ตอนที่ 2
บทที่ 2: คลุ้มคลั่ง
ลมในนครหลวงสี่เก้าในฤดูใบไม้ผลิใช่ว่าจะเบา
ยามเย็นลมยิ่งแรง หลายคนยังคงสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายหนาเตอะสำหรับฤดูหนาว ผู้คนบนท้องถนนต่างเร่งรีบ
เฉินชิงอี๋สวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายเก่าที่ปะแล้วปะอีก ไม่รู้ว่าใส่มานานเท่าไหร่แล้ว ใยฝ้ายข้างในก็ไม่ดีแล้ว บางเสียยิ่งกว่าเสื้อตัวเดียวเสียอีก ลมพัดลอดเข้ามาตามรอยปะ ความเย็นซึมเข้าไปถึงกระดูก เธอจูงลูกน้อยคนละมือ เด็กทั้งสองก็ไม่ได้สวมเสื้อผ้าหนาอะไรนัก แก้มของพวกเขาแดงก่ำเพราะความเย็นจัดในช่วงฤดูหนาว ผิวหนังแตกเป็นร่อง พวกเขาตัวสั่น งอไหล่ เดินตามแม่กลับบ้าน ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง
เด็กๆ ยังเล็กมาก แต่เฉินชิงอี๋ผอมบางราวกับแผ่นกระดาษ ลมพัดแรงๆ ก็อาจจะปลิวได้ เดินยังโซเซแทบไม่มีแรง จะให้เธออุ้มลูกได้อย่างไร โชคดีที่เด็กทั้งสองไม่ได้ร้องงอแงให้อุ้ม ทั้งที่อายุเพียงสามขวบ พวกเขาเดินตามแม่กลับบ้าน จับมือกันแน่น ไม่ปริปากบ่นว่าเหนื่อย
สภาพของแม่ลูกคู่นี้ดูไม่ต่างอะไรจากผู้ลี้ภัย
หวังเหม่ยหลานเดินไปด้วยกัน เอามือซุกไว้ในแขนเสื้อ คอยปลอบใจตลอดทาง “สะใภ้จวิ้นเหวิน อย่าคิดสั้นอีกเลยนะ ดูสิว่าลูกๆ ของเธอเข้าใจความมากขนาดไหน เด็กดีๆ อย่างนี้ เธอจะทิ้งพวกเขาไปได้อย่างไร?”
เธอกล่าวต่อ “แม่สามีของเธออาจจะใจร้ายไปบ้าง แต่ถ้าทนไม่ไหวจริงๆ เธอก็ลองไปปรึกษาสหพันธ์สตรีดูสิ ยังไงก็ต้องหาทางออกให้ได้” เธอถอนหายใจแล้วพูดอีกว่า “สามีเธอจากไปแล้ว โรงงานก็ต้องมีคำอธิบายสิ จะให้การเสียสละเพื่อความถูกต้องของเขาจบลงแบบนั้นได้ยังไง? ถ้าเขาไม่ได้ไปจับโจร เขาจะถูกแทงได้อย่างไร? แล้วก็ตำแหน่งงานของสามีเธอ เธอก็ต้องรักษาเอาไว้นะ นั่นเป็นสิ่งที่สามีเธอทิ้งไว้ให้ จะให้แม่สามีเธอไปยกให้หลานชายของญาติทางฝั่งบ้านเขาไม่ได้เด็ดขาด...” หวังเหม่ยหลานพร่ำพรรณนาไม่หยุด แต่เธอก็หวังดี
ทุกคำพูดล้วนแต่เป็นการเป็นห่วงเป็นใยเธอ เฉินชิงอี๋ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง พลางรำลึกถึง “เรื่องราวในอดีต” ของตัวเอง เธอรู้ดีว่าความกังวลของหวังเหม่ยหลานนั้นมีเหตุผล แม่สามีของเธอน่ะไม่ใช่คนที่จะคบหาด้วยได้ง่ายๆ
ป้าแกชอบอาละวาดโวยวาย ร้องรำทำเพลง สั่งสอนสั่งการ ด้วยฝีมือการเป็นแม่ผัวจอมโหด ทำให้ชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วหลายตรอกซอย แม้แต่หมาข้างถนนยังโดนแกเตะ เป็นที่รู้กันดีในนาม “จ้าวหู่ผอ” (ป้าเสือจ้าว) ยายแก่คนนี้ไม่เพียงแต่ใจร้ายกับคนนอกเท่านั้น แต่กับคนในครอบครัวก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
