ตอนที่ 4
***บทที่ 4: หญ้าเกล็ดหิมะริมลำธารแห้ง***
ตัวอักษรสีแดงชาดกะพริบไหวถี่รัวบนหน้าจอโปร่งแสงเบื้องหน้า สะท้อนเข้ากับนัยน์ตาสีดำขลับของหลินชิงที่กำลังเบิกกว้าง
เสียงเล็กใสแจ๋วราวกับเด็กน้อยของ 'เสี่ยวหม่าย' จิตวิญญาณผู้พิทักษ์มิติและระบบผู้ช่วยของนาง ดังขึ้นในห้วงคำนึงอย่างร้อนรน *"นายหญิง! รีบลงมือเร็วเข้าขอรับ! พลังชีวิตของพืชต้นนี้เหลือเพียงหนึ่งส่วนจากสิบส่วน หากช้ากว่านี้เพียงครึ่งก้านธูป มันจะแห้งตายกลายเป็นธุลีและสูญเสียสรรพคุณทางยาไปจนหมดสิ้น!"*
หลินชิงสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามระงับความตื่นเต้นที่เต้นระรัวอยู่ในอก นางเพ่งสมาธิไปที่ทักษะ 'เนตรกสิกร' อีกครั้ง แสงสีเขียวอ่อนจางๆ ที่แผ่ออกมาจากดวงตาของนางทะลุผ่านกอวัชพืชสีน้ำตาลที่แห้งกรอบ เผยให้เห็นต้นไม้ขนาดจิ๋วที่ซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในซอกหิน ลำต้นของมันมีขนาดเท่าก้านไม้ขีดไฟ ใบที่ควรจะอวบน้ำกลับเหี่ยวเฉาจนขอบใบม้วนงอ ทว่าบนผิวใบนั้นยังคงหลงเหลือประกายสีเงินจางๆ คล้ายกับเกล็ดน้ำแข็งที่กำลังละลาย
ข้อมูลจากระบบปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างชัดเจน
*[ตรวจพบสมุนไพรระดับล่าง: หญ้าเกล็ดหิมะ (สถานะ: ใกล้ตายจากภาวะขาดน้ำรุนแรง)]*
*[สรรพคุณ: มีฤทธิ์เย็นจัด ช่วยขับพิษร้อน ลดไข้ทะลวงชีพจร ดับไฟในกาย]*
"หญ้าเกล็ดหิมะ..." หลินชิงพึมพำกับตัวเองด้วยริมฝีปากที่แห้งผาก นัยน์ตาเปล่งประกายแห่งความหวัง นี่คือสิ่งที่นางกำลังตามหา! แม้น้ำพุศักดิ์สิทธิ์จะช่วยดึงรั้งชีวิตของหลินอวี้กลับมาจากหน้าประตูปรโลกได้ แต่น้องชายของนางยังคงมีไข้รุมๆ ร่างกายอ่อนแอเกินกว่าจะขับพิษไข้ที่ตกค้างออกไปได้เอง หากได้สมุนไพรฤทธิ์เย็นชนิดนี้ไปต้มให้ดื่ม อาการของเขาจะต้องหายขาดอย่างแน่นอน
ทว่าก่อนที่นางจะลงมือขุด หลินชิงกวาดสายตามองไปรอบกาย สภาพแวดล้อมที่โหดร้ายตอกย้ำถึงสาเหตุที่สมุนไพรล้ำค่าเช่นนี้ต้องตกอยู่ในสภาพใกล้ตาย ลำธารที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงหมู่บ้านคูมู่ บัดนี้เหือดแห้งจนไม่เหลือแม้แต่หยดน้ำ ผืนโคลนก้นลำธารแตกระแหงเป็นแผ่นกว้างราวกับกระดองเต่าที่ถูกไฟแผดเผา ก้อนกรวดและโขดหินสีขาวซีดสะท้อนแสงแดดอันเกรี้ยวกราดในยามสายจนอากาศเบื้องบนบิดเบี้ยว
ความแห้งแล้งทอดเงาปกคลุมไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ธรรมชาติกำลังร้องไห้โดยไร้ซึ่งหยาดน้ำตา หากปล่อยหญ้าเกล็ดหิมะต้นนี้ไว้ตรงนี้ อีกไม่เกินสิบอึดใจ มันคงถูกความร้อนสูบเอาชีวิตที่เหลืออยู่ไปจนหมดสิ้น
"ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าตาย" หลินชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
