ตอนที่ 12
***บทที่ 12: หญ้าเกล็ดหิมะและหลุมพรางดักสัตว์***
"เป็นอะไรรึ?"
น้ำเสียงทุ้มลึกของหลี่มู่หยางดึงสติของหลินหวั่นชิวกลับคืนมา นางสูดหายใจเข้าลึก พยายามข่มความตื่นตระหนกและความตื่นเต้นที่ปะปนกันอยู่ในอก วงหน้างดงามที่ซีดเผือดไปชั่วขณะกลับมามีสีเลือดฝาดจางๆ
นางเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบคู่นั้น ก่อนจะเบนสายตาไปยังทิศทางที่ระบบแจ้งเตือน ซึ่งเป็นป่าทึบเบื้องหน้า
"พี่หลี่...ข้า...ข้าเหมือนจะเห็นสมุนไพรชนิดหนึ่งตรงพุ่มไม้ข้างหน้านั่น" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเล็กน้อย "มันดูคล้ายกับพืชที่ข้าเคยเห็นในตำราแพทย์เก่าแก่ของท่านพ่อ...แต่ข้าไม่แน่ใจนัก"
หลินหวั่นชิวเลือกที่จะอ้างถึงตำราของบิดาผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผลที่สุดในสถานการณ์นี้ นางไม่สามารถเปิดเผยเรื่องระบบปัญญาประดิษฐ์ในหัวได้
หลี่มู่หยางขมวดคิ้วเล็กน้อย "สมุนไพรอันใด?"
"ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก แต่หากเป็นสิ่งที่ข้าคิด มันจะมีมูลค่าสูงยิ่ง" นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเสริมด้วยความลังเลที่แนบเนียน "ทว่า...เมื่อครู่ข้าพลันรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงบางอย่างคล้ายกิ่งไม้ใหญ่หักดังมาจากทางนั้น...คล้ายกับมีสัตว์ตัวใหญ่กำลังเคลื่อนไหว"
คำพูดของนางทำให้แววตาของหลี่มู่หยางเปลี่ยนเป็นระแวดระวังในทันที เขามองลึกเข้าไปในป่าทึบ ประสาทสัมผัสของพรานป่าผู้ช่ำชองถูกปลุกขึ้นมาใช้งานเต็มที่
"เจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะเข้าไปดูเอง" เขากล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะขยับคันธนูในมือเตรียมพร้อม
"ไม่ได้!" หลินหวั่นชิวปฏิเสธทันควัน "ข้าต้องไปด้วย หากเป็นสมุนไพรที่ข้าคิดจริง มีเพียงข้าเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าใช่หรือไม่" นางรู้ดีว่าหากปล่อยให้เขาไปคนเดียว นางอาจพลาดโอกาสทองนี้ไปตลอดกาล
หลี่มู่หยางจ้องมองนางนิ่ง ดวงตาของเขาราวกับจะหยั่งลึกเข้ามาในความคิด ทว่าสิ่งที่เขาเห็นมีเพียงความมุ่งมั่นและความเด็ดเดี่ยวในแววตาของนาง
"เช่นนั้นก็จงเดินตามหลังข้า อย่าได้ออกห่าง" ในที่สุดเขาก็ยอมผ่อนปรน "และอย่าส่งเสียงเป็นอันขาด"
หลินหวั่นชิวพยักหน้ารับคำอย่างรวดเร็ว หัวใจของนางเต้นระรัว ทั้งจากอันตรายที่อาจซ่อนอยู่และสมบัติล้ำค่าที่รออยู่เบื้องหน้า
ทั้งสองก้าวลึกเข้าไปในป่ารกชัฏอย่างเงียบเชียบ หลี่มู่หยางเดินนำหน้าด้วยฝีเท้าที่เบาราวกับแมวป่า สายตาของเขากวาดมองรอบทิศทางอย่างไม่คลาดสายตา ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยความระมัดระวัง ส่วนหลินหวั่นชิวก็เดินตามติดอยู่ไม่ห่าง นางกำด้ามมีดเล็กที่เหน็บไว้ข้างเอวจนแน่น
ยิ่งเข้าใกล้ตำแหน่งที่ระบบแจ้งเตือน อากาศรอบกายก็ยิ่งเย็นยะเยือกและวังเวงผิดปกติ
[ติ๊ง! ท่านเข้าใกล้เป้าหมายในระยะสิบจั้ง]
เสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง หลินหวั่นชิวชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย สายตาของนางกวาดมองไปตามพื้นดินที่ปกคลุมด้วยใบไม้แห้งหนาทึบ
และแล้วนางก็เห็นมัน!