โดยเฉพาะกับลูกสะใภ้ที่ไม่ถูกใจคนนี้ แค่ป้าแกพับแขนเสื้อขึ้น เธอก็จะเห็นรอยเขียวช้ำที่ถูกแกบีบไว้
เธอรู้มาว่าความปรารถนาสูงสุดของยายแก่ก็คือการให้ลูกชายหย่ากับลูกสะใภ้ “ตัวซวย” แล้วแต่งงานใหม่กับสาวบริสุทธิ์สักคนเพื่อคลอดลูกชายอ้วนท้วนสมบูรณ์มาสืบสกุล ดังนั้นแม้ว่าเฉินชิงอี๋จะให้กำเนิดลูกแฝด ยายแก่ก็ไม่เคยชายตามอง ไม่เคยสนใจ ไม่เคยเห็นเป็นคนในครอบครัว
ป้าแกคิดว่าต่อไปป้าแกก็ยังมีหลานชายคนอื่นได้ เรื่องนี้ไม่สำคัญ
เฉินชิงอี๋รำลึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น รู้สึกเพียงว่าขมับของเธอกระตุกเป็นจังหวะ เธอไม่เคยเจอคุณยายที่ใจร้าย โหดเหี้ยม และไร้เหตุผลขนาดนี้มาก่อน
“สะใภ้จวิ้นเหวิน สะใภ้จวิ้นเหวิน...” หวังเหม่ยหลานเห็นเธอเหม่อลอย จึงเรียกเธอ
เฉินชิงอี๋ “พี่หวัง มีอะไรเหรอคะ?” หวังเหม่ยหลานมองสีหน้าเลื่อนลอยของเธอแล้วถอนหายใจ “ถึงแล้ว” เธอมองลูกสะใภ้ที่น่าสงสารคนนี้ด้วยความเห็นใจอีกครั้ง แล้วพูดว่า “กลับบ้านเถอะ” เฉินชิงอี๋เงยหน้ามองแวบหนึ่ง แล้วก็ก้มหน้าลง จูงลูกทั้งสองเดินเข้าไปในประตู นี่คือบ้านสี่ประสานขนาดใหญ่ห้าช่วง แต่ถึงจะเป็นห้าช่วง แต่ถึงจะเรียกว่าบ้านสี่ประสาน ที่จริงแล้วมันก็คือบ้านรวมขนาดใหญ่
ชาวเมืองหลวงสี่เก้ามีคำกล่าวเก่าแก่ว่า “ตะวันออกร่ำรวย ตะวันตกสูงศักดิ์ ใต้ขัดสน เหนือต่ำต้อย” พวกเขาอาศัยอยู่ทางใต้ของเมือง บ้านสี่ประสานขนาดใหญ่ห้าช่วงนี้ ในสมัยสังคมเก่าก่อนเคยเป็นที่ทำการของสมาคมแบกหาม ต่อมาเมื่อประชาชนเป็นใหญ่เป็นโต จึงถูกแบ่งให้กับคนงานในโรงงานเครื่องจักร
หวังเหม่ยหลานอาศัยอยู่ในลานด้านหน้า เดินเข้าไปในลานแล้วเลี้ยวก็ถึงบ้าน แม้ว่าจะช่วยเหลือกันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อยากไปยุ่งกับจ้าวหู่ผอ
บ้านของเฉินชิงอี๋อยู่ในลานที่สอง ครอบครองห้องด้านข้างทางขวามือห้องหนึ่ง ขนาดประมาณ 20 กว่าตารางเมตร ไม่ถึง 30 ด้วยซ้ำ ยังแบ่งพื้นที่ด้านนอกเป็นห้องครัวเล็กๆ ครอบครัวทั้งหมดอาศัยอยู่บนแคร่ เฉินชิงอี๋เพิ่งจะมาที่นี่เป็นครั้งแรก แต่ความทรงจำกลับฝังแน่นอยู่ในกระดูก เธอจูงลูกๆ เข้าไปในลานที่สอง มาถึงหน้าบ้าน ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ทุกบ้านกำลังทำอาหาร ได้ยินว่าลูกสะใภ้บ้านหลินกลับมาแล้ว ต่างก็ยื่นหน้าออกมามอง
เฉินชิงอี๋ไม่สนใจสายตาของคนอื่น เปิดประตูห้อง...เอี๊ยด
ประตูเปิดออก เฉินชิงอี๋ชะงักไปในทันที
ใช่แล้ว ชะงักไปเลย!
