ตอนที่ 16
***บทที่ 16: ปรับปรุงฟาร์มและแรงงานชั้นยอด***
บานประตูไม้ที่โยกเยกปิดลง ตัดขาดเสียงจอแจจากโลกภายนอก ภายในกระท่อมที่เงียบสงบ หลินหวั่นชิวยืนพิงบานประตูแผ่นหลังตรงแน่ว นางสูดลมหายใจลึก พลันปล่อยออกมาอย่างเชื่องช้าเพื่อสงบสติอารมณ์
ชัยชนะในวันนี้เป็นเพียงการซื้อเวลา นางตระหนักถึงข้อนี้ดียิ่งกว่าผู้ใด คำขู่ของนางเป็นเพียงเสือกระดาษที่อาศัยช่องโหว่ทางจิตใจของหลินต้าเฉียงเท่านั้น หากปล่อยเวลาให้เนิ่นนานไป ฝ่ายนั้นย่อมตั้งหลักได้และจะกลับมาสร้างปัญหาอีกอย่างแน่นอน
นางไม่มีเวลาให้สิ้นเปลืองอีกแล้ว!
ดวงตาที่เหนื่อยล้าเมื่อครู่ฉายประกายเด็ดเดี่ยวขึ้นมาอีกครั้ง ความคิดที่ผุดขึ้นมาก่อนหน้านี้ชัดเจนยิ่งขึ้น 'พรานป่าหลี่มู่หยาง' คือคำตอบ นางต้องการแรงงานที่ไว้ใจได้ และต้องเป็นเขาเท่านั้น
ไม่รอช้า หลินหวั่นชิวจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่ คว้าห่อเงินสิบตำลึงที่ซ่อนไว้อย่างดีเหน็บเข้าที่เอว แล้วจึงเปิดประตูออกไปอีกครั้งโดยไม่ลังเล แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมา แต่ความร้อนรุ่มในใจของนางนั้นมากกว่าหลายเท่า
นางมุ่งหน้าไปยังบ้านของตระกูลหลี่ที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน ระหว่างทางยังคงเห็นชาวบ้านจับกลุ่มซุบซิบกันอยู่ เมื่อพวกเขาเห็นนางเดินผ่านมาก็พลันเงียบเสียงลงและหลีกทางให้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความเวทนาในคราแรก บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเกรงใจและนับถืออยู่หลายส่วน
เมื่อถึงหน้าบ้านตระกูลหลี่ซึ่งเป็นเพียงบ้านดินหลังเล็กๆ แต่สะอาดสะอ้าน หลินหวั่นชิวก็พบกับหลี่มู่เสวี่ยที่กำลังตากสมุนไพรอยู่หน้าลานบ้านพอดี
"พี่หวั่นชิว!" เด็กสาวร้องทักด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ "ท่านมาทำอะไรที่นี่หรือเจ้าคะ?"
"ข้ามาหาพี่หลี่มู่หยางน่ะ เขาอยู่หรือไม่?" หลินหวั่นชิวถามพลางยิ้มให้เด็กสาวอย่างอ่อนโยน
ยังไม่ทันที่หลี่มู่เสวี่ยจะตอบ เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นจากในบ้าน "ข้าอยู่นี่ มีเรื่องอันใดรึ?"
หลี่มู่หยางในชุดผ้าป่านเก่าๆ เดินออกมาจากบ้าน ร่างสูงใหญ่ของเขาทำให้ประตูบ้านดูเล็กลงถนัดตา ดวงตาคมกริบมองมาที่นางอย่างสำรวจ แต่ก็ไม่แฝงแววคุกคามใดๆ
หลินหวั่นชิวไม่พูดพร่ำทำเพลง นางประสานมือคารวะตามธรรมเนียม ก่อนจะกล่าวเข้าประเด็นทันที "พี่ใหญ่หลี่ ข้าต้องการจ้างท่านมาช่วยงานที่กระท่อมของข้า ไม่ทราบว่าท่านจะสะดวกหรือไม่?"
