ระบบฟาดคนพาลทำงาน! รางวัลแรกคือเสบียง

เสียงกลไกไร้อารมณ์ที่ดังก้องในห้วงสำนึกทำให้เซี่ยเหยียนชะงักงันไปชั่วขณะหนึ่ง ทว่าก่อนที่นางจะได้ประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้น เสียงตวาดกร้าวของจ้าวจินซิ่วก็ดังทะลวงโสตประสาท พร้อมกับร่างท้วมในชุดผ้าฝ้ายสีหม่นที่ถลันเข้ามาทางประตูที่เปิดอ้าซ่า

"เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น! นังรอง! แกกำเริบเสิบสานกล้าลงไม้ลงมือกับพี่สะใภ้เชียวรึ!"

จ้าวจินซิ่วคือสตรีวัยกลางคนที่มีเรือนร่างอวบอ้วนคล้ายคลึงกับหวังชุ่ยฮวาผู้เป็นสะใภ้ใหญ่ ดวงตาเรียวเล็กหรี่ลงอย่างจับผิด จ้องมองมายังเซี่ยเหยียนด้วยแววตาอาฆาตมาดร้ายราวกับจะฉีกเนื้อเถือหนังกันให้ได้

ทันทีที่เห็นกำลังเสริมมาถึง หวังชุ่ยฮวาก็เบะปากร่ำไห้โฮทันที นางคลานเข้าไปเกาะขาแม่สามี พลางฟูมฟายชี้ไม้ชี้มือมาทางเซี่ยเหยียน "ท่านแม่! ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับข้านะเจ้าคะ! ดูสิเจ้าคะ...นังสารเลวเซี่ยเหยียนมันถีบข้า! โอ๊ย...เอวข้าคงหักไปแล้วแน่ๆ ข้าเจ็บไปหมดแล้วเจ้าค่ะ!"

ทว่าในสมองของเซี่ยเหยียนยามนี้ กลับมีเรื่องน่าประหลาดใจยิ่งกว่าเสียงโหยหวนของหวังชุ่ยฮวา

[...เปิดใช้งานระบบสำเร็จ! ขอต้อนรับโฮสต์สู่ 'ระบบฟาดฟันคนพาล'!]

[ตรวจพบ: โฮสต์ทำการลงทัณฑ์ 'หวังชุ่ยฮวา' คนพาลระดับล่าง ข้อหา: พยายามทำร้ายเด็กและลักขโมยเสบียง]

[ประเมินผล: การกระทำเด็ดขาด รุนแรง และสมบูรณ์แบบ!]

[มอบรางวัลสำหรับผู้เริ่มต้น: มันเทศหวานชั้นดี 10 ชั่ง, ไข่ไก่สดใหม่ 1 ตะกร้า (30 ฟอง)]

[พิเศษ: ปลดล็อก 'มิติลับส่วนตัว' ขนาดเริ่มต้น 50 ตารางเมตร!]

เสียงระบบยังคงดังต่อเนื่อง เซี่ยเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะที่ในห้วงมิติของนางพลันปรากฏภาพโกดังสี่เหลี่ยมว่างเปล่าขนาดใหญ่ขึ้นมา และในชั่วพริบตา มันเทศหัวอวบอ้วนสีม่วงกองโตกับตะกร้าไข่ไก่ที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบก็ปรากฏขึ้นกลางโกดังนั้น

นี่มัน...นิ้วทองคำในตำนาน?

เซี่ยเหยียนเคยเป็นทหารหน่วยรบพิเศษในชาติก่อน ย่อมมีความสามารถในการปรับตัวและยอมรับเรื่องเหนือธรรมชาติได้อย่างรวดเร็ว แม้จะยังสับสนอยู่บ้าง แต่นางก็เข้าใจสถานการณ์ได้ในทันที ระบบนี้...เกิดขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการ 'ฟาด' ของนางโดยเฉพาะ!

"นังตัวดี! ข้าพูดกับแก ไม่ได้ยินหรืออย่างไร!" เสียงแหลมของจ้าวจินซิ่วปลุกเซี่ยเหยียนจากภวังค์

หญิงชราผลักร่างสะใภ้ใหญ่ออกไปให้พ้นทาง ก่อนจะก้าวฉับๆ เข้ามาหมายจะสั่งสอนสะใภ้รองผู้บังอาจ แววตาของนางดุร้ายราวกับแม่เสือที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ

แต่ในวินาทีนั้นเอง ร่างเล็กๆ ที่สั่นเทาอยู่ด้านหลังเซี่ยเหยียนมาตลอดกลับตัดสินใจทำสิ่งที่น่าตกใจ เขาก้าวออกมาจากที่กำบัง กางแขนเล็กๆ ทั้งสองข้างออกหมายจะปกป้องแผ่นหลังของนางไว้

"ย...อย่าทำแม่รองนะขอรับ!"

