ตอนที่ 158

## บทที่ 214 แผนการ

"มิช้านานมานี้เอง มิทราบว่าท่านหญิงมีสิ่งใดข้องใจ?" ชิงชิงเอ่ยถาม

"มิช้านาน..." ยินยินรำพึง พลางครุ่นคิดถึงสิ่งใดบางอย่าง นางเร่งรุดถาม "มีกำหนดเวลาที่แน่นอนหรือไม่?"

ชิงชิงได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น ตอบอย่างเสียมิได้ "ผักเหล่านี้นับว่าเพิ่งสุกงอม ข้าจะทราบได้อย่างไรว่ามันแปรเปลี่ยนเป็นใหญ่โตเช่นนี้เมื่อใด? อีกทั้งพวกเรามิอาจเฝ้าอยู่แต่ในแปลงผักได้ทุกเมื่อเชื่อวัน เรื่องนี้ล้วนได้ยินจากชาวบ้านทั้งสิ้น"

ยินยินได้ฟังก็ถึงกับอ้ำอึ้ง นางร้อนใจเกินไปแล้วกระมัง

ทว่า ทันใดนั้น ยินยินก็จ้องมองชิงชิงอย่างจริงจัง ถามว่า "ช่วงนี้ในหมู่บ้านมีสิ่งใดผิดแผกไปหรือไม่? หรือเจ้าพบเจอผู้ใดที่ดูพิเศษ?"

ชิงชิงสั่นศีรษะอย่างหนักแน่น "นอกจากชาวบ้านที่เอาแต่สอบถามถึงวิธีการกลายพันธุ์ของผักเหล่านี้ และเรื่องราวของฮุนโหยววั่งชวนแล้ว ก็มิมีสิ่งใดหรือผู้ใดที่พิเศษเลย"

"เช่นนั้นหรือ?" ยินยินรู้สึกว่ากุ้ยเซียงมาถึงแล้ว เพียงแต่นางมิอาจแน่ใจว่านางอยู่ที่ใด หรือมาถึงเมื่อใด เรื่องนี้อธิบายได้ดีว่าเหตุใดชาวบ้านจึงเปลี่ยนท่าทีต่อนางไปมาก

ขณะนั้นเอง ชิงชิงพลันคิดอะไรขึ้นมาได้ นางเงยหน้ากล่าวกับยินยิน "ท่านหญิง ข้าได้ยินว่าชาวบ้านเริ่มก่อตั้งโรงงานทำขนมปังอะไรนั่นแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่อบออกมามีแต่กลิ่นไหม้ อย่าว่าแต่กินเลย แค่ได้กลิ่นก็ชวนคลื่นเหียน"

ยินยินได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของชิงชิงก็ถอนหายใจอย่างจนใจ พยักหน้ากล่าว "หากมิมีผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือเฉพาะ การที่พวกเขาจะประสบความสำเร็จนั้นแทบเป็นไปไม่ได้"

"หา! ท่านหญิง ท่าน ท่าน..." ชิงชิงแสดงสีหน้าตกตะลึง

ยินยินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย "ทำท่าทางเกินจริงไปไย? ข้ามิได้หลอกลวงพวกเขาเสียหน่อย"

ชิงชิงจึงมิได้เอ่ยสิ่งใดอีก

ยินยินแหงนมองท้องฟ้า เมฆาเคลื่อนคล้อย สายลมพัดโชย แสงแดดอบอุ่น ทว่าสีหน้านางกลับเย็นชาลง นางรำพึงกับตนเอง "ดูท่าสิ่งที่ควรมาก็ย่อมหลีกหนีมิพ้น เพียงแต่ยังมิทราบว่านางจะปรากฏตัวเมื่อใด"

เพราะนางทิ้งสิ่งต่างๆ ไว้ที่นี่มากเกินไป แม้จะเป็นเพียงส่วนน้อยนิด แต่การจะลบล้างก็สายเกินไปแล้ว ไม่ว่ากุ้ยเซียงจะเป็นใคร ด้วยนิสัยที่ไม่ยอมจำนนของนาง วันหนึ่งพวกนางจะต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง

ยินยินรู้ดีว่าวันนั้นมิได้อยู่ไกล

ชิงชิงเห็นสีหน้าครุ่นคิดของนายหญิงก็รู้ว่าเรื่องราวใหญ่โตเสียแล้ว แม้จะมิทราบว่าเกิดสิ่งใดขึ้นในเมืองหลวง แต่นางมองออกว่าครานี้ท่านหญิงคงมิเหลือทางให้ถอยแล้ว

เงียบงันไปชั่วครู่ ยินยินนึกขึ้นได้ว่าทุกคนยังหิวโหย นางจึงเงยหน้ากล่าวกับชิงชิง "ผักเหล่านี้มิมีปัญหาอันใด รีบเก็บกลับไปทำอาหารเถิด อย่างไรเสียก็มิอาจปล่อยให้แขกต้องหิวโหยในวันแรกได้"

ชิงชิงได้ยินดังนั้นก็ยินดีปรีดา นางเดินเข้าไปในแปลงผักอย่างร่าเริง ถอนผักขนาดมหึมาเหล่านั้นออกมาอย่างละหัว แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ท่านหญิง อย่าได้ขมวดคิ้วเลย ไม่ว่าเหตุผลกลใด การที่พวกเราเพาะปลูกผักได้ใหญ่โตเพียงนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์แล้ว ถึงคราวนำไปขายในตลาด คงได้เงินทองมามิใช่น้อย"

ยินยินชะงักไป ชื่นชมอย่างมิปิดบัง "เจ้ามองโลกในแง่ดีจริงๆ เอาล่ะ รีบเก็บผักกลับบ้านเถิด หากมิได้การ อีกหนึ่งสองวันก็ค่อยนำผักเหล่านี้ไปขาย"

ชิงชิงได้รับคำชมก็เบิกบานใจ แม้จะอยากถามว่าฮุนโหยวจะออกมาเมื่อใด แต่เมื่อเห็นสีหน้าบึ้งตึงของนายหญิง นางจึงมิได้เอ่ยสิ่งใด