ณ โคนต้นไม้โบราณขนาดใหญ่ มีพืชต้นเล็กๆ งอกขึ้นอยู่ท่ามกลางพงหญ้า ใบของมันมีสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดน้ำแข็ง แต่ละใบมีรูปทรงคล้ายเกล็ดหิมะ และที่ปลายใบมีหยดน้ำค้างเกาะพราวสะท้อนแสงอาทิตย์ที่ส่องลอดลงมาเป็นประกายระยิบระยับ งดงามราวกับอัญมณีจากสรวงสวรรค์
"นั่น!" นางอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตื่นเต้นจนลืมตัว
"เบาเสียงหน่อย!" หลี่มู่หยางหันมาดุเสียงเข้ม แต่นัยน์ตาของเขาก็จับจ้องไปยังพืชประหลาดนั้นเช่นกัน "นั่นคือสิ่งใดกัน?"
"หญ้าเกล็ดหิมะ" หลินหวั่นชิวตอบเสียงสั่นพร่าด้วยความยินดี "มันคือหญ้าเกล็ดหิมะจริงๆ! สมุนไพรหายากที่ใช้รักษากระทบความเย็นและบำรุงร่างกายชั้นเลิศ!"
นางไม่รอช้า รีบก้าวตรงไปยังต้นไม้ใหญ่นั้นด้วยความดีใจจนแทบจะลืมคำเตือนเรื่องสัตว์ร้ายไปชั่วขณะ นางคุกเข่าลงข้างๆ พืชล้ำค่า เตรียมจะลงมือขุดมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
ทว่าในวินาทีที่นางยื่นมือออกไปนั้นเอง!
พรวด!
พื้นดินที่นางคุกเข่าอยู่พลันยุบตัวลงอย่างกะทันหัน! กิ่งไม้แห้งและใบไม้ที่ปิดทับอยู่ด้านบนพังทลายลง เผยให้เห็นหลุมลึกมืดมิดที่ซ่อนอยู่เบื้องล่าง ร่างของหลินหวั่นชิวเสียหลัก เอนวูบไปข้างหน้าราวกับจะร่วงหล่นลงไปในหลุมพรางดักหมูป่าเก่านั้น!
"ว้าย!" นางกรีดร้องด้วยความตกใจสุดขีด
วูบ!
ก่อนที่ร่างของนางจะทันได้ร่วงลงไปในความมืดมิดนั้น เงาร่างสูงใหญ่ของหลี่มู่หยางก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวราวกับสายลม วงแขนแข็งแกร่งราวคีมเหล็กตวัดรัดเข้าที่เอวคอดของนางอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ก่อนจะกระชากร่างทั้งร่างของนางกลับเข้ามาอย่างแรง!
ร่างบางของหลินหวั่นชิวลอยหวือเข้าปะทะกับแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งดุจกำแพงหิน ความตกใจทำให้หัวใจของนางเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก กลิ่นอายบุรุษเพศอันเป็นเอกลักษณ์ผสมกับกลิ่นดินและใบไม้จางๆ โชยเข้ามากระทบจมูก
นางเงยหน้าขึ้นด้วยความตื่นตระหนก และสบเข้ากับดวงตาคมกริบคู่นั้นในระยะประชิด ใบหน้าหล่อเหลาของเขาอยู่ห่างจากใบหน้าของนางไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารินรดอยู่บนแก้มนาง โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนไปชั่วขณะหนึ่ง
ความเงียบเข้าครอบคลุม มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นดังแข่งกัน
"ระวังหน่อย" หลี่มู่หยางเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบก่อน น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ แต่แววตากลับฉายแววซับซ้อนบางอย่าง ก่อนจะรีบคลายวงแขนออกจากเอวของนางอย่างรวดเร็ว
หลินหวั่นชิวผงะถอยหลังออกมาเล็กน้อย ใบหน้างดงามร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม "ขะ...ขอบคุณท่านพี่หลี่"
เขามิได้ตอบคำ เพียงพยักหน้าเบาๆ แล้วเบนสายตาไปมองหลุมพรางนั้น "เป็นหลุมดักสัตว์เก่าที่ถูกใบไม้ปิดทับไว้ โชคดีที่เจ้ายังไม่ตกลงไป"
หลินหวั่นชิวเหลือบมองลงไปในหลุมมืดนั้นแล้วก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลัง หากนางตกลงไปจริง แม้จะไม่ตายก็คงต้องบาดเจ็บสาหัสเป็นแน่
นางสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้งเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะหันกลับไปสนใจสมุนไพรล้ำค่าอีกหน คราวนี้นางระมัดระวังกว่าเดิมมาก ค่อยๆ ใช้มีดเล่มเล็กขุดดินรอบๆ โคนหญ้าเกล็ดหิมะอย่างเบามือที่สุด เพื่อให้ได้รากที่สมบูรณ์ครบถ้วน
[ติ๊ง! ตรวจสอบความสมบูรณ์ของสมุนไพร: 100% รากไม่เสียหาย คุณภาพสูงสุด!]
