ตอนที่ 153

## ตอนที่ 209 : อาหารบ้านทุ่ง

ครั้นได้ยินสุรเสียงเอาอกเอาใจปานนั้น ยินยินก็อดมิได้ที่จะกระตุกริมฝีปาก นางยากจะจินตนาการภาพลักษณ์เทพบุตรจุติอย่างมู่ไป๋ กำลังสาละวนอยู่กับการผัดทอดในครัวได้จริง

แต่ก็ต้องยอมรับว่า ยินยินคิดมากไปเสียแล้ว นางหารู้ไม่ว่ามู่ไป๋จักทำสิ่งใดได้บ้าง เฮอะ!

เมื่อเทียบกับรอยยิ้มประหลาดบนริมฝีปากของยินยินแล้ว คิ้วของมู่ไป๋กลับขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ดูคล้ายไม่เข้าใจความหมาย แต่ก็มิได้ปริปากอันใดออกมา ราวกับไม่รู้จะเอื้อนเอ่ยวาจาใด

เห็นท่าทางเงอะงะของเขาเช่นนั้น ยินยินก็พลันขบขันอยู่บ้าง ครั้นผ่านไปชั่วครู่ นางจึงส่ายหน้าพลางกล่าว "ข้าทำเองได้ เพียงแต่ว่าอาหารบ้านทุ่งอาจจะธรรมดาไปหน่อย อย่าได้รังเกียจก็แล้วกัน" มู่ไป๋ยังคงมิได้กล่าวสิ่งใด เพียงแต่เฝ้ามองยินยินจากไปมิคลาย

เมื่อมาถึงห้องครัว ยินยินก็พบว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มิพักต้องคิดก็รู้ว่า ชิงชิงผู้นั้นย่อมต้องทำอาหารเป็นเป็นแน่ ยินยินจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านี้นางรีบร้อนจากมา ราวกับมิได้ใส่ใจเรื่องอาหารการกินของพวกเขาเลย

แต่เมื่อเห็นพวกเขาจัดการทุกสิ่งทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ยินยินก็คลายความกังวลลงได้บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฮุนโหยวและวั่งชวน ใครเล่าจะรู้ว่านางเป็นห่วงเพียงใดว่าพวกเขาจะไม่คุ้นชินกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ แต่เมื่อได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาหลายเดือน ยินยินก็เริ่มวางใจลงได้บ้าง

นางล้างหม้อเหล็กใบใหญ่ของบ้านเสียรอบหนึ่ง แล้วเติมน้ำลงไป เริ่มก่อไฟ รอจนกระทั่งน้ำทั้งหมดเริ่มเดือด ยินยินจึงหยิบใบชาออกมาเล็กน้อย ใส่ลงในกาชาที่ดูเรียบง่าย จากนั้นค่อยๆ รินน้ำเดือดลงไปทีละน้อย

นางล้างใบชาเสียก่อนรอบหนึ่ง จากนั้นจึงเติมน้ำลงไปอีกครั้ง มองดูไอร้อนที่ลอยขึ้นมาจากกาชา ยินยินก็ดับไฟ แล้วใช้ฝาหม้อไม้ปิดหม้อเหล็กใบใหญ่ทั้งหมดไว้

เมื่อทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ ยินยินก็แย้มยิ้ม ยกกาชาเดินออกไป ครั้นเพิ่งเดินมาถึงหน้าประตูห้องครัว ยินยินก็เห็นร่างในชุดขาวราวหิมะยืนนิ่งอยู่ข้างโต๊ะ เขายืนอยู่ที่นั่น ก้มตัวลงเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวคู่นั้นกำลังค่อยๆ เก็บกลีบดอกไม้ที่แห้งเหี่ยวบนโต๊ะ

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็มองตามเสียงนั้นไป เมื่อเห็นว่าเป็นยินยิน ดวงตาของเขาก็โค้งลงเล็กน้อย เขายิ้มพลางกล่าว "ข้าเห็นว่าดอกไม้นี้เหี่ยวเฉาแล้ว จึงอยากช่วยเจ้าเก็บไปทิ้ง" ยินยินมีสีหน้าประหลาด แต่ก็มิได้กล่าวสิ่งใด เดินเข้าไป นางวางน้ำชาลง เมื่อเห็นสีหน้าของมู่ไป๋ไม่สู้ดีนัก นางก็อดมิได้ที่จะตำหนิ "ข้าบอกท่านแล้วมิใช่หรือ ให้ท่านนั่งพักผ่อน หรือจะเดินเล่นตามสบาย ท่านควรจะเข้าใจว่าร่างกายของท่านในตอนนี้อ่อนแออย่างยิ่ง ยิ่งไปกว่านั้นช่วงนี้ยังเดินทางมาอย่างยากลำบาก ท่านยิ่งต้องพักผ่อนให้มาก" เมื่อได้ยินเช่นนั้น แววตาของมู่ไป๋ก็หม่นแสงลง เขารีบหันหลังกลับอย่างเศร้าสร้อย พลางตอบรับเบาๆ "อืม"

รู้ว่าตนเองใช้น้ำเสียงหนักไป ยินยินก็หยิบถ้วยชาออกมาสองสามใบ นางรินชาให้มู่ไป๋หนึ่งถ้วย แล้วยื่นถ้วยชาไปตรงหน้าเขาพลางกล่าว "อย่าคิดมาก ข้าเพียงแต่หวังว่าช่วงนี้ท่านจะพักผ่อนให้ดี บำรุงรักษาร่างกายให้หายป่วยโดยเร็ว" เมื่อได้ยินเช่นนั้น มู่ไป๋ก็พลันแย้มยิ้มสดใส

ยินยินเงยหน้ามองออกไปนอกประตู บัดนี้เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว คาดว่าทุกคนคงหิวจนท้องร้องโครกครากแล้วเป็นแน่ ครั้นคิดได้ดังนั้น ยินยินก็เอ่ยขึ้นอย่างฉับพลัน "ท่านรอข้าอยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะไปหาผักมาทำอาหาร" แม้ว่ามู่ไป๋อยากจะตามไปด้วยมากเพียงใด แต่เพื่อมิให้ยินยินต้องเป็นห่วง เขาก็ฝืนระงับความต้องการนั้นไว้ พยายามใช้น้ำเสียงที่สงบที่สุดกล่าว "วางใจเถิด ข้าจะไม่เดินไปไหนมาไหน จะพยายามรักษาร่างกายให้หายดีโดยเร็วที่สุด"