ตบหน้าแม่ผัวฉาดใหญ่ แลกข้าวสารหนึ่งกระสอบ
แน่นอน ในฐานะปรมาจารย์บรรณาธิการนิยายจีนมืออาชีพ ข้าพเจ้าย่อมเข้าใจกฎเหล็กทุกข้ออย่างถ่องแท้ และพร้อมจะรังสรรค์ผลงานตามโจทย์ที่ท่านมอบหมายทุกประการ
---
เสียงทุบประตูโครมครามพร้อมเสียงตวาดก้องของจ้าวจินซิ่วเปรียบเสมือนอสนีบาตที่ฟาดลงมากลางความสงบสุขชั่วครู่ของสองแม่ลูก ทว่าเซี่ยเหยียนกลับมิได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเพียงวางหลินเสี่ยวตงลงข้างเตาอย่างนุ่มนวล ส่งสายตาปลอบประโลมให้เด็กชาย ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับพายุอารมณ์ที่กำลังจะพังประตูเข้ามา
ปัง!
บานประตูไม้เก่าผุพังไม่อาจทนรับแรงกระแทกได้อีกต่อไป มันเปิดอ้าออกพร้อมกับการปรากฏกายของจ้าวจินซิ่ว ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยโทสะ ดวงตาแดงก่ำจ้องเขม็งมาที่เซี่ยเหยียนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“นังสัตว์เดรัจฉาน! กล้าดียังไงมาทำร้ายพี่สะใภ้!” จ้าวจินซิ่วกรีดร้องเสียงแหลม ร่างท้วมของนางพุ่งเข้ามาดุจกระทิงเปลี่ยว ฝ่ามือหยาบกร้านเงื้อขึ้นสูง หมายจะฟาดลงบนใบหน้าของสะใภ้รองให้สมกับความแค้นที่อัดแน่นในอก
หลินเสี่ยวตงตัวสั่นเทาด้วยความกลัว เขาร้องเรียก “ท่านแม่!” ด้วยเสียงสั่นเครือ
แต่ก่อนที่ฝ่ามือนั้นจะทันได้สัมผัสใบหน้าของเซี่ยเหยียน เหตุการณ์ที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดก็พลันบังเกิด!
ฉับ!
ข้อมือของจ้าวจินซิ่วถูกคว้าไว้กลางอากาศด้วยมือเรียวแต่ทรงพลังของเซี่ยเหยียนอย่างแม่นยำราวจับวาง นางออกแรงเพียงเล็กน้อย แต่กลับหยุดยั้งการเคลื่อนไหวทั้งหมดของแม่ผัวไว้ได้อย่างง่ายดาย
จ้าวจินซิ่วเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางพยายามบิดข้อมือออก แต่กลับรู้สึกราวกับถูกคีมเหล็กหนีบไว้แน่นจนไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย สะใภ้รองที่เคยอ่อนแอและยอมคนมาตลอดผู้นี้ เหตุใดวันนี้จึงมีพละกำลังมหาศาลถึงเพียงนี้!
“ทำ...ทำอะไรของแก! ปล่อยข้านะ!” นางตวาดอย่างเสียขวัญ
เซี่ยเหยียนมิได้ตอบคำใด นางเพียงแค่นยิ้มเย็นชา ประกายตาคมกริบดุจใบมีดที่อาบด้วยน้ำแข็งกวาดมองใบหน้าที่ตื่นตระหนกของแม่ผัวอย่างเหยียดหยัน ก่อนที่ฝ่ามืออีกข้างของนางจะตวัดสวนกลับไปอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง!
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสะท้านไปทั่วห้องแคบๆ ความรุนแรงของมันทำให้ใบหน้าของจ้าวจินซิ่วสะบัดไปอีกทาง ร่างกายที่เคยตั้งท่าจะขย้ำคนถึงกับเซถอยหลังไปสองก้าว ความเจ็บแปลบแล่นปราดจากแก้มซ้ายไปทั่วทั้งศีรษะจนหูอื้อตาลาย
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ...เงียบเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของทุกคน
จ้าวจินซิ่วยกมือขึ้นกุมแก้มที่บวมแดงของตนอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา นางถูกตบ! นาง...จ้าวจินซิ่ว ผู้เป็นนายหญิงแห่งบ้านหลิน ถูกนังสะใภ้รองที่นางเหยียบย่ำมาตลอดตบหน้า!
