ตอนที่ 11

***บทที่ 11: เตรียมพร้อมขึ้นเขาและฟังก์ชันใหม่***

เสียงทุ้มต่ำและสงบนิ่งนั้นดังขึ้นราวกับก้อนหินที่โยนลงในสระน้ำนิ่งสงัด ทำลายความเงียบงันโดยรอบและฉุดหลินหวั่นชิวออกจากภวังค์ความคิดของตนเอง

นางหันขวับไปยังต้นตอของเสียงใต้ร่มไม้ใหญ่ แสงจันทร์สลัวอาบไล้ร่างสูงใหญ่ของผู้มาใหม่ เผยให้เห็นใบหน้าคมคายและแววตาที่สงบนิ่งดุจน้ำลึกของหลี่มู่หยาง

"เจ้าคิดจะขึ้นเขาคนเดียวรึ?" เขาถามย้ำอีกครั้ง เดินออกจากเงามืดมายืนอยู่ห่างจากนางไม่กี่ก้าว

หลินหวั่นชิวใจกระตุกวูบ นางไม่รู้ว่าเขามายืนอยู่ตรงนี้นานเท่าใดแล้ว และได้ยินแผนการในใจของนางไปมากน้อยเพียงใด แต่นางก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว ดวงตาของนางยังคงจับจ้องไปยังทิวเขาหมอกเร้นที่มืดทะมึนอยู่เบื้องหน้าอย่างไม่ยอมละไป

"แล้วอย่างไร?" นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แฝงไว้ด้วยความดื้อรั้น "เรื่องของข้า ไม่เกี่ยวกับผู้อื่น"

หลี่มู่หยางขมวดคิ้วเล็กน้อย "ภูเขาหมอกเร้นไม่ได้สงบสุขอย่างที่เจ้าเห็น ยิ่งลึกเข้าไปยิ่งอันตราย สัตว์ร้ายชุกชุม ทางเดินก็ซับซ้อน หากพลัดหลงเข้าไป... แม้แต่พรานผู้ช่ำชองก็ยังเอาชีวิตรอดได้ยาก"

คำเตือนของเขาเปี่ยมด้วยความหวังดีอย่างแท้จริง แต่สำหรับหลินหวั่นชิวในยามนี้ มันกลับเป็นเหมือนการตอกย้ำถึงความไร้ทางเลือกของนาง

"ข้าทราบ" นางกล่าวเสียงเบา "แต่ข้าไม่มีทางเลือกอื่น"

ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างคนทั้งสองชั่วครู่ มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้หวีดหวิว หลี่มู่หยางมองสบตากับนาง ดวงตาที่แน่วแน่และไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตานั้นทำให้ใจเขาชาวาบไปเล็กน้อย เขาเห็นเงาของตัวเองในแววตาคู่นั้น... ความดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดในโลกที่ไม่เคยปรานีใคร

"พรุ่งนี้ยามเหม่า (05.00-06.59 น.) ข้าจะขึ้นเขาไปตรวจดูหลุมพราง" จู่ๆ เขาก็เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ "หากเจ้าจะไป ก็จงมาพบข้าที่นี่ ข้าจะนำทางเจ้าไปจนถึงชายป่าชั้นนอก"

หลินหวั่นชิวเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจระคนกับความไม่เชื่อสายตา "ท่านจะช่วยข้างั้นรึ?"

"ข้าเพียงแค่จะไปทำธุระของข้า" เขาตอบเสียงเรียบ พยายามปกปิดความห่วงใยที่แท้จริง "ถือว่าเดินไปทางเดียวกันก็แล้วกัน อย่างน้อยในเขตป่าชั้นนอก ข้าก็พอจะรู้ว่าที่ใดควรไป ที่ใดควรเลี่ยง"

กล่าวจบเขาก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้หลินหวั่นชิวยืนนิ่งอยู่กับที่ มองตามแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆ หายลับไปในความมืด นางกำหมัดแน่น ในใจรู้สึกซาบซึ้งระคนกับความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างที่ยากจะอธิบาย

เมื่อกลับเข้าสู่กระท่อมอันเงียบสงบ หลินหวั่นชิวปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา นางไม่รีรอที่จะลงมือทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ทันที

นางนั่งขัดสมาธิลงบนเตียงแข็ง ทรวงอกยังคงเต้นระรัวจากการเผชิญหน้าเมื่อครู่ นางสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะเรียกใช้งานระบบในห้วงความคิด

‘เสี่ยวจื้อ รายงานสถานะ’