แม่สามีของเธอ คุณยายจ้าว ที่เอาแต่จะตายให้ได้เพราะลูกชายตาย กำลังนั่งยองๆ อยู่ข้างเตา ถือไก่ย่างแทะ มือและหน้าเต็มไปด้วยน้ำมัน เฉินชิงอี๋: “…” คุณยายจ้าว: “…” ไม่นานคุณยายจ้าวก็เปิดปากด่า “แกมันตัวซวย กลับมาทำไม! ทำไมแกไม่ตายไปซะข้างนอก! แกมันตัวซวย! แกยังกินยาเบื่อหนูอีก แกขู่ใครกัน? ยังไง? แม่แก่คนนี้กลัวเหรอ? ฉันบอกแกนะ บ้านหลังนี้เป็นของลูกชายฉัน งานก็เป็นของลูกชายฉัน แกไสหัวไปซะ ที่นี่ไม่มีที่ให้แกอยู่ พาไอ้ลูกไม่รักดีของแกไปให้พ้น ถ้าไม่ใช่เพราะแกมันตัวซวย ลูกชายฉันคงยังอยู่ดี! แกมันคนต่ำช้า! ลูกฉันเอ๊ย ทำไมแกถึงหลงใหลยัยตัวซวยนี่ได้ลงคอ! ดูสิว่าแกมันทำให้คนตายไปกี่คนแล้ว! แกมันทำร้ายตัวเองชัดๆ!” คุณยายแก่ร้องรำทำเพลง ยิ่งด่ายิ่งโกรธ พุ่งเข้ามาจะตบ เฉินชิงอี๋หลบได้หวุดหวิด
คุณยายแก่ชะงักไป ไม่คิดว่าเธอจะกล้าหลบ ยิ่งโกรธจัด ตาแดงก่ำ พุ่งเข้ามา คว้าผมของเฉินชิงอี๋ ตบหน้าสองฉาด แล้วด่าว่า “แกมันคนสำส่อน กล้าดียังไงมาหลบ! ดูสิว่าฉันจะไม่ตีแกให้ตาย!” เฉินชิงอี๋แต่เดิมก็ไม่มีแรงอยู่แล้ว ชั่วขณะประมาทจึงโดนตบ รู้สึกว่าสมองมึนงง ดวงตาพร่าพราย
“แม่จ๋า อย่าตีแม่...” เด็กน้อยร้องไห้ออกมาเบาๆ ไม่รู้ว่าร้องไห้ไปเท่าไหร่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เสียงของเด็กๆ แหบแห้ง ราวกับลูกแมวตัวน้อย
“ได้โปรด อย่าตีแม่...” เด็กทั้งสองร้องไห้อย่างน่าเวทนา เฉินชิงอี๋กลัวว่าลูกจะได้รับบาดเจ็บ จึงออกแรงผลัก ดึงคุณยายจ้าวออกไป กอดลูกไว้แน่น แล้วโดนคุณยายแก่เตะเข้าให้อีกสองที เฉินชิงอี๋กำหมัดแน่น จนข้อนิ้วดังกรอด
