ตอนที่ 2

***บทที่ 2: มิติฟาร์มอัจฉริยะที่ซ่อนเร้น***

เส้นทางดินเล็กๆ ที่ทอดตัวสู่ท้ายหมู่บ้านนั้นเงียบสงัดและเปลี่ยวร้าง ยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงจอแจของผู้คนก็ยิ่งเลือนหาย เหลือเพียงเสียงลมหวีดหวิวพัดผ่านยอดไม้และเสียงฝีเท้าของหลินหวั่นชิวที่ย่ำไปบนใบไม้แห้ง

ในที่สุด เงาร่างของกระท่อมไม้ผุพังก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า มันตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางที่ดินรกร้างราวกับถูกโลกทั้งใบ遗忘 สภาพของมันน่าสังเวชยิ่งกว่าที่นางจินตนาการไว้หลายส่วน หลังคาฟางผุพังจนเห็นเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่หลายแห่ง ประตูไม้โย้เย้แทบจะหลุดออกจากบานพับ

หลินหวั่นชิวก้าวข้ามธรณีประตูที่ผุพังเข้าไปด้านใน กลิ่นอับชื้นและฝุ่นหนาเตอะปะทะเข้าจมูกทันที พื้นดินภายในยังคงเปียกชื้นจากฝนที่ตกเมื่อหลายวันก่อน แสดงให้เห็นว่าหลังคาที่รั่วนั้นหาได้ช่วยป้องกันลมฝนอันใดไม่

นางทอดสายตามองไปรอบๆ อย่างเชื่องช้า ภายในกระท่อมว่างเปล่าอย่างแท้จริง นอกจากกองฟางเก่าๆ ที่ขึ้นราอยู่มุมหนึ่งกับหยากไย่ที่ถักทออยู่ทุกหนแห่งแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดอีก ไม่ต้องพูดถึงเตียงหรือโต๊ะ แม้แต่เศษหม้อแตกๆ หรือถ้วยบิ่นๆ สักใบก็ยังไม่มี

ความเด็ดเดี่ยวที่เคยมีพลันสั่นคลอน ความเย็นเยียบจากพื้นดินค่อยๆ แทรกซึมผ่านรองเท้าผ้าเก่าๆ ขึ้นมาสู่ร่างกาย ความรู้สึกอ้างว้างและสิ้นหวังเข้าเกาะกุมหัวใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“นี่หรือ...คือที่ซุกหัวนอนที่พวกมันมอบให้ข้า?” น้ำเสียงของนางแหบพร่า “นี่คือการบีบให้ข้าไปตายอย่างช้าๆ ชัดๆ!”

ความโกรธแค้นที่มอดดับไปชั่วครู่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง แต่ในวินาทีต่อมา ท้องของนางก็ส่งเสียงร้องประท้วงดังโครกคราก ความหิวโหยที่รุนแรงทำให้เรี่ยวแรงที่เคยมีหดหายไปจนหมดสิ้น นางทรุดกายนั่งลงบนกองฟางเก่าๆ อย่างอ่อนแรง ความมืดมิดของอนาคตดูเหมือนจะถาโถมเข้ามาบดขยี้ทุกเศษเสี้ยวของความหวัง

*ติ๊ง!*

เสียงใสกังวานราวกับหยดน้ำกระทบแผ่นหยกดังขึ้นในหัวของนางอย่างไม่มีที่มาที่ไป

หลินหวั่นชิวสะดุ้งเฮือก! นางลุกพรวดขึ้นยืน หันมองไปรอบกายอย่างตื่นตระหนก “ใคร? ใครอยู่ตรงนั้น!”

กระท่อมยังคงว่างเปล่า มีเพียงเสียงลมที่พัดลอดรูโหว่บนหลังคาเข้ามาเท่านั้น

[ตรวจพบสภาวะแวดล้อมเลวร้าย โฮสต์ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตจากการขาดอาหารและอุณหภูมิร่างกายต่ำ กำลังเปิดใช้งานระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน...]

เสียงที่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกดังขึ้นในหัวของนางอีกครั้ง มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงสังเคราะห์ที่ชัดเจนทุกถ้อยคำ

หลินหวั่นชิวเบิกตากว้าง ความตกใจในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความงุนงงระคนเหลือเชื่อ เสียงนี้...นางจำได้! นี่มันคือเสียงจากระบบ AI ของเกมทำฟาร์มเสมือนจริงที่นางกำลังทดสอบอยู่ก่อนที่จะทะลุมิติมาไม่ใช่หรือ!

