ตอนที่ 7

***บทที่ 7: ท่านหมอซุนแห่งร้านยาไป่เฉ่า***

น้ำเสียงตวาดกร้าวของเด็กรับใช้หนุ่มดึงดูดสายตาของผู้คนบนถนนให้หันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทว่าหลินชิงหาได้มีความตื่นตระหนกหรืออับอายแม้แต่น้อย ริมฝีปากบางที่แห้งผากกลับจุดรอยยิ้มเยือกเย็น ดวงตากระจ่างใสจ้องมองทะลุเข้าไปในแววตาหยิ่งยโสของอีกฝ่ายอย่างไม่สะทกสะท้าน

"ข้าเคยได้ยินผู้คนเล่าลือกันว่า ร้านยาไป่เฉ่าแห่งอำเภอชิงผิงยึดถือจรรยาบรรณแพทย์เป็นที่ตั้ง รับซื้อสมุนไพรด้วยความเป็นธรรมและเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม..." น้ำเสียงของเด็กสาวดังกังวานใส ชัดเจนทุกถ้อยคำจนผู้คนที่มุงดูอยู่ได้ยินถนัดหู "แต่เหตุใดก้าวแรกที่ข้ามาเยือน กลับพบเห็นเพียงสุนัขเฝ้าประตูที่ตาบอดมืดบอด ตีราคาของล้ำค่าจากเพียงเศษผ้าขี้ริ้วที่ห่อหุ้มเล่า? หรือว่าป้ายสีทองอร่ามด้านบนนั้น จะเป็นเพียงของจอมปลอมที่หลอกลวงชาวบ้านไปวันๆ"

"นังเด็กเหลือขอ! เจ้ากล้าด่าข้าว่าเป็นสุนัขเฝ้าประตูรึ!" เด็กรับใช้หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เงื้อมือขึ้นหมายจะผลักไสเด็กสาวให้พ้นทาง

"เกิดเรื่องอันใดขึ้น! เสียงเอะอะโวยวายไปถึงหลังร้าน!"

เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังแทรกขึ้นมาจากด้านในอาคาร ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมชุดผ้าไหมเนื้อดีสีน้ำตาลเข้มเดินก้าวออกมา หัวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ เมื่อเห็นว่าผู้ที่ยืนขวางหน้าร้านคือเด็กสาวชาวนาหน้าตาซูบผอมสวมเสื้อผ้าปะชุน แววตาของเขาก็ฉายแววรำคาญใจไม่ต่างจากเด็กรับใช้ ทว่าด้วยฐานะเถ้าแก่ผู้ดูแลร้าน เขาจำต้องรักษากิริยาต่อหน้าฝูงชน

"เถ้าแก่หวัง! นังขอทานนี่มันมาก่อกวนขอรับ ข้ากำลังจะไล่มันไปเดี๋ยวนี้!" เด็กรับใช้รีบฟ้องร้อง

เถ้าแก่หวังโบกมือไล่เด็กรับใช้ให้ถอยไป ก่อนจะปรายตามองหลินชิง "แม่นางน้อย หากเจ้ามาขอทานข้าว ที่นี่ไม่มีให้หรอกนะ แต่หากเจ้าเจ็บป่วยก็จงไปต่อแถวที่โถงด้านข้างซะ อย่ามาขวางทางเข้าออกลูกค้าร้านข้า"

หลินชิงยืดแผ่นหลังที่ค่อมงุ้มให้ตั้งตรง ท่วงท่าของนางเปลี่ยนไปราวกับผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาโชกโชน "ข้าไม่ได้มาขอทาน และไม่ได้มารักษาโรค แต่ข้ามาเพื่อทำการค้า... ข้ามีสมุนไพรชั้นเลิศมาเสนอขาย หากเถ้าแก่ตาไม่ถึง ข้าก็จะนำไปเสนอที่ร้านอื่น"

