ตอนที่ 167

## ตอนที่ 223 แอบย่องออกจากเรือน

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เขาปรารถนาเพียงใดหนอ... ที่จะมีมารดาเฉกเช่นที่พี่สาวยินยินปฏิบัติต่อเสี่ยวหยา

เมื่อเห็นมู่มู่จริงจังถึงเพียงนั้น เสี่ยวหยาก็เงยหน้าขึ้นทันที นางพยักหน้าอย่างหนักแน่นเอื้อนเอ่ย "ขอบคุณท่าน มู่ไป๋" เห็นดังนั้นยินยินและมู่ไป๋ก็สบตากันแล้วยิ้มออกมา เห็นทีว่ามู่มู่กับเสี่ยวหยาจะเล่นเข้าขากันได้ดีเสียแล้ว เพราะแต่เดิมทีเสี่ยวหยาไม่มีเพื่อนฝูงเลยสักคน ผลลัพธ์เช่นนี้จึงเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่งของทั้งสองคน ด้วยว่ามู่มู่อายุมากกว่า คงจะรู้จักดูแลเสี่ยวหยาได้บ้าง

ที่สำคัญที่สุดคือ การได้เห็นพวกเขาสองคนเข้ากันได้อย่างราบรื่น แม้จะมิรู้ว่าอนาคตจะบังเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง แต่ ณ บัดนี้ก็เพียงพอแล้ว

หลังจากกล่าวคำสองสามคำกับพวกเขา ยินยินจึงได้ลาจากเพื่อเดินไปยังบ้านท่านผู้ใหญ่บ้านแต่เพียงลำพัง นางแหงนหน้ามองท้องฟ้า เวลานี้ผู้คนส่วนใหญ่คงลงไร่นาไปหมดแล้ว มิรู้ว่าท่านผู้ใหญ่บ้านจะอยู่บ้านหรือไม่หนอ

เมื่อเห็นยินยินจากไป เสี่ยวหยาก็หันกลับมา สีหน้าหม่นหมองลงเล็กน้อย นางเอ่ยเสียงแผ่ว "ท่านพ่อมู่ไป๋ ท่านจะอยู่กับข้าและท่านแม่ไปตลอดกาลหรือไม่?" คำพูดนี้ทำให้มู่ไป๋อึ้งไปเล็กน้อย แต่ในไม่ช้าเขาก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น "ท่านพ่อมู่ไป๋จะอยู่กับเจ้าไปตลอดกาล" เมื่อได้ฟังดังนั้น เสี่ยวหยาก็แย้มสรวลออกมา "ท่านพูดแล้วนะ ท่านพ่อมู่ไป๋ พวกเราเกี่ยวก้อยสัญญา ห้ามโกหก" ท่ามกลางสีหน้าขบขันของมู่ไป๋ มือเล็กๆ คู่หนึ่งก็เกี่ยวก้อยเขาไว้ มู่ไป๋ชะงักไปเล็กน้อย ทันใดนั้นเอง เสียงหวานใสของเสี่ยวหยาก็ดังขึ้น "ท่านรู้หรือไม่ท่านพ่อมู่ไป๋ ข้าไม่เคยมีความสุขเช่นนี้มาก่อนเลย" อย่างไร้เหตุผล มู่ไป๋รู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวที่แฝงอยู่ในสีหน้าของเสี่ยวหยา นางยังหวาดกลัวสิ่งใดอยู่อีก? โดยไม่รู้ตัว มู่ไป๋โน้มตัวลงอุ้มนางขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างยิ่ง "วางใจเถิด ท่านพ่อมู่ไป๋จะไม่จากเจ้าไปไหน"

"ใช่แล้ว! ใช่แล้ว! กว่าพี่ชายจะคลายปมในใจนี้ได้ก็แสนยากเย็น แล้วจะจากไปได้อย่างไรกัน? แต่พวกเรายังไม่ค่อยรู้จักที่นี่เลยนี่นา ฮิฮิ ท่านที่เป็นเจ้าบ้านควรจะพาพวกเราไปชมดูหน่อยหรือไม่?" เสี่ยวหยาครุ่นคิดแล้วก็เห็นด้วยว่ามีเหตุผล ด้วยว่าท่านพ่อมู่ไป๋และมู่มู่เพิ่งจะมาถึงที่นี่ นางควรจะพาพวกเขาไปเดินเล่นรอบๆ เมื่อคิดได้ดังนั้น เสี่ยวหยาก็เอ่ยขึ้นอย่างกระตือรือร้น "ดี ท่านพ่อมู่ไป๋ พวกท่านรอสักครู่นะ ข้าจะไปล็อคประตูก่อน"

"ต้องล็อคประตูด้วยหรือนี่!" ใบหน้าของมู่มู่พลันยุ่งเหยิงขึ้นมา

เสี่ยวหยาลงจากอ้อมแขนของมู่ไป๋ นางหันกลับมายิ้มให้ "แน่นอนสิ มิเช่นนั้นของจะหาย" กล่าวจบ นางก็กระโดดโลดเต้นไปหยิบกุญแจจากในบ้าน เพียงชั่วลมหายใจ นางก็ล็อคประตูเสร็จเรียบร้อย แล้วตบมือกล่าว "พวกเราไปกันเถอะ แต่ห้ามบอกท่านแม่นะ ท่านไม่อนุญาตให้ข้าวิ่งเล่นไปทั่ว"

"อืมๆ" มู่มู่พยักหน้าอย่างจริงจัง

มู่ไป๋หัวเราะเบาๆ อยู่ข้างๆ เมื่อมองไปยังบ้านหลังเล็กๆ ดอกไม้ใบหญ้าที่สดชื่น และเด็กน้อยที่วิ่งเล่นอย่างมีชีวิตชีวา มู่ไป๋ก็รู้สึกถึงความอิ่มเอมใจอย่างหาที่สุดมิได้ รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ชั่วขณะนั้น ราวกับดอกไม้นานาพันธุ์เบ่งบาน

เมื่อเห็นดังนั้น เสี่ยวหยาก็กล่าวอย่างจริงจัง "ท่านพ่อมู่ไป๋ ท่านควรจะยิ้มให้บ่อยๆ นะ มองดูแล้วท่านดูสดใสขึ้นเยอะเลย แถมท่านยังยิ้มได้หล่อเหลามาก เชื่อว่าท่านแม่จะต้องชอบแน่ๆ" มู่ไป๋แย้มยิ้ม แต่ไม่เอื้อนเอ่ย ดวงตาที่ลึกล้ำคู่นั้นซ่อนความเดียวดายไว้จางๆ ครู่ใหญ่ เขาจึงเอ่ยขึ้น "พวกเราไปกันเถอะ หากช้ากว่านี้ท่านแม่ของเจ้าคงจะกลับมาแล้ว"

"จริงด้วย ท่านพ่อมู่ไป๋ช่างรอบคอบยิ่งนัก" มู่มู่เก็บทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในสายตา เขาเอียงศีรษะมองมู่ไป๋แวบหนึ่ง เอาเถอะน่า! เขารู้สึกเสมอว่าระหว่างพี่ชายกับพี่สาวมีปัญหาบางอย่าง