เห็นหวังเหม่ยหลานจากลานด้านหน้าเดินมา เธอพยุงตัวเองลุกขึ้น ยืนขึ้นเสียงดัง “พี่หวัง ช่วยดูแลลูกให้ฉันหน่อย” หวังเหม่ยหลาน “หา?” เฉินชิงอี๋สั่นเทา “ช่วยดูแลให้ฉันสักครู่...” เธอไม่สนใจแม่สามีที่ยังคงทุบตีเธออยู่ พร้อมกับด่าทอด้วยคำหยาบคายสารพัด กล่าวว่า “ฉันขอคุยกับแม่สามีตามลำพัง” เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ “แค่ครู่เดียว” หวังเหม่ยหลานขยับริมฝีปาก อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “ตกลง” “แม่จ๋า หนูไม่ไป หนูไม่ไป...” “ไม่ไป ไม่ไป...” เฉินชิงอี๋พูดอย่างจริงจัง “แม่มีเรื่องจะคุยกับคุณย่า พวกหนูรอแม่สักครู่นะ เดี๋ยวแม่จะไปรับ” เธอไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ผลักลูกทั้งสองออกไป ปิดประตูลงทันที แล้วลงกลอนจากข้างใน
คนที่อยู่ข้างนอกต่างก็พากันออกมา ทุกคนต่างก็แนบหูฟังที่ประตู ใครที่เบียดไม่ได้ก็พยายามเข้ามาใกล้ๆ
“แม่จ๋า หนูจะเอาแม่...” เด็กน้อยร้องไห้ออกมา คนหนึ่งร้อง อีกคนก็ร้องตาม หวังเหม่ยหลานเม้มปาก ถอนหายใจ แล้วถอยหลังไปก้าวหนึ่ง อุ้มเด็กๆ ไว้ “อย่าร้อง อย่าร้อง ป้าหวังพาพวกหนูไปกินข้าวที่บ้าน” “แม่จ๋า หนูจะเอาแม่...” “จะเอาแม่...” หวังเหม่ยหลานใจแข็ง ไม่สนใจเฉินชิงอี๋ อุ้มเด็กๆ เดินจากไป เด็กทั้งสองร้องไห้เสียงดังขึ้น แต่เฉินชิงอี๋ในบ้านเหมือนจะไม่ได้ยิน
ทันทีที่เฉินชิงอี๋ปิดประตูลง ฝ่ามือของคุณยายจ้าวก็กำลังจะตบลงมา “แกมันคนสำส่อน ทำไม แกคิดว่า...” เฉินชิงอี๋คว้าข้อมือของคุณยายจ้าวไว้ เธอผอมบางไม่มีแรง เพราะกินไม่ค่อยได้ แต่กลับมีสัญชาตญาณจากชาติก่อน เธอเตะไปที่ตำแหน่งหัวเข่าของยายแก่
ตุบ!
ร่างของคุณยายแก่ร่วงลงไปกองกับพื้น
เฉินชิงอี๋รู้ว่าตอนนี้ตัวเองยังไม่มีแรง ดังนั้นเธอจึงไม่รอช้า ไม่รอให้ยายแก่ลุกขึ้นได้ ก็คร่อมร่างยายแก่ไว้ ยกมือขึ้นสุดแรง “เพี๊ยะ!” ตบหน้าอย่างแรง
“อ๊ะ แกกล้า...ฮือๆๆๆ...” เฉินชิงอี๋เอาผ้าขี้ริ้วสกปรกจากเตา ยัดเข้าไปในปากของยายแก่ทันที กลัวว่ายังไม่พอ เธอหันกลับไปดึงรองเท้าของยายแก่ ถอดถุงเท้าเหม็นๆ ยัดเข้าไปในปากของยายแก่
คุณยายจ้าว “โอ้ก...” เกือบสำลักตาย!