กล่าวจบ มือเล็กที่หยาบกร้านก็ล้วงเข้าไปในอกเสื้อ ค่อยๆ คลี่ห่อผ้าสีเก่าซีดออกอย่างทะนุถนอม เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน

ทันทีที่ห่อผ้าถูกเปิดออก กลิ่นหอมเย็นยะเยือกบริสุทธิ์ก็ลอยอวลออกมาปะทะจมูกผู้คนรอบข้าง สมุนไพรต้นหนึ่งนอนนิ่งอยู่บนฝ่ามือของนาง ใบของมันมีสีเขียวมรกตอวบน้ำ เปล่งประกายเรืองรองราวกับหยกชั้นดี บริเวณกึ่งกลางใบมีเส้นใยสีเงินพาดผ่านคล้ายกับเกล็ดหิมะที่เพิ่งร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า สิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือรากฝอยของมันที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน ราวกับเพิ่งถูกขุดขึ้นมาจากผืนป่าเมื่อครู่นี้

มันคือ 'หญ้าเกล็ดหิมะ' สมุนไพรท้องถิ่นริมลำธาร ทว่าด้วยการปลูกฝังในแปลงดินวิญญาณและรดด้วยน้ำจากบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ในมิติฟาร์มสวรรค์ของหลินชิง ทำให้สรรพคุณของมันถูกยกระดับขึ้นจนกลายพันธุ์เป็นสมุนไพรวิเศษที่หาดูได้ยากยิ่ง!

ดวงตาของเถ้าแก่หวังเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ประกายแห่งความโลภพาดผ่านนัยน์ตาอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะซ่อนมันไว้อย่างมิดชิด เขาแสร้งทำสีหน้าเรียบเฉย แคะหูแล้วแค่นเสียงหัวเราะ "หึ! ก็แค่หญ้าวัชพืชบนเขาที่บังเอิญเติบโตดีหน่อยเท่านั้น ดูจากสภาพแล้วให้ราคาสูงสุดก็แค่ยี่สิบอีแปะเท่านั้นแหละ ถือว่าข้าทำทานให้เจ้าเอาไปซื้อหมั่นโถวประทังชีวิตก็แล้วกัน เอามานี่!"

เถ้าแก่หวังยื่นมือหมายจะคว้าหญ้าเกล็ดหิมะไป ทว่าหลินชิงกลับชักมือหลบอย่างรวดเร็ว แววตาของนางเย็นเยียบลงยิ่งกว่าเดิม

"ยี่สิบอีแปะ? เถ้าแก่หวังช่างมีอารมณ์ขันเสียจริง" หลินชิงหัวเราะเบาๆ แฝงความเย้ยหยัน "หญ้าเกล็ดหิมะต้นนี้ ใบหนาอวบน้ำกักเก็บปราณโอสถไว้อย่างเต็มเปี่ยม เส้นใยสีเงินทอประกายเด่นชัดบ่งบอกถึงสรรพคุณถอนพิษไข้ขั้นสูงสุด อีกทั้งรากฝอยยังถูกขุดขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่บอบช้ำแม้แต่น้อย... ของล้ำค่าระดับนี้ หากท่านตีราคาเพียงยี่สิบอีแปะ ข้าคงต้องนำมันไปให้ร้านยาสกุลเฉินที่อยู่ท้ายถนนประเมินดูเสียแล้ว ว่าพวกเขาจะเห็นคุณค่าของมันหรือไม่"

นางพูดจบก็ทำท่าจะห่อผ้ากลับ คลี่รอยยิ้มบางๆ แล้วหันหลังก้าวเดินออกไป

"ช้าก่อนแม่นางน้อย!"