“เจ้า...เจ้าคือ...”

[ข้าคือระบบ ‘มิติฟาร์มอัจฉริยะ’ รหัส AI-734 ยินดีที่ได้ให้บริการโฮสต์หลินหวั่นชิว ระบบได้ผูกพันธะกับจิตวิญญาณของโฮสต์และเดินทางข้ามมิติมาพร้อมกัน]

คำยืนยันที่ชัดเจนทำให้หัวใจของหลินหวั่นชิวเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก นี่ไม่ใช่ความฝัน! ตัวช่วยจากโลกอนาคตของนางติดตามมาด้วยจริงๆ!

“มิติ...มิติฟาร์มอยู่ที่ไหน? ข้าจะเข้าไปได้อย่างไร?” นางถามอย่างร้อนรน หากมีมิติฟาร์มจริง ปัญหาเรื่องอาหารและที่อยู่อาศัยก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป!

[กำลังตรวจสอบสถานะมิติ...]

[สถานะปัจจุบัน: ล็อก]

[เงื่อนไขการปลดล็อกมิติขั้นที่ 1 ‘ดินฐานราก’: สะสม ‘ค่าความมั่งคั่ง’ ให้ครบ 100 แต้ม]

คำตอบของระบบราวกับน้ำเย็นถังใหญ่ที่สาดลงมาบนกองไฟแห่งความหวัง

“ล็อกอย่างนั้นรึ! แล้วค่าความมั่งคั่งคืออะไร?” หลินหวั่นชิวขมวดคิ้วถาม

[ค่าความมั่งคั่งคือมูลค่าของสินทรัพย์ทั้งหมดที่โฮสต์ครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นเงินตรา ที่ดิน เสบียงอาหาร หรือของมีค่าอื่นๆ ระบบจะประเมินค่าและแปลงเป็นแต้มความมั่งคั่ง]

สิ้นคำอธิบาย หลินหวั่นชิวก็หัวเราะเยาะหยันตัวเองออกมา นางกวาดตามองไปรอบกระท่อมที่ว่างเปล่า ก่อนจะก้มลงมองเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบที่ขาดรุ่งริ่งบนตัว

“สินทรัพย์รึ?” นางกล่าวกับระบบด้วยน้ำเสียงขมขื่น “เจ้าดูสภาพข้าตอนนี้สิ! ข้าไม่เหลืออะไรเลยสักอย่าง! บ้านถูกยึด ที่นาถูกฮุบ แม้แต่ปิ่นเงินบนหัวก็ยังถูกกระชากไป! เจ้าบอกข้าทีว่าข้าจะไปหาค่าความมั่งคั่งมาจากที่ใด!”

[กำลังประเมินค่าความมั่งคั่งปัจจุบันของโฮสต์...]

[ผลการประเมิน... ค่าความมั่งคั่ง: 0 แต้ม]

ช่างเป็นคำตอบที่ตรงไปตรงมาและโหดร้ายเสียจริง!

หลินหวั่นชิวสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามระงับความผิดหวังที่ถาโถมเข้ามา นางไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ต่อโชคชะตาง่ายๆ ในเมื่อมีระบบอยู่กับตัว ต่อให้เริ่มต้นจากศูนย์ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย

“ในเมื่อข้าไม่มีอะไรเลย แล้วเจ้าพอจะช่วยเหลืออะไรข้าได้บ้าง? หรือจะให้ข้ารอความตายอยู่ที่นี่?” นางถามอย่างมีสติ พยายามหาทางออก

[ตรวจพบว่าโฮสต์อยู่ในสถานะ ‘เริ่มต้นจากศูนย์’ ระบบจะทำการมอบแพ็กเกจเริ่มต้นสำหรับผู้ผูกพันธะจำนวน 1 ชุด]

[ยืนยันการรับแพ็กเกจเริ่มต้นหรือไม่?]

