปลงดินวิญญาณขั้นต้น : สถานะว่างเปล่า / พลังวิญญาณอุดมสมบูรณ์ / เหมาะสำหรับเพาะปลูกพืชทุกชนิด)*
นางกะพริบตาด้วยความตื่นตะลึง ทักษะเนตรกสิกรนี้ราวกับสวรรค์ประทานพร มันสามารถประเมินสรรพสิ่งทางการเกษตรได้อย่างแม่นยำ หากนำไปใช้ในภูเขาอู่อวิ๋น ย่อมสามารถแยกแยะสมุนไพรล้ำค่าและประเมินคุณภาพดินเพื่อทำการเกษตรได้อย่างไร้ที่ติ
ทว่าเวลานี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การชื่นชมทักษะใหม่ หลินชิงพุ่งตัวไปที่ขอบบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ จ้องมองหยดน้ำสุกสกาวเพียงหยดเดียวที่ก้นบ่อผ่านเนตรกสิกร
*(หยาดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์ : ปริมาณหนึ่งหยด / สรรพคุณบรรเทาความร้อนในร่างกาย ขจัดพิษไข้ฉับพลัน ต่อลมหายใจเฮือกสุดท้าย)*
นี่คือยารักษาชีวิตของน้องชาย!
"เสี่ยวหม่าย ข้าจะนำน้ำหยดนี้ออกไปได้อย่างไร? น้องชายของข้ากำลังรอความช่วยเหลือ!" หลินชิงเอ่ยถามอย่างร้อนรน สองมือเกาะขอบบ่อหินอ่อนแน่น
"นายหญิงเพียงแค่เพ่งจิตและจินตนาการถึงสิ่งของที่ต้องการนำออกไป..."
เสี่ยวหม่ายยังกล่าวอธิบายไม่ทันจบประโยค มิติฟาร์มสวรรค์ที่เงียบสงบก็เกิดการสั่นสะเทือนเบาๆ หน้าจอโปร่งแสงสีแดงฉานกะพริบวาบขึ้นตรงหน้าหลินชิงอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงเตือนภัยที่ดังก้องกังวานไปทั่วอาณาบริเวณ
*[คำเตือนฉุกเฉิน! ตรวจพบสัญญาณชีพของบุคคลในความดูแลภายนอกมิติกำลังอ่อนลงอย่างรวดเร็ว! สภาวะวิกฤต! อุณหภูมิร่างกายสูงเกินขีดจำกัด!]*
เสมือนมีสายใยที่มองไม่เห็นเชื่อมต่ออยู่ เสียงลมหายใจที่ขาดห้วงและแผ่วเบาราวกับขนนกของหลินอวี้ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท หลินชิงใจหายวาบ หากนางนำน้ำพุหยดนี้ออกไปป้อนให้น้องชายไม่ทันกาล ทุกสิ่งที่นางหวังจะปกป้องย่อมจบสิ้นลงเพียงเท่านี้!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: หยาดน้ำพุต่อชีวิต]**