เสียงแหบพร่าทว่าเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นดังขึ้นจากบันไดชั้นสอง ชายชราผู้หนึ่งในชุดคลุมสีเทาเรียบง่าย ทว่ามีกลิ่นอายของโอสถหอมกรุ่นล้อมรอบตัวกำลังก้าวลงมาอย่างเร่งรีบ เส้นผมและหนวดเคราของเขาขาวโพลน แต่ใบหน้ากลับอิ่มเอิบ ดวงตาเปล่งประกายคมกล้าซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มใจดี

เมื่อเถ้าแก่หวังและเด็กรับใช้เห็นชายชราผู้นี้ ทั้งสองก็รีบค้อมกายลงด้วยความเคารพยำเกรงขั้นสุด "ท่านหมอซุน!"

ซุนสือเหมี่ยว หรือที่ชาวเมืองต่างรู้จักกันในนาม 'ท่านหมอซุน' ผู้เป็นถึงปรมาจารย์แพทย์โอสถประจำร้านยาไป่เฉ่า เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองเถ้าแก่หวัง ทว่าเดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่เบื้องหน้าหลินชิง สายตาของชายชราจับจ้องไปยังหญ้าเกล็ดหิมะในห่อผ้าด้วยความหลงใหล มือที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นสั่นสะท้านเล็กน้อย

"แม่นางน้อย... ขอดูสมุนไพรในมือเจ้าชัดๆ ได้หรือไม่?" น้ำเสียงของท่านหมอซุนเต็มไปด้วยความสุภาพและร้องขอ ไม่ได้ถือตัวว่าเป็นผู้อาวุโสหรือหมอเทวดาแม้แต่น้อย

หลินชิงประเมินสถานการณ์ด้วยไหวพริบ นางสัมผัสได้ถึงความจริงใจและภูมิรู้จากชายชราผู้นี้ จึงพยักหน้าและยื่นห่อผ้าให้ดูอย่างเปิดเผย

ท่านหมอซุนหยิบหญ้าเกล็ดหิมะขึ้นมาพินิจพิเคราะห์อย่างระมัดระวัง เขาใช้นิ้วมือสัมผัสความชุ่มชื้นของใบ สูตดมกลิ่นหอมเย็นที่ลอยเตะจมูก ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง "สวรรค์! นี่มันไม่ใช่หญ้าเกล็ดหิมะธรรมดา พลังชีวิตที่อัดแน่นอยู่ในเส้นใยสีเงินนี้... สรรพคุณของมันเทียบเท่าโสมตังกุยอายุร้อยปีเลยทีเดียว! เจ้าไปได้ของวิเศษเช่นนี้มาจากที่ใดกัน?"

"ข้าพบบนภูเขาอู่อวิ๋นเจ้าค่ะ บริเวณซอกหินลึกที่แสงแดดส่องถึงยาก ข้าเห็นว่ามันดูแปลกตากว่าต้นอื่นจึงขุดมาอย่างระมัดระวัง" หลินชิงแต่งเรื่องตอบกลับอย่างลื่นไหล ใบหน้าเล็กๆ แสร้งทำเป็นซื่อบริสุทธิ์ไร้เดียงสา

ท่านหมอซุนพยักหน้าด้วยความชื่นชม ก่อนจะหันไปตวาดเถ้าแก่หวังเสียงแข็ง "เจ้าคนตาบอด! สมุนไพรล้ำค่าที่สามารถใช้เป็นตัวยาหลักในการปรุงยาลดไข้ระดับทองคำได้ เจ้ากลับตีราคาเพียงยี่สิบอีแปะ? หากแม่นางน้อยผู้นี้เดินออกจากร้านเราไป ชื่อเสียงของร้านยาไป่เฉ่าคงถูกเหยียบย่ำป่นปี้ไม่มีชิ้นดี!"

เถ้าแก่หวังตัวสั่นงันงก เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก "ขะ... ข้าน้อยมีตาหาหมีแววไม่ ขออภัยท่านหมอซุน ขออภัยแม่นางน้อย"

ชายชราถอนหายใจยาว ก่อนจะหันกลับมามองหลินชิงด้วยรอยยิ้มเมตตา "แม่นางน้อย ข้า ซุนสือเหมี่ยว ยินดีรับซื้อหญ้าเกล็ดหิมะต้นนี้ของเจ้า... สองตำลึงเงิน ราคานี้เจ้าพอใจหรือไม่?"