นางปลดตะกร้าไม้ไผ่ลงจากหลัง คุกเข่าลงบนพื้นกรวดที่ร้อนระอุจนแทบลวกผิวหนัง ทว่าเด็กสาวหาได้ใส่ใจความเจ็บปวดนั้นไม่ นางใช้ท่อนไม้ปลายแหลมที่เก็บมาจากระหว่างทาง ค่อยๆ กะเทาะเศษดินหินที่แข็งราวกับศิลาออกทีละน้อยอย่างใจเย็น การขุดสมุนไพรในสภาพที่ดินแข็งกระด้างเช่นนี้ ต้องอาศัยความระมัดระวังขั้นสูงสุด หากใจร้อนเพียงนิดเดียว รากฝอยที่เปราะบางของมันอาจขาดสะบั้น และนั่นหมายถึงจุดจบของสมุนไพรต้นนี้
หยาดเหงื่อผุดซึมตามไรผม ไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าซูบผอม หลินชิงกัดริมฝีปากแน่น ปลายนิ้วเรียวเล็กที่หยาบกร้านเพราะการทำงานหนักค่อยๆ แซะดินรอบโคนต้นอย่างเบามือที่สุด ราวกับกำลังประคองสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดในแผ่นดิน
*"ระวังด้วยขอรับนายหญิง! รากแก้วของมันหยั่งลึกลงไปในซอกหินเพื่อหาความชื้นหยดสุดท้าย บิดไม้ไปทางซ้ายเล็กน้อยขอรับ!"* เสี่ยวหม่ายคอยส่งเสียงบอกทิศทางผ่านจิตวิญญาณ ทำให้นางสามารถหลบหลีกชั้นหินที่กดทับรากของสมุนไพรได้อย่างแม่นยำราวกับตาเห็น
แกรก...
เสียงดินก้อนสุดท้ายหลุดออก หลินชิงใช้สองมือประคองโคนต้นหญ้าเกล็ดหิมะขึ้นมาอย่างทะนุถนอม แม้จะระมัดระวังเพียงใด แต่สภาพที่อ่อนแอของมันก็ทำให้รากฝอยสองเส้นหลุดร่วงไป
ทันใดนั้น หน้าจอของระบบก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มพร้อมกับเสียงเตือนที่บาดหู
*[คำเตือนขั้นวิกฤต! ความเสียหายจากการย้ายปลูก พลังชีวิตของหญ้าเกล็ดหิมะกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว!]*
*[10... 9... 8...]*
หลินชิงเบิกตากว้าง สัมผัสได้ว่าไอเย็นบางเบาที่แผ่ออกมาจากใบของสมุนไพรในฝ่ามือ กำลังจางหายไปพร้อมกับสีของใบที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น มันกำลังจะตายลงในมือของนาง! สภาพอากาศภายนอกร้อนเกินไป สมุนไพรที่บอบช้ำไม่มีทางทนรับได้แม้อีกเพียงชั่วอึดใจเดียว
"ต้องพามันเข้าไปในมิติเดี๋ยวนี้!"
นางกวาดสายตามองซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว เมื่อแน่ใจว่าบริเวณตีนเขาที่รกร้างแห่งนี้ไม่มีสายตาของผู้ใดจับจ้อง หลินชิงก็มุดตัวเข้าไปหลบหลังพุ่มหนามขนาดใหญ่ที่บดบังร่างของนางได้มิดชิด
*[3... 2...]*
ตัวเลขบนหน้าจอนับถอยหลังอย่างบ้าคลั่ง ใบของหญ้าเกล็ดหิมะแห้งกรอบจนแทบจะปลิวไปกับสายลม หลินชิงหลับตาลง รวบรวมสมาธิทั้งหมดสั่งการกระตุ้นรอยสักรูปใบไม้ที่ข้อมือ เพื่อเปิดประตูเชื่อมต่อสู่มิติฟาร์มสวรรค์
ทว่าในเสี้ยววินาทีที่สติของนางกำลังจะถูกดึงเข้าสู่มิติเร้นลับนั้นเอง ใบที่เหลืออยู่เพียงใบเดียวของหญ้าเกล็ดหิมะก็สลายกลายเป็นผงสีเทาร่วงหล่นผ่านง่ามนิ้วของนางไป!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: การกลายพันธุ์ในดินวิญญาณ]**