พลันเสียงเย็นเยียบไร้อารมณ์ก็ดังขึ้นในห้วงสำนึกของเซี่ยเหยียน
[ติ๊ง! ตรวจพบการกระทำ ‘ตบหน้าแม่ผัวใจดำ’ สำเร็จ!]
[รางวัล: ข้าวสารชั้นดี 1 กระสอบ (50 ชั่ง)!]
มุมปากของเซี่ยเหยียนกระตุกขึ้นเล็กน้อย นางใช้จิตตรวจสอบในมิติลับ พลันเห็นกระสอบป่านใบใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยเมล็ดข้าวสารขาวอวบปรากฏขึ้นที่มุมหนึ่งของมิติ นี่คือรางวัลจากการสั่งสอนคนชั่ว! ช่างน่าพึงพอใจเสียจริง!
“แก...แกกล้าตบข้า!” จ้าวจินซิ่วที่เพิ่งได้สติกรีดร้องออกมาอีกครั้ง เสียงของนางสั่นเครือด้วยความอัปยศอดสูและโกรธแค้นจนแทบคลั่ง
“ใช่ ข้าตบ” เซี่ยเหยียนเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจกดดันที่ทำให้ผู้ฟังต้องขนลุก “ข้าตบเพื่อสั่งสอนท่าน ในฐานะผู้อาวุโส แต่กลับลำเอียงอย่างน่ารังเกียจ!”
“ข้าลำเอียงอะไร!”
“ยังจะถามอีกหรือ!” เซี่ยเหยียนก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว บีบให้จ้าวจินซิ่วต้องถอยหลังไปอีก “ท่านดูหลานชายของท่านสิ! เสี่ยวตงเป็นหลานในไส้ของท่านแท้ๆ แต่กลับผอมแห้งราวกับกิ่งไม้ เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเพราะถูกหวังชุ่ยฮวาเอาไปให้ลูกชายตัวเองใส่! ในขณะที่หลานรักอย่างหลินต้าเป่าอ้วนท้วนสมบูรณ์ กินไข่ต้มทุกวัน แต่เสี่ยวตงกลับต้องกินแค่มันเทศเละๆ กับน้ำข้าวใสๆ นี่หรือคือความยุติธรรมของท่าน!”
ทุกคำพูดของนางดุจคมหอกที่ทิ่มแทงเข้าไปในใจดำของจ้าวจินซิ่วอย่างจัง
“แม่ผัวที่ดีที่ไหนจะปล่อยให้หลานชายที่กำพร้าพ่อต้องอดอยากหิวโหยเช่นนี้! สามีข้าหลินเจี้ยนจวินทำงานส่งเงินกลับบ้านทุกเดือน เงินเหล่านั้นไปอยู่ที่ไหนหมด! ทำไมลูกชายของเขาถึงไม่มีแม้แต่ข้าวดีๆ จะกิน! ท่านเอาเงินของลูกชายข้าไปปรนเปรอลูกชายคนโตกับหลานชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านจนหมดสิ้นใช่หรือไม่!”
เซี่ยเหยียนตะคอกถามเสียงดัง ใบหน้าของจ้าวจินซิ่วซีดเผือด นางอ้าปากพะงาบๆ แต่กลับหาคำมาโต้เถียงไม่ได้ เพราะทุกสิ่งที่เซี่ยเหยียนพูดคือความจริง!
ขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง เงาร่างสูงใหญ่ของชายชราผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตู
“เกิดอะไรขึ้น! ส่งเสียงเอะอะโวยวายอะไรกัน!”