คำว่า 'สองตำลึงเงิน' ทำเอาผู้คนรอบข้างสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ สำหรับชาวนาธรรมดาในหมู่บ้านคูมู่ เงินสองตำลึงสามารถใช้จ่ายเป็นค่าอาหารได้ถึงครึ่งปีเต็ม! มันมากพอที่จะพลิกชีวิตครอบครัวยากจนให้มีกินมีใช้ไปได้อีกยาวนาน

หลินชิงลอบยิ้มในใจ การเจรจาประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม ทว่าภายนอกนางยังคงรักษากิริยาสงบนิ่ง นางประสานมือคารวะอย่างงดงามผิดกับภาพลักษณ์เด็กสาวชาวนา "ราคาที่ท่านหมอซุนเสนอนั้นเป็นธรรมยิ่งนัก ข้าหลินชิง ยินดีขายให้เจ้าค่ะ"

ท่านหมอซุนหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เขาสั่งให้เด็กรับใช้นำก้อนเงินรูปเกือกม้าแวววาวจำนวนสองตำลึงมามอบให้นาง พร้อมกับป้ายไม้สลักลายสมุนไพร "นี่คือป้ายหยกประจำตัวข้า หากวันหน้าเจ้าขุดพบสมุนไพรล้ำค่าใดบนภูเขาอู่อวิ๋นอีก จงนำมาหาข้าที่นี่ ข้าจะให้ราคายุติธรรมแก่เจ้าเสมอ"

"ขอบพระคุณท่านหมอซุน ความกรุณานี้ข้าจะจดจำไว้" หลินชิงรับเงินและป้ายไม้มาเก็บซ่อนไว้ในอกเสื้ออย่างระมัดระวัง แท้จริงแล้วนางลอบส่งก้อนเงินเหล่านั้นเข้าไปเก็บรักษาความปลอดภัยไว้ในมิติฟาร์มสวรรค์เรียบร้อยแล้ว ไม่มีสถานที่ใดในยุคโบราณนี้จะปลอดภัยไปกว่าคลังเก็บของวิเศษส่วนตัวของนางอีกแล้ว

หลินชิงก้าวออกจากร้านยาไป่เฉ่าด้วยความรู้สึกปลอดโปร่ง แสงแดดยามสายสาดส่องลงบนใบหน้าซูบผอมที่บัดนี้แฝงไปด้วยประกายแห่งความหวัง เงินทุนก้อนแรกมาอยู่ในมือแล้ว ภาพใบหน้าซีดเซียวของหลินอวี้น้องชายตัวน้อยที่นอนรอคอยอยู่บีบรัดหัวใจนาง

ก้าวต่อไปคือการพลิกฟื้นชีวิตที่อดอยาก นางหันมองไปยังทิศทางของตลาดค้าส่งธัญพืชและเนื้อสัตว์ ในใจเริ่มคำนวณราคาข้าวสาร แป้งสาลี และเนื้อหมูติดมันที่สามารถเยียวยาร่างกายที่ขาดสารอาหาร ทว่าการนำของกินล้ำค่ากลับไปยังกระท่อมซอมซ่อ ย่อมไม่ต่างจากการโยนก้อนเนื้อสดๆ ลงไปในฝูงสุนัขจิ้งจอกจอมตะกละที่รอคอยอยู่

การจับจ่ายครั้งประวัติศาสตร์เพื่อต่อลมหายใจสองชีวิตกำลังจะเริ่มขึ้น พร้อมกับแผนการซ่อนเร้นที่ต้องอาศัยไหวพริบขั้นสูงสุด เพื่อเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของเครือญาติหน้าเลือด!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เสบียงแห่งความหวัง]**