“รับ! ข้ารับ!” นางตอบกลับไปในใจแทบจะทันที

วินาทีต่อมา แสงสีขาวนวลพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าของนาง ก่อนที่ถุงผ้าใบเล็กๆ ขนาดเท่าฝ่ามือจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าแล้วร่วงหล่นลงมาบนกองฟางเบื้องหน้า

หลินหวั่นชิวรีบคว้ามันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา เมื่อเปิดปากถุงออกดู ก็พบว่าข้างในบรรจุเมล็ดพืชสีขาวนวลขนาดเล็กอยู่เต็มถุง

[ท่านได้รับ: เมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวพันธุ์ธรรมดา 1 ถุง จำนวน 50 เมล็ด]

[คำแนะนำ: ผักกาดขาวเป็นพืชที่เติบโตง่าย ทนทานต่อสภาพอากาศ ต้องการน้ำและปุ๋ยในระดับปานกลาง ระยะเวลาเก็บเกี่ยว 30 วัน]

แม้จะเป็นเพียงเมล็ดผักกาดธรรมดา แต่ในสายตาของหลินหวั่นชิวในยามนี้ มันกลับล้ำค่ายิ่งกว่าทองคำเสียอีก! นี่คือทุนเริ่มต้น คือความหวังแรกในการเอาชีวิตรอดของนาง!

นางกำถุงเมล็ดพันธุ์ไว้ในมือแน่น ความอบอุ่นจากมันค่อยๆ แล่นผ่านฝ่ามือเข้าสู่หัวใจ ขับไล่ความหนาวเหน็บและความสิ้นหวังออกไปจนหมดสิ้น

เมื่อตั้งสติได้ นางก็เริ่มวางแผนในหัวอย่างรวดเร็ว “มีเมล็ดพันธุ์แล้ว สิ่งต่อไปที่ต้องมีคือที่ดินและน้ำ!”

นางตัดสินใจเดินออกจากกระท่อมที่อับชื้นอีกครั้งเพื่อสำรวจพื้นที่โดยรอบ ที่ดินผืนนี้แม้จะถูกทิ้งร้างมานานจนวัชพืชขึ้นสูงท่วมเอว แต่เมื่อพิจารณาดูให้ดีแล้ว มันกลับมีขนาดกว้างขวางไม่น้อย พื้นที่ราบโล่งรอบๆ กระท่อมมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมู่*อย่างแน่นอน

หลินหวั่นชิวเดินลุยเข้าไปในพงหญ้า นางก้มลงใช้มือกอบดินขึ้นมาดู เนื้อดินใต้กองวัชพืชเป็นสีดำสนิท มีความร่วนซุยและชุ่มชื้นอยู่ในที

“ดินดี!” แววตาของนางเป็นประกาย “นี่มันเป็นดินชั้นดีสำหรับการเพาะปลูกชัดๆ! หากข้าถางหญ้าพวกนี้ออกไปให้หมด แล้วทำเป็นแปลงผัก...”

นางมองเห็นภาพอนาคตที่แปลงผักกาดเขียวขจีเติบโตเต็มพื้นที่รกร้างแห่งนี้ ความตื่นเต้นและความกระตือรือร้นพลันเอ่อล้นขึ้นมาจนแทบเก็บไว้ไม่ไหว

ทว่า...เสียงท้องที่ร้องดังลั่นขึ้นมาอีกครั้งก็ดึงนางกลับมาสู่ความเป็นจริงอันโหดร้าย

ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงจนเกือบจะลับขอบฟ้าแล้ว ลมยามเย็นเริ่มพัดแรงขึ้น นำพาความหนาวเหน็บมาด้วย นางไม่มีอาหารประทังความหิว ไม่มีเครื่องมือสำหรับถางหญ้า ไม่มีผ้าห่มสำหรับค่ำคืนที่กำลังจะมาถึง

หลินหวั่นชิวเงยหน้ามองไปยังทิวเขาหมอกเร้นที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวังฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นมาอีกครั้ง

เมล็ดพันธุ์คือความหวังแห่งอนาคต... แต่ท้องที่ร้องประท้วงและความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูกคือภยันตรายที่ต้องเผชิญในคืนนี้! ก่อนจะคิดเรื่องเพาะปลูก นางต้องหาทางเอาชีวิตรอดจากคืนนี้ไปให้ได้เสียก่อน!

---

*หมู่ (亩) คือหน่วยวัดพื้นที่ของจีน 1 หมู่ มีขนาดประมาณ 666.67 ตารางเมตร หรือประมาณ 1.6 ไร่ของไทย (ในนิยายมักเทียบคร่าวๆ ว่า 1 หมู่ เท่ากับ 1 ไร่ เพื่อความเข้าใจง่าย)