เฉินชิงอี๋คว้าเอารองเท้าเหม็นๆ ในมือ ตบไปที่หน้าของยายแก่ทันที เพี๊ยะๆๆๆ!
ในบ้านมีเสียงตบดังออกมา ผู้คนข้างนอกต่างมองหน้ากัน หลายคนทนไม่ไหวแล้ว ร้องบอก “คุณป้าจ้าว ตอนนี้มันยุคใหม่แล้วนะ ป้าจะมาตีเมียไม่ได้นะ!” “ใช่แล้ว ป้าทำแบบนี้ตลอด เดี๋ยวก็มีคนตายหรอก!” “รีบเปิดประตู ปล่อยลูกสะใภ้ป้าออกมาเถอะ...” “คุณป้าจ้าว ป้าทำแบบนี้จะไปตอบจวิ้นเหวินได้ยังไง จวิ้นเหวินเพิ่งจากไป ป้าก็มารังแกลูกสะใภ้เขาแล้ว...” “ต้องไปหาสหพันธ์สตรี ให้สหพันธ์สตรีมาจัดการยายแก่คนนี้ซะ คนอะไรไม่รู้!” “เวรกรรม!” เสียงประณามจากข้างนอกดังระงม คุณยายจ้าวโกรธจนแทบคลั่ง
ให้ตายสิ ให้ตายๆๆๆ!
คนที่โดนตือคือป้าต่างหาก!
ป้าพยายามจะดิ้นให้หลุด แต่เฉินชิงอี๋นั่งอยู่บนร่างของคุณยายจ้าว สองขาคร่อมขาของแกไว้ คุณยายจ้าวแต่เดิมคิดว่าลูกสะใภ้ผอมแห้งแรงน้อย เดี๋ยวก็ดิ้นหลุด แต่ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะพยายามแทบตายก็ยังดิ้นไม่หลุด ขาของคนคนนี้เหมือนคีม
เพี๊ยะๆๆๆ!
พื้นรองเท้าตบลงบนใบหน้าของคุณยายจ้าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใช้แรงทั้งหมดที่มี คุณยายจ้าวพยายามดิ้นให้หลุด แต่เฉินชิงอี๋จ้องยายแก่เขม็ง ไม่พูดอะไรสักคำ ไม่ให้ยายแก่พูดอะไรสักคำ มือก็ตบเหมือนขึ้นลาน ไม่หยุดเลยสักนิด!
ตบไปยี่สิบสามสิบทีได้ หน้าของยายแก่บวมเป่ง จนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ตบจนยายแก่ไม่มีเรี่ยวแรงจะดิ้น ร่างกายสั่นเทิ้มเหมือนหมูที่รอการเชือด ดิ้นไม่หลุด หอบหายใจ... เฉินชิงอี๋สั่นคลอนลุกขึ้น กดมือของยายแก่ไว้ด้านหลัง ดึงเข็มขัดกางเกงของยายแก่ มัดมือของแกไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งมัดไว้ที่ข้อเท้า ทำให้ทั้งร่างบิดไปข้างหลัง ถูกมัดไขว้หลัง
“อูๆๆๆ~” คุณยายจ้าวโดนตีจนมึนไปหมด แกไม่เคยเห็นเฉินชิงอี๋อาละวาดขนาดนี้มาก่อน
ตั้งแต่ลูกสะใภ้คนนี้เข้ามาในบ้าน แกก็เหยียบย่ำไว้ใต้ฝ่าเท้า แม้ว่าลูกชายจะปกป้องยัยจิ้งจอกนี่ แต่แกก็ไม่ใช่คนที่ยืนหยัดได้ ตราบใดที่ลูกชายไปทำงาน แกก็สามารถจัดการยัยคนต่ำช้านี่ได้ในพริบตา ใช้ให้ทำงานหนักแทบขาดใจก็ไม่เกินไป
คุณยายจ้าวก็ไม่ได้คิดจะไล่เฉินชิงอี๋ออกไปจริงๆ หรอก ถ้าไล่ออกไปแล้ว ใครจะทำงานให้? ลูกชายตายไปแล้ว แกก็ยังต้องการหลานชาย แล้วจะให้คนแก่อย่างแกดูแลเองเหรอ? ที่ทำอยู่ตอนนี้ก็แค่ใช้ลูกๆ มาควบคุมผู้หญิงคนนี้ ให้ทำงานหนักเพื่อครอบครัวเท่านั้น
ลูกชายตายไปแล้ว ถ้าแกไม่จัดการยัยคนต่ำช้าให้ราบคาบ แล้วต่อไปแกไม่เชื่อฟังจะทำยังไง!
