ตอนที่ 122
## บทที่ 178 เปิดโปง
เสี่ยวหยาเงยหน้ามองมู่ไป๋ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ดวงตาคู่กลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความใคร่รู้ นางมิอาจอดใจไหว ยื่นมือไปลูบศีรษะมู่ไป๋เบาๆ "ท่านลุง เหตุใดผมของท่านจึงเป็นสีขาวเล่า?"
"ท่านลุง ท่านช่างรูปงามยิ่งนัก!"
"ท่านลุง เหตุใดท่านจึงมิเอ่ยวาจา? ท่านแม่บอกว่าท่านป่วย ใช่หรือไม่? หากป่วยก็ต้องกินยาแต่โดยดี" เสียงเล็กๆ ที่เจื้อยแจ้วดุจปุยเมฆ ล่องลอยเข้าสู่ห้วงใจของมู่ไป๋ ก่อเกิดความอบอุ่นอย่างหาใดเปรียบมิได้ ก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยพานพบเด็กน้อยผู้นี้มาก่อน ไม่เคยคิดว่าตนเองจะมีทายาทสืบสายโลหิตบนโลกใบนี้ ทว่าเมื่อได้ยินเสียงใสๆ นั้น ความปรารถนาที่จะโอบกอดนางไว้ในอ้อมแขนก็พลันบังเกิด
เขาไม่รู้ว่านี่คือความรักของผู้เป็นบิดาหรือไม่ เพราะเขาไม่เคยเป็นพ่อคนมาก่อน แต่เดิมเขาเพียงปรารถนาจะได้พบนางสักครั้งก็เพียงพอแล้ว ทว่าบัดนี้เขากลับพบว่ามันยังไม่เพียงพอ เขาปรารถนาที่จะอยู่เคียงข้างเด็กน้อยผู้นี้ บุตรีของเขา
"เสี่ยวหยา! มิอาจเสียมารยาทเช่นนี้ รีบขออภัยท่านลุงเสีย!" เสียงหวานใสของยินยินดังขึ้น เสี่ยวหยาหน้ามุ่ย วางมือลงอย่างเสียมิได้ นางหันไปร้องเรียก "ท่านแม่! ท่านไม่ให้ข้านั่งตรงนั้น ท่านไม่ให้ข้าทำตรงนี้ ตกลงท่านเป็นมารดาแท้ๆ ของข้าหรือไม่?"
ยินยินได้ยินดังนั้นถึงกับเหงื่อตก
มู่ไป๋ได้สติคืนมา อดมิได้ที่จะหัวเราะออกมา "ไม่เป็นไร นางยังเป็นเพียงเด็กน้อย" กล่าวจบก็หันไปกล่าวกับเสี่ยวหยา "เข้ามา ให้ลุงดูหน้าเจ้าหน่อย"
เอ่อ...
เสี่ยวหยาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เห็นนางยังคงนิ่งเฉย ยินยินจึงเอ่ยเสียงแผ่วเบา "ไปเถิด ไปเถิด!" เสี่ยวหยาชะเง้อซ้ายแลขวา นางดูเหมือนจะสับสนอยู่บ้าง แม้จะรู้สึกว่าท่านลุงผู้นี้ดูใจดี ทว่าถึงอย่างไรนางก็ยังไม่คุ้นเคย นางจึงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่ชั่วขณะ
ยินยินเหลือบมองมู่ไป๋ด้วยความจนปัญญา
ทว่าสายตาคู่นั้นกลับถูกเสี่ยวหยารับรู้ นางเม้มปากเล็กน้อย "ท่านแม่ ท่านกำลังคิดแผนการชั่วร้ายอันใดอยู่อีก? อย่าบอกนะว่าท่านจะขายข้าอีกแล้ว?"
คำกล่าวนี้ทำเอาหน้าของยินยินดำคล้ำไปครึ่งหนึ่ง เด็กตายยากผู้นี้กำลังกล่าวอันใดไร้สาระกัน?
ยินยินอดมิได้ที่จะเหลือบมองมู่ไป๋ เห็นว่าเขาไม่มีท่าทีอันใด ยินยินจึงค่อยวางใจ ทว่าใจของนางยังมิทันสงบลง ก็ได้ยินมู่ไป๋ถามขึ้น "มารดาของเจ้าเคยขายเจ้ามาก่อนหรือ?"
เสี่ยวหยาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายศีรษะอย่างหนักแน่น "มารดาของข้าทั้งงดงาม ใจกว้าง และน่ารักถึงเพียงนี้ จะขายข้าได้อย่างไร? มีแต่พี่สะใภ้ซิ่วเอ๋อร์ที่แสนร้ายกาจ ในอดีตยามที่เรายากจน นางมักจะยุยงให้ท่านแม่ขายข้า ทว่าท่านแม่ในตอนนั้นยอมที่จะอดมื้อกินมื้อไปพร้อมกับข้า ดีกว่าที่จะขายข้าทิ้ง"
เมื่อได้ยินดังนั้น มู่ไป๋ก็หันไปมองยินยินแวบหนึ่ง ราวกับจะถามว่า นี่คือสิ่งที่เจ้าบอกว่า "สบายดี" อย่างนั้นหรือ? เมื่อสบสายตาคู่นั้น ยินยินก็หันหน้าหนีอย่างเสียไม่ได้ แม้สิ่งที่เสี่ยวหยาพูดจะเป็นความจริง ทว่ามันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับร่างเดิม ทำไมถึงนางต้องรู้สึกอับอายขายหน้าด้วยเล่า?
ยินยินกระแอมไอเบาๆ นางจ้องมองเสี่ยวหยาอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ "เหตุใดเจ้าจึงกล่าวแต่เรื่องราวในอดีต ไม่เลือกเรื่องราวดีๆ ในปัจจุบันมากล่าว? ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัวของเราในตอนนี้ก็มิได้ขัดสนเรื่องอาหารการกินแล้ว"
เสี่ยวหยาย่นคิ้วเข้าหากัน ก่อนจะเม้มปากเล็กน้อย "มันก็เพิ่งจะดีขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง หากมิใช่เพราะท่านแม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสปางตายในครานั้น และรอดชีวิตมาได้ เสี่ยวหยาก็คงจะอดตายไปนานแล้ว"