[ติ๊ง! โฮสต์หลินหวั่นชิว ปัจจุบันมีเงินทุนสะสม 5 ตำลึง 320 อีแปะ สามารถใช้เพื่อปลดล็อกฟังก์ชันใหม่ได้] เสียงสังเคราะห์ของ AI ดังก้องในหัว

"ข้าต้องการฟังก์ชันที่สามารถช่วยข้าหาสมุนไพรบนภูเขาได้" นางออกคำสั่งอย่างชัดเจน

[กำลังประมวลผล... ตรวจพบฟังก์ชันที่ตรงตามความต้องการ: ‘การสแกนพืชพรรณ’ ฟังก์ชันนี้จะช่วยให้โฮสต์สามารถระบุตำแหน่งและข้อมูลเบื้องต้นของพืชพรรณที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจในรัศมีการรับรู้ได้]

[คำเตือน: การปลดล็อกฟังก์ชัน ‘การสแกนพืชพรรณ’ ขั้นที่ 1 แบบถาวร ต้องใช้ค่าความมั่งคั่ง 50 ตำลึงเงิน]

หลินหวั่นชิวขมวดคิ้วมุ่น เงินห้าสิบตำลึงสำหรับนางในตอนนี้คือจำนวนเงินที่มหาศาลเกินเอื้อม "ไม่มีทางเลือกอื่นที่ถูกกว่านี้หรือ?"

[มีค่ะ โฮสต์สามารถใช้เงิน 2 ตำลึงเพื่อเช่าใช้ฟังก์ชัน ‘การสแกนพืชพรรณ’ เป็นการชั่วคราวได้ เป็นเวลาสามชั่วยาม (6 ชั่วโมง) ต้องการเปิดใช้งานหรือไม่?]

สามชั่วยาม! ถึงแม้จะเป็นเวลาที่ไม่นานนัก แต่มันก็มากพอแล้วสำหรับการขึ้นเขาในครั้งนี้ การลงทุนสองตำลึงเพื่อแลกกับโอกาสในการหาสมุนไพรล้ำค่าที่อาจมีราคานับสิบตำลึง... มันคุ้มค่าที่จะเสี่ยง!

"ยืนยันการใช้งาน!" นางตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

[ยืนยันการใช้ 2 ตำลึงเงิน เพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชัน ‘การสแกนพืชพรรณ’ ชั่วคราว ระบบจะเริ่มนับเวลาเมื่อโฮสต์ออกคำสั่งเปิดใช้งาน]

สิ้นเสียงของระบบ หลินหวั่นชิวก็รู้สึกได้ถึงพลังงานอุ่นๆ ที่แผ่ซ่านจากในหัวไปยังดวงตาทั้งสองข้าง ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว นางรู้ดีว่านี่คือการเตรียมความพร้อมของระบบ

เมื่อจัดการเรื่องสำคัญที่สุดเรียบร้อยแล้ว นางจึงเริ่มเตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับวันพรุ่งนี้ นางหยิบตะกร้าสานใบใหญ่ที่ป้าหวังเคยมอบให้มาตรวจสอบความแข็งแรง เตรียมมีดขอเล่มเล็กสำหรับขุดดินและตัดกิ่งไม้ เติมน้ำสะอาดใส่ในกระบอกไม้ไผ่จนเต็ม และห่อหมั่นโถวที่เหลืออยู่สองลูกใส่ผ้าสะอาด ทุกสิ่งทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

รุ่งสางของวันถัดมา แสงอรุณแรกยังไม่ทันจะจับขอบฟ้าดีนัก หลินหวั่นชิวก็สะพายตะกร้าพร้อมอุปกรณ์ครบครันเดินทางไปยังจุดนัดหมาย เมื่อไปถึงก็พบว่าหลี่มู่หยางมารออยู่ก่อนแล้ว

วันนี้เขาอยู่ในชุดรัดกุมทะมัดทะแมง บนหลังสะพายคันธนูและกระบอกใส่ลูกธนู ข้างเอวเหน็บมีดพรานเล่มยาว รูปลักษณ์ของเขาดูน่าเกรงขามและเปี่ยมด้วยกลิ่นอายของพรานป่าผู้ช่ำชอง

"พร้อมแล้วรึ?" เขาถามสั้นๆ เมื่อเห็นนางเดินมาถึง

หลินหวั่นชิวพยักหน้ารับ "พร้อมแล้ว"

"ตามข้ามา" เขากล่าวเพียงเท่านั้น ก่อนจะหันหลังและเดินนำหน้านางขึ้นไปตามเส้นทางแคบๆ ที่มุ่งสู่ตีนเขาหมอกเร้นทันที