คำพูดของนางทำให้ทั้งหลี่มู่หยางและหลี่มู่เสวี่ยตะลึงงันไปชั่วขณะ
"จ้างข้า?" หลี่มู่หยางขมวดคิ้วเล็กน้อย "งานอะไร?"
"ขุดบ่อน้ำ พรวนดิน และปรับปรุงพื้นที่รอบกระท่อมทั้งหมด" หลินหวั่นชิวตอบอย่างฉะฉาน "ข้าจะให้ค่าจ้างท่านวันละสามสิบอีแปะ พร้อมอาหารกลางวันหนึ่งมื้อ ท่านทำงานให้ข้ากี่วัน ข้าก็จะจ่ายให้ตามนั้น เงินพร้อมจ่ายทุกเย็น ไม่มีการติดค้างแน่นอน"
สามสิบอีแปะ! อัตรานี้สูงกว่าค่าจ้างแรงงานทั่วไปในหมู่บ้านที่ได้เพียงยี่สิบห้าอีแปะ ทั้งยังมีอาหารเลี้ยงอีกหนึ่งมื้อ นี่เป็นเงื่อนไขที่ดีอย่างยิ่งจนน่าเหลือเชื่อ
หลี่มู่เสวี่ยตาโตด้วยความยินดี นางรีบหันไปสะกิดแขนพี่ชาย "พี่ใหญ่ นี่เป็นงานที่ดีมากเลยนะเจ้าคะ!"
หลี่มู่หยางยังคงนิ่งเงียบ เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของหลินหวั่นชิวที่แน่วแน่ไม่สั่นไหว เขาเห็นความจริงจังและเด็ดเดี่ยวในนั้น ไม่ใช่การล้อเล่นหรือการกระทำตามอารมณ์ชั่ววูบ
"ตกลง ข้าจะเริ่มงานพรุ่งนี้เช้า" ในที่สุดเขาก็พยักหน้ารับคำ
หลินหวั่นชิวส่ายหน้า "ไม่จำเป็นต้องรอถึงพรุ่งนี้ หากท่านว่าง เราเริ่มกันตอนนี้เลยได้หรือไม่? เวลาของข้ามีค่ามาก"
ความเร่งร้อนแต่มุ่งมั่นของนางทำให้หลี่มู่หยางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ได้ เช่นนั้นเจ้ารอก่อน ข้าจะไปเอาเครื่องมือ"
เพียงชั่วธูปหนึ่งดอก หลี่มู่หยางก็กลับมาพร้อมกับจอบและเสียมอันใหญ่บนบ่า เขาก้าวเดินนำหน้าหลินหวั่นชิวกลับไปยังกระท่อมท้ายหมู่บ้าน โดยมีหลี่มู่เสวี่ยที่อาสาขอตามไปช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ เดินตามมาด้วยอย่างกระตือรือร้น
เมื่อมาถึง หลี่มู่หยางก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาเดินสำรวจพื้นที่รกร้างรอบกระท่อมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมาถามนาง "เจ้าต้องการให้ขุดบ่อตรงไหนก่อน?"
นี่คือปัญหาใหญ่ หลินหวั่นชิวแสร้งทำเป็นเดินสำรวจไปรอบๆ มองซ้ายทีขวาที แต่ในใจนางกำลังออกคำสั่งกับระบบอย่างเร่งด่วน ‘ระบบ! สแกนหาแหล่งน้ำใต้ดินที่มีปริมาณน้ำมากที่สุดในบริเวณนี้!’