เสียงของหลินเสี่ยวตงแหบพร่าและสั่นเครือ ดวงตากลมโตคลอน้ำใสแจ๋วด้วยความหวาดกลัวสุดขีด แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังยืนหยัดอยู่เบื้องหน้า ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว

ภาพเด็กน้อยที่ผอมแห้งราวกับกิ่งไม้ แต่กลับหาญกล้าปกป้องนางผู้เป็นเพียง 'แม่เลี้ยง' ทำให้หัวใจที่เย็นชาของเซี่ยเหยียนพลันรู้สึกเหมือนมีกระแสธารอันอบอุ่นไหลผ่านเข้ามาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในชาติก่อนนางเป็นเด็กกำพร้า ไม่เคยรู้จักความรักความผูกพันในครอบครัว การกระทำของเด็กน้อยในยามนี้ได้สัมผัสเข้ากับส่วนที่อ่อนไหวที่สุดในจิตใจของนาง

"เสี่ยวตง ถอยไป" น้ำเสียงของเซี่ยเหยียนอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด นางดึงร่างเล็กๆ กลับไปหลบด้านหลังอีกครั้ง ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับแม่สามีด้วยแววตาที่แข็งกร้าวยิ่งกว่าเดิม "ใครกล้าแตะต้องเขา ข้าจะทำให้มันผู้นั้นต้องเสียใจที่ได้เกิดมา"

จ้าวจินซิ้วชะงักไปเล็กน้อยกับจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของสะใภ้รอง ทว่าเมื่อเห็นสายตาดูแคลนของหวังชุ่ยฮวาที่มองมา ความโกรธก็พุ่งขึ้นจนหน้าดำหน้าแดง "แกกล้าขู่ข้าเรอะ! นังลูกไม่มีพ่อแม่สอน! ข้าเป็นแม่สามีของแกนะ!"

"แม่สามี?" เซี่ยเหยียนแค่นเสียงหัวเราะหยัน "แม่สามีที่ไหนกันที่ปล่อยให้หลานชายแท้ๆ อดอยากจนหนังหุ้มกระดูก ปล่อยให้สะใภ้ใหญ่รังแกข่มเหงคนในบ้านตามอำเภอใจเช่นนี้? ท่านดูสภาพของหวังชุ่ยฮวาสิ อ้วนท้วนสมบูรณ์จนไขมันจะทับตัวตายอยู่แล้ว ส่วนเสี่ยวตงเล่า? ผอมแห้งราวกับจะปลิวลม ท่านบอกข้าที...อาหารที่ควรจะเป็นของลูกชายข้ามันหายไปไหนหมด!"

คำพูดแต่ละคำของเซี่ยเหยียนราวกับมีดคมที่กรีดแทงเข้าไปกลางใจดำของจ้าวจินซิ่ว นางอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีที่ถูกสะใภ้รองตอกหน้ากลางบ้านเช่นนี้

"แก...แก!" จ้าวจินซิ้วตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ นางชี้หน้าเซี่ยเหยียน พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

"ข้าทำไม?" เซี่ยเหยียนก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแม่สามี "หวังชุ่ยฮวาจะแย่งมันเทศชิ้นสุดท้ายของเสี่ยวตงไป ข้าในฐานะแม่จึงต้องปกป้องลูกชายของข้า หากนี่เรียกว่าความผิด ข้าก็จะทำผิดเช่นนี้อีกครั้งและอีกครั้ง! หรือท่านแม่จะบอกว่า การที่หลานชายท่านกำลังจะอดตายนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว?"

เหตุผลของเซี่ยเหยียนหนักแน่นจนจ้าวจินซิ่วไม่อาจโต้แย้งได้ นางรู้ดีว่าตนลำเอียงและตามใจสะใภ้ใหญ่กับหลานชายคนโตมากเกินไป แต่จะให้ยอมรับผิดต่อหน้าสะใภ้รองที่นางเกลียดชังได้อย่างไร!

"หุบปาก!" จ้าวจินซิ่วตวาดลั่น "เรื่องนี้ข้าจะตัดสินเอง! ในเมื่อแกกล้าลงมือทำร้ายคนในบ้าน วันนี้ก็ไม่ต้องกินข้าวเย็น! ทั้งแกและไอ้เด็กเหลือขอนั่นแหละ อดตายไปพร้อมกันเลยยิ่งดี!"

พูดจบนางก็สะบัดหน้าเดินตึงตังออกไปจากกระท่อม พร้อมกับลากตัวหวังชุ่ยฮวาที่ยังคงแสร้งทำเป็นเจ็บปวดออกไปด้วย ทิ้งให้เซี่ยเหยียนและหลินเสี่ยวตงอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง

เมื่อแน่ใจว่าทั้งสองคนไปแล้ว เซี่ยเหยียนจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ นางหันไปมองเด็กน้อยที่ยังคงกำก้อนมันเทศชิ้นเล็กไว้แน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว

"ไม่ต้องกลัว" นางลูบศีรษะที่เต็มไปด้วยเส้นผมแห้งกระด้างอย่างแผ่วเบา "จากนี้ไป มีแม่คนนี้อยู่ จะไม่มีใครรังแกเจ้าได้อีก"

จากนั้น นางก็ตัดสินใจทำบางสิ่งบางอย่าง หญิงสาวหลับตาลงครู่หนึ่ง ใช้จิตจินตนาการถึงไข่ไก่ในมิติลับ พริบตาต่อมา ไข่ไก่ฟองหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในฝ่ามือของนางอย่างน่าอัศจรรย์

เซี่ยเหยียนไม่รอช้า นางเดินไปยังเตาที่ยังพอมีถ่านร้อนๆ เหลืออยู่ ใช้หม้อดินใบเล็กต้มน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหย่อนไข่ลงไปต้มจนสุก กลิ่นหอมจางๆ ของไข่ต้มลอยอบอวลไปทั่วห้องแคบๆ

นางปอกเปลือกไข่อย่างคล่องแคล่ว เนื้อไข่ขาวเนียนนุ่มและไข่แดงสีส้มสดปรากฏแก่สายตา ไอร้อนกรุ่นๆ ลอยขึ้นมาแตะจมูกทำให้ท้องของหลินเสี่ยวตงร้องโครกครากออกมาอย่างไม่อาจควบคุม

เซี่ยเหยียนยื่นไข่ต้มอุ่นๆ ส่งให้เด็กชาย "กินซะ จะได้มีแรง"

หลินเสี่ยวตงมองไข่ในมือสลับกับใบหน้าของแม่เลี้ยงอย่างไม่แน่ใจ นี่เป็นครั้งแรก...ครั้งแรกจริงๆ ที่แม่เลี้ยงใจดีกับเขาถึงเพียงนี้

เมื่อเห็นแววตาลังเลของเด็กน้อย เซี่ยเหยียนก็ถอนหายใจ "กินเถอะน่า ข้าไม่แย่งเจ้ากินหรอก"

คำพูดติดตลกของนางทำให้หลินเสี่ยวตงใจชื้นขึ้น เขารับไข่มาถือไว้ในมือเล็กๆ ทั้งสองข้าง ก่อนจะก้มลงกัดคำใหญ่ ดวงตาที่เคยหม่นหมองพลันเปล่งประกายขึ้นมาทันที

ทว่า ขณะที่ความอบอุ่นเล็กๆ กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสองนั้นเอง...

"ปัง! ปัง! ปัง!"

เสียงทุบประตูอย่างบ้าคลั่งดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตวาดกร้าวของจ้าวจินซิ่วที่ดังกว่าเดิมหลายเท่า

"นังสารเลวเซี่ยเหยียน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! แกกล้าดีอย่างไรถึงทำร้ายพี่สะใภ้ของแก! วันนี้ถ้าข้าไม่ตบสั่งสอนแกให้หลาบจำ ข้าจะไม่ขอเป็นแม่ผัวของแกอีกต่อไป!"

จ้าวจินซิ่วที่ออกไปตั้งหลักและทนความอับอายไม่ไหวได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง คราวนี้มาพร้อมกับโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้วอดวาย! นางเงื้อมือขึ้นสูง เตรียมจะพังประตูเข้ามาพร้อมกับฝ่ามือที่หมายจะฟาดลงบนใบหน้าของสะใภ้รองให้จงได้