หลินต้าเฉียง พ่อผัวของเซี่ยเหยียนเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับจอบที่พาดอยู่บนบ่า เขาขมวดคิ้วทำหน้าเคร่งขรึม กวาดตามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาตำหนิ “จินซิ่ว เจ้าเป็นผู้อาวุโส ทำไมถึงมาทะเลาะกับลูกสะใภ้เยี่ยงนี้”
จ้าวจินซิ่วเมื่อเห็นสามีมาก็ราวกับได้ที่พึ่ง นางรีบวิ่งไปฟ้องด้วยน้ำตานองหน้า “ท่านพี่! ดูมันสิ! นังลูกสะใภ้สารเลวมันตบข้า!”
หลินต้าเฉียงหันมามองเซี่ยเหยียนด้วยสายตาคมปลาบ “อาเหยียน นี่มันเรื่องอะไรกัน เหตุใดเจ้าถึงกล้าลงไม้ลงมือกับแม่ของเจ้า”
ทว่าดวงตาคมกริบของเซี่ยเหยียนกลับไม่ได้มองหน้าเขาโดยตรง นางเหลือบมองจอบบนบ่ากับรองเท้าผ้าของเขาอย่างรวดเร็ว รองเท้าแห้งสนิทไม่มีรอยเปื้อนโคลน เสื้อผ้าก็สะอาดสะอ้าน บนหน้าผากไม่มีเหงื่อแม้แต่หยดเดียว นี่หรือคือท่าทางของคนที่เพิ่งกลับจากทำงานในนา?
ช่างเป็นการแสดงที่ตบตาคนอื่นได้ แต่ไม่ใช่กับนาง!
เซี่ยเหยียนแค่นหัวเราะในใจ ชายชราจอมเจ้าเล่ห์ผู้นี้คงยืนแอบดูอยู่นานแล้ว รอจนเรื่องบานปลายถึงค่อยโผล่ออกมาทำทีเป็นผู้ผดุงความยุติธรรม หวังจะรักษาภาพลักษณ์บิดาผู้ทรงธรรมของตนเองไว้สินะ
“ท่านพ่อ ท่านถามผิดคนแล้ว” เซี่ยเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ท่านควรถามท่านแม่ของท่าน ว่าเหตุใดจึงพยายามจะตบข้าก่อน และเหตุใดจึงปล่อยให้หลานชายแท้ๆ ของตัวเองต้องอดอยากจนแทบจะสิ้นใจตายอยู่รอมร่อ!”
นางดึงตัวหลินเสี่ยวตงที่หลบอยู่ข้างหลังออกมาให้พ่อผัวดูชัดๆ “ท่านดูสภาพหลานชายของท่านสิ! นี่คือสิ่งที่คนในบ้านนี้ปฏิบัติต่อลูกกำพร้าหรือ!”
หลินต้าเฉียงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกยอกย้อนเช่นนั้น แววตาของเขาฉายแววประหลาดใจที่เห็นสะใภ้รองผู้เงียบขรึมเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขามองสภาพหลานชายแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “เอาล่ะๆ เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง เจ้ากลับเข้าห้องไปก่อน”
“จัดการหรือ?” เซี่ยเหยียนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “ข้าไม่เห็นว่าจะมีอะไรต้องจัดการอีกต่อไป”
นางหันกลับไปเผชิญหน้ากับสองสามีภรรยาชราอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและหนักแน่นจนทุกคนในที่นั้นต้องตกตะลึง
“ฟังให้ดี! นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้า เซี่ยเหยียน จะไม่ยอมเป็นวัวเป็นม้าให้ใครข่มเหงรังแกอีก! ส่วนของข้ากับลูก ใครก็อย่าได้คิดจะมาแตะต้อง! หากใครกล้า...ก็ลองดูได้เลย!”
สิ้นเสียงประกาศิต เซี่ยเหยียนก็จูงมือหลินเสี่ยวตงเดินกลับเข้าไปในห้องของนาง ปิดประตูดังปัง! ต่อหน้าต่อตาพ่อผัวแม่ผัวที่ยืนนิ่งอึ้งเป็นรูปสลัก ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดและสายลมเย็นเยียบที่พัดผ่านร่างของจ้าวจินซิ่ว บ่งบอกว่าค่ำคืนนี้...อำนาจภายในบ้านตระกูลหลินได้เปลี่ยนมือไปแล้วอย่างสิ้นเชิง