[กำลังสแกน... ตรวจพบแหล่งน้ำใต้ดินคุณภาพดีที่ความลึกสามจั้ง ณ ตำแหน่งด้านตะวันออกเฉียงใต้ของกระท่อม ระยะห่างสิบก้าว]
ประกายในตาของหลินหวั่นชิววูบไหว นางเดินตรงไปยังจุดที่ระบบแจ้ง ก่อนจะใช้ปลายเท้าขีดเส้นลงบนพื้นดิน "ตรงนี้แหละ ข้าสัมผัสได้ว่าดินตรงนี้ชุ่มชื้นกว่าที่อื่น น่าจะขุดเจอน้ำได้ง่าย"
หลี่มู่หยางมองจุดที่นางเลือกด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ เขาปักจอบลงบนพื้นดินอย่างแรง เสียงฉึกดังขึ้นพร้อมกับดินก้อนแรกที่ถูกขุดกระเด็นออกมา การปรับปรุงฟาร์มได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
พรานป่าหนุ่มสมกับเป็นแรงงานชั้นยอด พละกำลังของเขามหาศาล จอบในมือเขาดูราวกับของเล่น กล้ามเนื้อแขนที่แข็งแกร่งขยับเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องและเป็นจังหวะ เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยาม หลุมก็ลึกลงไปหลายฉื่อ
ขณะที่หลี่มู่หยางทำงานอย่างแข็งขัน หลินหวั่นชิวก็ไม่ได้ยืนดูอยู่เฉยๆ นางชวนหลี่มู่เสวี่ยเข้าไปในกระท่อมเพื่อเตรียมอาหารกลางวัน
"เสี่ยวเสวี่ย มาช่วยพี่ล้างผักหน่อยนะ" นางหยิบผักกาดขาวสองหัวที่ดูสดกรอบออกมาจากตะกร้า เป็นผักที่นางแอบนำออกมาจากมิติตอนไม่มีใครเห็น
"เจ้าค่ะพี่หวั่นชิว" หลี่มู่เสวี่ยรับผักไปล้างอย่างคล่องแคล่ว "ผักของพี่ดูสดและอวบใหญ่กว่าที่บ้านข้าปลูกอีกนะเจ้าคะ"
"ถ้าดูแลดีๆ ผักของเจ้าก็จะงามเช่นนี้เหมือนกัน" หลินหวั่นชิวตอบยิ้มๆ พลางก่อไฟในเตา ดึงเนื้อหมูป่าที่แล่ไว้ส่วนหนึ่งออกมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ เตรียมผัดกับผักกาด
บรรยากาศในกระท่อมเล็กๆ อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความหวัง สองสาวช่วยกันเตรียมอาหารอย่างเข้าขา พูดคุยกันเรื่องสัพเพเหระ กลายเป็นภาพที่ดูเหมือนพี่น้องกำลังช่วยกันทำงานบ้านมากกว่านายจ้างกับผู้ช่วย
ไม่นานนัก กลิ่นหอมของหมูผัดผักกาดก็โชยออกมาจากกระท่อม หลินหวั่นชิวหุงข้าวสวยร้อนๆ อีกหนึ่งหม้อ เมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ นางก็เรียกให้หลี่มู่หยางมาพักทานข้าว
อาหารเรียบง่ายมีเพียงข้าวสวยกับผัดผักใส่เนื้อ แต่สำหรับหลี่มู่หยางที่คุ้นเคยกับการกินแค่อาหารแห้งๆ กลับเป็นมื้อที่โอชะอย่างยิ่ง เขาตักข้าวเข้าปากคำใหญ่ เคี้ยวอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังคงรักษากิริยาสำรวม
"พี่ใหญ่หลี่ ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆ กินก็ได้ ยังมีอีกเยอะ" หลินหวั่นชิวกล่าวพลางคีบเนื้อชิ้นใหญ่ใส่ในชามของเขา
หลี่มู่หยางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้ากินต่อโดยไม่พูดอะไร แต่ความเร็วในการกินของเขากลับช้าลงเล็กน้อย
หลังมื้ออาหาร หลี่มู่หยางก็กลับไปขุดบ่อต่อ ส่วนหลินหวั่นชิวก็เริ่มวางแผนการจัดสรรพื้นที่ นางต้องการแปลงผักหลายแปลงสำหรับปลูกพืชต่างชนิดกัน
เมื่อหลี่มู่หยางขุดดินไปจนเกือบถึงระดับที่นางบอก เขาก็เงยหน้าขึ้นมากล่าวว่า "พื้นที่ตรงนี้ลาดเอียงเล็กน้อย หากเจ้าจะทำแปลงผัก ควรทำคันดินกั้นและขุดร่องระบายน้ำเผื่อไว้ด้วย มิเช่นนั้นเวลารดน้ำหรือฝนตกหนัก น้ำจะท่วมขังและทำให้รากพืชเน่าได้"
หลินหวั่นชิวตาเป็นประกาย "พี่ใหญ่หลี่มีความรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ?"
"ตอนเด็กๆ เคยช่วยพ่อทำนา" เขาตอบสั้นๆ แต่ก็ลงมือทำให้ดูเป็นตัวอย่าง เขาใช้จอบขุดและตบดินอย่างชำนาญ เพียงครู่เดียวร่องระบายน้ำสายเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้น เป็นแนวทางที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ
ช่างเป็นแรงงานชั้นยอดที่มาพร้อมทักษะรอบด้านจริงๆ! นางรู้สึกว่าค่าจ้างสามสิบอีแปะนี้ช่างคุ้มค่ายิ่งนัก
เวลาผ่านไปจนถึงยามเย็น หลุมที่ขุดไว้ก็เริ่มมีน้ำซึมออกมาให้เห็น หลี่มู่หยางตักดินที่เปียกชุ่มขึ้นมาอีกสองสามครั้ง ก่อนที่น้ำใสๆ จะผุดขึ้นมาจากตาน้ำใต้ดินอย่างช้าๆ แต่ต่อเนื่อง
"เจอน้ำแล้ว!" หลี่มู่เสวี่ยที่คอยยืนให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ร้องออกมาด้วยความดีใจ
หลินหวั่นชิวยิ้มกว้างออกมาอย่างแท้จริง ในที่สุด...รากฐานแรกของนางก็ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว! ที่ดินผืนนี้มีน้ำเป็นของตัวเองแล้ว!
นางหันไปหาหลี่มู่หยางที่เนื้อตัวเปียกโชกไปด้วยเหงื่อและดินโคลน "ขอบคุณท่านมากพี่ใหญ่หลี่ วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถิด" นางยื่นผ้าสะอาดผืนใหม่ให้เขา พร้อมกับถุงเงินที่นับจำนวนอีแปะไว้เรียบร้อยแล้ว "นี่ค่าจ้างของวันนี้ สามสิบอีแปะ"
หลี่มู่หยางรับเงินมาโดยไม่อิดออด นี่คือค่าแรงที่เขาควรได้รับ เขาเช็ดหน้าเช็ดตาพอเป็นพิธี ก่อนจะเก็บเครื่องมือเตรียมตัวกลับ
ขณะที่พี่น้องตระกูลหลี่กำลังจะก้าวเท้าออกจากเขตกระท่อม แสงสุดท้ายของวันกำลังจะลับขอบฟ้า เสียงแหลมที่เต็มไปด้วยความริษยาก็ดังเสียดแทงขึ้นมาทำลายความสงบสุข
"โอ้โห! นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณหนูใหญ่ตระกูลหลินนี่เอง! เพิ่งถูกไล่ออกจากบ้านไม่กี่วันก็มีเงินจ้างคนมาขุดบ่อสร้างวังแล้วรึ? ช่างร่ำรวยเสียจริงนะ! เงินทองมากมายขนาดนี้...ไปเอามาจากไหนกันจ๊ะ?"
หลินเจียวเจียวปรากฏตัวขึ้นที่ปากทางเข้ากระท่อม ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความอิจฉา ข้างกายนางยังมีหญิงวัยกลางคนอีกสองนางที่ชอบสอดรู้สอดเห็นยืนทำหน้าอยากรู้อยากเห็นอยู่ด้วย