การเดินทางในช่วงแรกเป็นไปอย่างเงียบเชียบ มีเพียงเสียงฝีเท้าของคนสองคนที่เหยียบย่ำบนใบไม้แห้งและเสียงของสรรพสัตว์ในป่ายามเช้าเท่านั้น หลินหวั่นชิวเดินตามหลังเขาอย่างเงียบๆ พลางสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวไปด้วย

ทันใดนั้น หลี่มู่หยางก็หยุดเดินกะทันหัน เขาชี้ลงไปที่พื้นดินเบื้องหน้า

"ดูนี่" เขากล่าวเสียงเบา "รอยเท้านี้เป็นของหมูป่า มันเพิ่งจะผ่านไปเมื่อไม่นานนัก เห็นรอยดินที่ยังใหม่พวกนี้หรือไม่ แสดงว่ามันกำลังขุดหาหัวเผือกหัวมันอยู่แถวนี้"

หลินหวั่นชิวก้มลงมองตามที่เขาชี้ นางจดจำลักษณะของรอยเท้าและคำอธิบายของเขาเอาไว้ในใจ

พวกเขาเดินทางต่อไปอีกไม่ไกล เขาก็ชี้ไปยังพุ่มไม้รกทึบทางด้านขวา "ทางนั้นอย่าได้เข้าไปเด็ดขาด บริเวณนั้นเป็นทางผ่านของหมาป่า พวกมันมักจะซ่อนตัวอยู่ตามพุ่มไม้เพื่อรอซุ่มโจมตีเหยื่อ"

ทุกย่างก้าวที่ลึกเข้าไปในป่า หลี่มู่หยางจะคอยชี้แนะและสอนวิธีการสังเกตสิ่งต่างๆ ให้นางเสมอ ไม่ว่าจะเป็นรอยเท้าสัตว์ ชนิดของพืชมีพิษ หรือกระทั่งเสียงร้องของนกที่บ่งบอกถึงอันตราย หลินหวั่นชิวซึ่งมีความทรงจำอันยอดเยี่ยมอยู่แล้วก็จดจำทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาบอกเล่าได้อย่างแม่นยำ

ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงบริเวณชายป่าชั้นในซึ่งเป็นจุดที่เส้นทางเริ่มลาดชันและรกทึบยิ่งขึ้น หลี่มู่หยางหยุดเดินและหันมาเผชิญหน้ากับนาง

"ข้าจะแยกไปทางนั้นเพื่อตรวจดูหลุมพราง จากนี้ไปเจ้าต้องเดินทางต่อคนเดียว" เขากล่าวพลางมองลึกเข้าไปในป่าด้วยแววตาจริงจัง "จงจำไว้ว่าอย่าเข้าไปในที่รกทึบเกินไป และหากได้ยินเสียงผิดปกติ ให้รีบหาที่ซ่อน อย่าได้ส่งเสียงเป็นอันขาด"

"ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านมาก พี่หลี่" นางกล่าวขอบคุณจากใจจริง

เขามองนางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แล้วหันหลังเตรียมจะจากไป

ทว่าในวินาทีนั้นเอง!

[ติ๊ง! ตรวจพบพืชพรรณหายากในรัศมีห้าสิบจั้งด้านหน้า!]

เสียงของระบบ AI ดังก้องขึ้นในหัวของหลินหวั่นชิวอย่างกะทันหัน แต่นั่นยังไม่ทำให้นางตกใจเท่ากับข้อความเตือนที่ตามมาติดๆ!

[คำเตือน: ตรวจพบร่องรอยกิจกรรมของสัตว์นักล่าขนาดใหญ่ในบริเวณเดียวกัน! ระดับอันตราย: สูง!]

วงหน้างดงามของหลินหวั่นชิวพลันซีดเผือดในบัดดล แววตาของนางฉายแววตื่นเต้นดีใจกับสมุนไพรหายากและความหวาดหวั่นต่ออันตรายที่มองไม่เห็นปะปนกันจนแยกไม่ออก

หลี่มู่หยางที่กำลังจะก้าวเท้าจากไป สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เขาหันขวับกลับมาทันที "เป็นอะไรรึ?"

หลินหวั่นชิวกำมือที่ชื้นเหงื่อแน่น นางเงยหน้าขึ้นมองเขา สลับกับมองลึกเข้าไปในป่าทึบเบื้องหน้าซึ่งเป็นทิศทางที่ระบบแจ้งเตือน... ที่นั่นมีทั้งขุมทรัพย์และภยันตรายร้ายแรงรออยู่