หักนิ้วสั่งสอนแม่ดอกบัวขาว
ความเจ็บปวดแล่นปราดจากข้อมือขึ้นมาจนถึงต้นแขน แรงบีบนั้นหนักหน่วงราวกับคีมเหล็ก ทำให้หลินเจียวรู้สึกราวกับกระดูกข้อมือของตนกำลังจะแหลกสลายคาที่
“ปล่อยนะ!” นางพยายามจะชักมือกลับ ทว่ามือที่จับนางอยู่กลับแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
เซี่ยเหยียนซึ่งซ่อนกายอยู่ในเงามืดแสยะยิ้มเย็นชา นางไม่เอ่ยวาจาใดๆ แต่กลับใช้มืออีกข้างจับมือของหลินเจียวไว้ ก่อนจะออกแรงบิดข้อมือของนางอย่างไร้ความปรานี!
กร๊อบ!
เสียงที่น่าสยดสยองดังขึ้นในความเงียบงันของราตรี ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องแหลมสูงจนบาดหูของหลินเจียว!
“อ๊ากกกกกก!”
ครานี้นางร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด ความเจ็บปวดมหาศาลแล่นพล่านไปทั่วร่าง น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม ข้อมือขวาของนางห้อยตกลงอย่างผิดรูป สิ้นเรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง
เซี่ยเหยียนสะบัดมือของหลินเจียวทิ้งอย่างไม่ไยดีราวกับสัมผัสของโสโครก นางเดินไปจุดตะเกียงน้ำมันก๊าด แสงสว่างอันริบหรี่ขับไล่ความมืดออกไป เผยให้เห็นใบหน้าขาวซีดเผือดบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดของหลินเจียวที่ยังคงยืนตัวแข็งทื่ออยู่นอกหน้าต่าง
“มือที่ยื่นเข้ามาในบ้านคนอื่นยามวิกาล... สมควรถูกหักทิ้งนัก” เซี่ยเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเย็นชาดุจน้ำแข็งในฤดูเหมันต์
เสียงกรีดร้องของหลินเจียวได้ปลุกผู้คนในบ้านตระกูลหลินให้ตื่นขึ้นแล้ว ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังตึงตังมาจากนอกเรือน ตามด้วยเสียงตวาดเกรี้ยวกราดของจ้าวจินซิ่ว
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น! ใครมันบังอาจส่งเสียงดังในยามนี้!”
บานประตูห้องถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง จ้าวจินซิ่วพุ่งทะยานเข้ามา ดวงตาแดงก่ำด้วยโทสะ เมื่อเห็นสภาพของหลินเจียวผู้เป็นแก้วตาดวงใจยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางกุมข้อมือที่บวมเป่งอยู่หน้าหน้าต่าง สติของนางก็ขาดผึง!
“เซี่ยเหยียน! เจ้าสารเลว! เจ้ากล้าทำร้ายน้องสาวรึ!” จ้าวจินซิ่วชี้หน้าด่าทอเซี่ยเหยียนอย่างบ้าคลั่ง “นางเป็นน้องสาวของสามีเจ้าแท้ๆ จิตใจของเจ้าทำด้วยอะไร ถึงได้โหดเหี้ยมอำมหิตถึงเพียงนี้!”
หลินเจียวเมื่อเห็นมารดามาถึง ก็ยิ่งได้ใจ ปล่อยโฮออกมาดังลั่น สะอึกสะอื้นจนตัวโยน กล่าวฟ้องด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ท่านแม่... ฮือ... ข้า... ข้าแค่เห็นว่าพี่สะใภ้รองออกไปตักน้ำ เลยจะแวะมาทักทาย... ไม่คิดว่า... ไม่คิดว่านางจะซ่อนตัวอยู่ในห้องแล้วทำร้ายข้า... ฮือ... เจ็บเหลือเกินเจ้าค่ะท่านแม่”
นางคือดอกบัวขาวผู้บริสุทธิ์ที่ถูกใส่ร้ายป้ายสีอย่างนั้นหรือ? เซี่ยเหยียนแค่นเสียงหยันในลำคอ
“ทักทาย?” เซี่ยเหยียนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง แววตาคมกริบจ้องมองไปที่หลินเจียวอย่างเยือกเย็น “ทักทายด้วยการย่องมากลางดึก แล้วสอดมือผ่านหน้าต่างเข้ามาหรือ? นี่เจ้าเห็นว่าข้าโง่เง่าเหมือนคนในบ้านนี้หรืออย่างไร”
จ้าวจินซิ่วแทบจะพุ่งเข้าไปตบเซี่ยเหยียน แต่เมื่อนึกถึงพละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวของนาง ก็ทำได้เพียงกระทืบเท้าอย่างเจ็บใจ “มันก็แค่เรื่องเข้าใจผิด! เจียวเอ๋อร์เป็นเด็กดี จะเป็นขโมยได้อย่างไร! เจ้าต่างหากที่เป็นหญิงใจคด ทำร้ายได้แม้กระทั่งคนในครอบครัวเดียวกัน!”