แต่แกไม่เคยคิดเลยว่าไอ้คนถูกเหยียบย่ำไว้ใต้ฝ่าเท้ามาตลอดจะกล้าต่อต้าน! แกดิ้นไม่หยุด พยายามส่งเสียงอู้อี้ออกมา คุณยายจ้าวมองเฉินชิงอี๋ด้วยความโกรธ
ไม่รีบปล่อยแกไปอีก! กบฏแล้ว
ถ้าสำนึกได้ก็รีบปล่อยไป ไม่งั้นแกไม่ไว้หน้ายัยคนต่ำช้านี่แน่
ปล่อย! แกปล่อยแกนะ!
แกไม่ไว้หน้าแกแน่!
แกขู่เฉินชิงอี๋ด้วยสายตา
เฉินชิงอี๋เห็นว่าแกยังโวยวายอยู่ ก็หยิบรองเท้าเหม็นๆ ตบลงไปอีกครั้ง ตบไปอีกยี่สิบกว่าทีได้ คุณยายจ้าวรู้สึกแต่ว่าในปากเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
เฉินชิงอี๋มองคุณยายจ้าวลึกๆ ยังคงไม่พูดอะไรสักคำ ลุกขึ้นเตะไปที่ท้องของแก หนึ่งที สองที สามที...
คุณยายจ้ารู้สึกเจ็บไปทั้งตัว ดิ้นไม่หลุด สายตาค่อยๆ เต็มไปด้วยความหวาดกลัว...
แกเกลียดเธอเข้ากระดูกดำแล้ว!
เธอจะตายไหม!
เฉินชิงอี๋เตะไปหลายที ในที่สุดก็หยุด มองคุณยายจ้าวอย่างเงียบๆ แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะเบาๆ หันหลังกลับไปเริ่มลับมีด...ฝืดๆๆๆ เสียงมีดทื่อเสียดแทงแก้วหูเป็นพิเศษ
คุณยายจ้าวโดนตีจนฟันสั่น คนก็ยิ่งสั่น ตอนนี้แกถึงได้รู้ว่ากลัวแล้ว เสียงลับมีดที่บาดหูนั้นดังต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ดังขึ้น แกก็จะสั่นสะท้าน มองเฉินชิงอี๋อีกครั้ง ก็เห็นว่าแววตาของเธอดำมืด น่ากลัว คุณยายจ้าวสบตากับแววตาคู่นั้นเพียงแวบเดียว ก็รู้สึกหนาวไปทั้งตัว ขนลุกซู่ขึ้นมาทันที
แกมองเฉินชิงอี๋ด้วยความหวาดกลัว น้ำตาไหลพราก น้ำมูกยืดเยิ้มไปหมด พร้อมกับเสียงลับมีดที่ดังขึ้นเรื่อยๆ
กลิ่นคาวคลุ้งกระจายออกมา
คุณยายจ้าว ฉี่ราด...
ข้างนอกประตูมีเสียงทุบประตู “คุณป้าจ้าว ผมเตือนนะ ฆ่าคนมันผิดกฎหมายนะ! ป้าลับมีดทำไม!” “ใช่แล้ว รีบเปิดประตู!” “เปิดประตู เปิดประตู...”