ตอนที่ 55

**บทที่ห้าสิบหก มู่หรงหว่านชิง**

"โธ่เอ๋ย!" ท่านผู้ใหญ่บ้านอุทานเสียงแผ่ว เมื่อเห็นกิริยาของยินยิน ดวงตาเป็นประกายพึงพอใจยิ่งนัก "ถึงเจ้าจะต้องระเหเร่ร่อนมายังแดนทุรกันดารแห่งนี้ แต่ก็มิอาจลบล้างความเป็นกุลสตรีของเจ้าได้ ช่างมีความรู้ความเข้าใจผิดแผกจากชาวบ้านชาวช่องยิ่งนัก ทว่าเจ้าก็ควรที่จะคลุกคลีตีโมงกับพวกเขาให้มากกว่านี้ เพื่อลบล้างความเข้าใจผิดที่พวกเขามีต่อเจ้ามาหลายปี"

เมื่อเอ่ยถึงความเข้าใจผิด คิ้วเรียวของยินยินก็ขมวดเข้าหากัน นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงนัยบางอย่าง "ข้าได้ยินผู้คนเอ่ยถึงท่านแม่ของข้าอยู่บ่อยครั้ง บางครั้งก็เป็นคำหยาบคายรุนแรง ท่านผู้ใหญ่บ้านพอจะทราบหรือไม่ว่าเรื่องราวเหล่านี้มีที่มาอย่างไร?"

คำถามนี้ทำให้ท่านผู้ใหญ่บ้านประหลาดใจอยู่บ้าง เขาอดไม่ได้ที่จะถามกลับไป "เรื่องราวเหล่านี้ติดตามเจ้าดั่งเงา เหตุใดเจ้าจึงมิรู้?"

ยินยินยกมือลูบจมูกอย่างกระอักกระอ่วน "เมื่อหลายวันก่อน ข้าได้กลับไปยังจวนโหว แต่กลับถูกขับไล่ออกมา เรื่องราวคงแพร่สะพัดไปทั่วทั้งสิบทิศแปดด้านแล้วกระมัง ก็เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นที่ทำให้ข้าได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ความทรงจำจึงเลือนรางไปบ้าง"

ท่านผู้ใหญ่บ้านยกจิบน้ำชา เมื่อเห็นว่ายินยินปรารถนาที่จะทราบความจริง เขาก็โบกมือ "เรื่องราวของแม่เจ้านั้นมิใช่ความลับอันใด ในกาลก่อนเป็นที่โจษขานกันไปทั่ว ทุกครัวเรือนต่างรับรู้"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ยินยินก็มิได้เอื้อนเอ่ย นางปรารถนาที่จะทราบอดีตของร่างนี้ เพื่อสืบหาตัวตนของเถาเหยาอย่างลับๆ เหตุที่ยินยินเริ่มจากตระกูลใหญ่เหล่านี้ ก็เพราะนางรู้สึกว่าเถาเหยามีความลึกลับที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด และความลึกลับเช่นนี้จะไม่มีในคนธรรมดาสามัญ

เมื่อเห็นว่ายินยินมิได้กล่าวสิ่งใด ท่านผู้ใหญ่บ้านก็รู้ว่านางกำลังรอคำตอบ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าวว่า "ได้ยินว่าแม่เจ้ามีรูปโฉมงดงามล่มเมือง ดุจเทพธิดาจุติลงมาในโลก สวมใส่เพียงชุดขาวบริสุทธิ์ เป็นที่อิจฉาของผู้คนทั้งใต้หล้า แต่น่าเสียดายที่เป็นเพียง 'ฮวาขุย' แห่งหอชิงอวิ้น สำเร็จก็ด้วยฮวาขุย พ่ายแพ้ก็ด้วยฮวาขุย แม่เจ้าโด่งดังชั่วข้ามคืนในหอชิงอวิ้น ชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วแคว้น แต่สุดท้ายก็มิอาจต้านทานอำนาจอันยิ่งใหญ่ได้ เกือบถูกย่ำยี แต่โชคดีที่ถูกท่านโหวแห่งจวนโหวช่วยเหลือไว้ และได้กลายเป็นอนุภรรยา เรื่องราวหลังจากนั้นคนภายนอกก็มิอาจทราบได้ เรื่องราวของนางจึงขาดหายไป"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ยินยินก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างของมารดาล้วนเป็นปริศนา การที่นางตั้งครรภ์ก่อนแต่งงานจึงถูกผู้คนประณาม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมารดาของนางเป็นฮวาขุยที่ถูกดูแคลน

ยินยินนวดคลึงขมับ พลันถามขึ้นว่า "ข้าจำได้ว่าผู้คนเรียกนางว่า 'หว่านเหนียง' ท่านทราบหรือไม่ว่านางมีชื่อเต็มว่าอะไร?"

ท่านผู้ใหญ่บ้านหรี่ตา ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเอียงศีรษะกล่าวว่า "ดูเหมือนจะชื่อ มู่หรงหว่านชิง ใช่แล้ว มู่หรงหว่านชิง"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ยินยินก็มองท่านผู้ใหญ่บ้านอย่างละเอียด นางคาดเดาว่าเขาคงมิได้กล่าวความจริงทั้งหมด เพราะในสิบคน มีถึงแปดคนที่กล่าวถึงมู่หรงหว่านชิงในทางที่ไม่ดี แต่จากท่าทีของท่านผู้ใหญ่บ้าน เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากขุ่นเคืองนาง เมื่อเข้าใจถึงเหตุและผล ยินยินจึงเอ่ยขึ้นว่า "ท่านผู้ใหญ่บ้าน เรื่องสูตรอาหาร ท่านทั้งหลายปรึกษากันเป็นอย่างไรบ้าง?"

ท่านผู้ใหญ่บ้านยกจิบน้ำชา กล่าวอย่างจริงจัง "ข้อเสนอของเจ้าพวกเราก็มิได้ละเลย เพียงแต่คนส่วนใหญ่ยังมิเห็นด้วย หากต้องการให้ผ่านอย่างสมบูรณ์ คงต้องมีสิ่งอื่นมาแลกเปลี่ยน"

`