เสียงยืนยันจากระบบทำให้หลินหวั่นชิวลอบยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ นางห่อหญ้าเกล็ดหิมะด้วยผ้าสะอาดผืนเล็กอย่างดี แล้วจึงเก็บมันใส่ลงในตะกร้าอย่างทะนุถนอม
ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามต่ำๆ ที่น่าขนลุกก็ดังแว่วมาจากส่วนลึกของป่า ทำให้บรรยากาศที่เพิ่งผ่อนคลายกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง!
"ไปกันได้แล้ว!" หลี่มู่หยางกล่าวเสียงเข้ม เขาคว้าข้อมือนางแล้วออกเดินอย่างรวดเร็วโดยไม่รอให้นางได้ทักท้วง
ทั้งสองเร่งฝีเท้าออกจากบริเวณอันตรายนั้นโดยเร็วที่สุด หลังจากที่แน่ใจว่าพ้นจากเขตของสัตว์ร้ายแล้ว หลี่มู่หยางจึงปล่อยข้อมือของนางออก
ระหว่างทางกลับ เขายังคงล่าสัตว์ตามปกติ ทักษะของเขาน่าทึ่งยิ่งนัก เพียงชั่วพริบตาเดียว เขาก็ใช้ธนูยิงไก่ฟ้าที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้าตกลงมาถึงสองตัวอย่างแม่นยำ
เมื่อกลับมาถึงบริเวณชายป่าที่พวกเขาแยกกันตอนแรก หลี่มู่หยางก็ยื่นไก่ฟ้าตัวหนึ่งส่งให้นาง
หลินหวั่นชิวชะงักไป "ท่านให้ข้ารึ? ไม่ได้หรอก นี่เป็นของที่ท่านล่ามาได้ด้วยความยากลำบาก"
"รับไปเถอะ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ร่างกายเจ้าอ่อนแอเกินไป ต้องบำรุงเสียบ้าง ถือว่าเป็นการตอบแทนที่เจ้าชี้เป้าสมุนไพรหายากให้ข้าได้เปิดหูเปิดตา"
เมื่อเห็นแววตาจริงจังที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธของเขา หลินหวั่นชิวจึงต้องยอมรับมาอย่างเสียมิได้ "เช่นนั้น...ขอบคุณท่านพี่หลี่มาก"
หลังจากแยกทางกับหลี่มู่หยางแล้ว หลินหวั่นชิวก็รีบมุ่งหน้ากลับกระท่อมของตนทันที นางวางตะกร้าลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ อย่างเบามือ ก่อนจะหยิบห่อผ้าที่บรรจุหญ้าเกล็ดหิมะออกมาคลี่ออกอย่างระมัดระวัง
แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องกระทบใบไม้สีขาวราวหิมะ ทำให้มันทอประกายงดงามจับตา นางจ้องมองสมบัติล้ำค่าในมือด้วยหัวใจที่พองโต ความสำเร็จในวันนี้ทำให้นางมองเห็นเส้นทางข้างหน้าที่สดใสยิ่งขึ้น
"ระบบ...ช่วยข้าประเมินมูลค่าของหญ้าเกล็ดหิมะต้นนี้ที" นางเอ่ยถามในใจด้วยความคาดหวัง
[กำลังประเมิน... หญ้าเกล็ดหิมะ อายุประมาณห้าสิบปี สภาพสมบูรณ์หนึ่งร้อยส่วน เป็นส่วนประกอบหลักของ 'ยาเม็ดฟื้นฟูธาตุเย็น' และ 'โอสถหยกธารา' ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างสูงในโรงหมอขนาดใหญ่...]
เสียงของระบบหยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะแจ้งผลลัพธ์สุดท้ายที่ทำเอาลมหายใจของหลินหวั่นชิวแทบจะหยุดลง
[มูลค่าประเมินในตลาดอำเภอไป๋สุ่ย...ต่ำสุดสิบตำลึงเงิน!]
สิบตำลึงเงิน!
ดวงตาของหลินหวั่นชิวเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เงินจำนวนนี้มากพอที่จะซื้อที่นาดีๆ ได้ถึงสองหมู่! มันเป็นเงินก้อนมหาศาลที่สามารถเปลี่ยนชีวิตของนางจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ในพริบตา!
ทว่าพร้อมกับความยินดีนั้น ความคิดอีกสายหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว...เงินก้อนใหญ่มักจะมาพร้อมกับปัญหาใหญ่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีญาติพี่น้องจ้องจะฮุบสมบัติของนางอยู่ทุกฝีก้าวเช่นนี้ นางจะทำอย่างไรจึงจะสามารถเปลี่ยนสมุนไพรต้นนี้ให้กลายเป็นเงินได้อย่างปลอดภัยโดยไม่สร้างภัยมาถึงตัว?