“ครอบครัว?” เซี่ยเหยียนหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันอย่างถึงที่สุด “ครอบครัวที่จ้องจะขโมยอาหารของลูกกำพร้า? ครอบครัวที่ปล่อยให้สะใภ้หม้ายกับหลานชายอดอยาก ขณะที่ตนเองกินอิ่มนอนหลับ? หากนี่คือสิ่งที่ท่านเรียกว่าครอบครัว เช่นนั้นข้าขอบอกเลยว่า... ข้าไม่ต้องการ!”
นางชี้ไปยังข้อมือที่ผิดรูปของหลินเจียวด้วยแววตาไร้ความปรานี “นี่ไม่ใช่การทำร้ายคนในครอบครัว นี่คือการสั่งสอนหัวขโมย! หากมีครั้งต่อไป ข้ารับรองได้เลยว่ามันจะไม่ใช่แค่ข้อมือ!”
คำประกาศกร้าวอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด ทำให้จ้าวจินซิ่วอ้าปากค้าง พูดไม่ออกไปชั่วขณะ นางไม่เคยพบเคยเห็นสตรีใดที่ทั้งแข็งกร้าวและไร้ยางอายถึงเพียงนี้มาก่อน!
และในจังหวะที่เซี่ยเหยียนประกาศชัยชนะอย่างเด็ดขาดนั้นเอง เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัวของนาง
[ติ๊ง!]
[ภารกิจสำเร็จ: สั่งสอนหัวขโมยดอกบัวขาว]
[โฮสต์ลงมืออย่างเด็ดขาด หักข้อมือผู้บุกรุกยามวิกาล แสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวในการปกป้องทรัพย์สินและศักดิ์ศรี]
[รางวัล: คูปองผ้าเนื้อดี 10 เมตร!]
มุมปากของเซี่ยเหยียนเหยียดยิ้มอย่างพึงพอใจ นางรับคูปองผ้าที่ปรากฏขึ้นในมิติลับส่วนตัวอย่างเงียบๆ ของรางวัลช่างมาได้ถูกเวลาเสียจริง เสื้อผ้าของนางกับเสี่ยวตงเก่าจนแทบจะขาดรอนๆ อยู่แล้ว
จ้าวจินซิ่วซึ่งถูกตอกกลับจนหน้าชาในที่สุดก็ได้สติคืนมา นางมองข้อมือของลูกสาวสุดที่รักสลับกับใบหน้าที่ไม่ยินดียินร้ายของเซี่ยเหยียน ความโกรธแค้นก็พุ่งขึ้นมาจนถึงขีดสุด
“ดี! ดีมาก!” นางกัดฟันกรอด จ้องมองเซี่ยเหยียนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “ในเมื่อเจ้าไม่เห็นหัวข้า ไม่เห็นแก่ตระกูลหลิน เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าใจร้าย!”
นางหันไปประคองหลินเจียวที่ยังคงร้องไห้ไม่หยุด ก่อนจะประกาศกร้าวเสียงดังลั่น “ข้าจะไปหาผู้ใหญ่บ้าน! ข้าจะบอกให้ทุกคนในหมู่บ้านหงสือได้รู้ ว่าเจ้ามันเป็นหญิงแพศยาใจอำมหิตขนาดไหน! ข้าจะให้ผู้ใหญ่บ้านไล่เจ้าออกจากหมู่บ้านไปเลย!”
กล่าวจบนางก็ไม่รอช้า พาหลินเจียวผู้กำลังเจ็บปวดทุรนทุรายเดินกระทืบเท้าออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เซี่ยเหยียนยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันตามลำพัง
ไล่ออกจากหมู่บ้าน?
เซี่ยเหยียนแค่นเสียงหยัน แววตาของนางทอประกายเย็นเยียบและแฝงไว้ด้วยแผนการอันแยบยล
คิดว่านางจะยอมถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวหรือ? ฝันไปเถอะ! สงครามครั้งนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น