ตอนที่ 58
## บทที่ 59 ชุมนุม (ฉบับ น.นพรัตน์)
## บทที่ 58 ชุมนุม
ยินยินจัดแจงสัมภาระเพียงเล็กน้อย พลางทอดสายตามอง เสี่ยวหยา ที่นั่งเล่นอยู่ ณ ลานบ้าน นางจึงก้าวเข้าไปกล่าวฝากฝังเสียยืดยาว ก่อนจะออกเดินทางในที่สุด
จากหมู่บ้านลั่วเสียสู่เรือนกลาง มีเรือนหลังหนึ่งตั้งตระหง่านแลดูสงบเงียบ ตัวเรือนก่อสร้างจากดินเหลืองและไม้ หากยังมิได้ย่างกรายเข้าไปใกล้ ก็สัมผัสได้ถึงกระแสแห่งความเก่าแก่และลึกล้ำ จากความทรงจำในชาติก่อน เรือนหลังนี้แม้จะผุพังทรุดโทรม ทว่าก็มีอายุยืนยาวกว่าร้อยปี
เล่าขานกันว่า เมื่อคราเกิดศึกสงคราม ราษฎรบางส่วนหนีภัยมายังหลินชวนอันเป็นดินแดนทุรกันดารแห่งนี้ และสร้างหมู่บ้านขึ้น นี่คือที่มาของหมู่บ้านลั่วเสีย ต่อมาก็มีผู้คนทยอยอพยพเข้ามาอาศัยอยู่โดยรอบ ทำให้ดินแดนแห่งนี้เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นเรื่อยๆ
ศาลบรรพชนเป็นสถานที่สำหรับลูกหลานในตระกูลใช้สักการะบูชาบรรพบุรุษหรือปราชญ์ผู้มีคุณ ศาลบรรพชนมีประโยชน์หลายประการ นอกเหนือจากการ "เคารพบูชาบรรพชน" แล้ว ชาวบ้านยังใช้เป็นสถานที่จัดงานมงคลสมรส งานศพ งานฉลองอายุ และงานรื่นเริงต่างๆ อีกด้วย นอกจากนี้ ญาติพี่น้องบางครั้งก็ใช้ศาลบรรพชนเป็นสถานที่ประชุมเพื่อปรึกษาหารือเรื่องสำคัญภายในตระกูล
ขณะที่ยินยินเดินไป พลันสายฝนก็โปรยปรายลงมา เม็ดฝนมิได้หนาเม็ด เพียงเป็นละอองฝนเล็กน้อยเท่านั้น ทันใดนั้น ยินยินก็ชะงักฝีเท้าลง นางคำนวณวันเวลาในใจ พลางขมวดคิ้วเข้าหากัน บัดนี้ล่วงเข้าเดือนสิบสองแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลตงจื้อ
"มิได้การ!" นางรำพึง "ข้าต้องหาซื้อเสื้อผ้าเพิ่มเสียแล้ว ดูท่าทางอากาศหนาวเย็นที่สุดกำลังจะมาเยือน" ครั้นคิดได้ดังนั้น ยินยินจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
เมื่อมาถึงศาลบรรพชน ภายในก็มีผู้คนยืนอยู่มากมาย บ้างนั่งบนม้านั่งยาว บ้างนั่งอยู่หน้าประตู ธรณีประตูศาลบรรพชนสูงมาก ยินยินจึงต้องรั้งกระโปรงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเข้าไปอย่างช้าๆ
ผู้ใหญ่บ้านก็หาเก้าอี้มานั่งลง ดูท่าทางคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าการประชุมจะเสร็จสิ้น ยินยินยืนรออยู่ในกลุ่มคนเป็นเวลานาน จนกระทั่งมีผู้คนทยอยกันมาเพิ่มอีกสองสามคน เมื่อเห็นดังนั้น ยินยินก็เข้าใจในทันที ผู้คนที่มาแม้จะไม่มากเท่าที่นางคาดการณ์ไว้ แต่ก็ยังพอมีจำนวน
ที่น่าประหลาดใจคือ ครานี้ผู้คนต่างจ้องมองมาที่ยินยินอย่างพินิจพิจารณา มิมีผู้ใดเอ่ยคำใดออกมา ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ต่างพูดคุยกันแต่เรื่องราวในครอบครัว ยินยินรู้ดีว่า การจะให้พวกเขาล้มเลิกความคิดเดิมๆ ได้โดยง่ายนั้นเป็นไปไม่ได้ในเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะอย่างไร นางก็ต้องทำอะไรสักอย่าง หรือบางทีทุกคนก็เพียงแต่มีความคิดที่จะลองเสี่ยงดูเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ยินยินค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์เช่นนี้ อย่างน้อยก็ไม่มีใครเยาะเย้ยถากถางและดูถูกเหยียดหยามนางเหมือนแต่ก่อน
ผ่านไปครู่ใหญ่ ผู้ใหญ่บ้านมองดูเวลา เห็นว่าผู้ที่ควรมาก็มากันเกือบหมดแล้ว จึงร้องเรียกให้คนช่วยกันขนม้านั่งมาเพิ่มอีกสองสามตัว
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทุกคนก็มิได้โง่เขลา ต่างหาที่นั่งลงโดยธรรมชาติ เมื่อเห็นว่าการประชุมยังไม่เริ่ม ผู้ที่มาก็เริ่มพูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ไก่ของใครหายไป ใครจะฆ่าหมูในช่วงตรุษจีน หรือใครข้างบ้านทุบตีภรรยาเมื่อคืน
เมื่อยินยินได้ยินเรื่องเหล่านี้ นางก็มิอาจสอดปากพูดได้เลย บัดนี้ผู้คนเหล่านี้ยังมิได้ยอมรับนาง การที่นางไม่พูดอะไรอาจเป็นประโยชน์มากที่สุด
ผู้ใหญ่บ้านเห็นผู้คนส่งเสียงดังอึกทึก จึงกระแอมไอ แล้วกล่าวว่า "วันนี้ที่ข้าเชิญทุกท่านมาที่นี่ ทุกท่านคงทราบดีว่าเป็นเรื่องอะไร เมื่อทุกท่านเต็มใจที่จะมา ข้าในนามของคนทั้งหมู่บ้านขอขอบคุณทุกท่าน หากพวกเราทำตามสิ่งที่แม่ม่ายน้อยผู้นี้เสนอมาได้ หมู่บ้านของเราก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีทางออก"