ตอนที่ 11

***บทที่ 11: โจรป่าดักปล้น***

ท่ามกลางความเงียบสงัดของพงไพรที่เยือกเย็น เสียงใบไม้แห้งเสียดสีกันดังสวบสาบแว่วมาตามลม กลิ่นอายสังหารที่เบาบางทว่าแหลมคมพุ่งตรงเข้ามากระทบประสาทสัมผัส ซูเหยียนที่นั่งอยู่ภายในรถม้าขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงขณะที่เบื้องหน้าของนางปรากฏหน้าจอเสมือนจริงสีฟ้าอ่อนซึ่งมีเพียงนางเท่านั้นที่มองเห็น

[ตรวจพบสิ่งมีชีวิตที่มีเจตนาประทุษร้าย... จำนวนสามสิบสองคน ระยะห่างหนึ่งร้อยเมตร... ทิศตะวันตกเฉียงเหนือสิบห้าคน ทิศตะวันออกเฉียงใต้สิบเจ็ดคน...] เสียงเรียบเฉยของระบบปัญญาประดิษฐ์ดังขึ้นในโสตประสาทของนาง

"โม่ไป๋!" ซูเหยียนกระซิบเรียกเสียงเครียด "บอกท่านเจ้าเทียนสง ระวังทิศตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันออกเฉียงใต้ พวกมันล้อมเราไว้หมดแล้ว!"

โม่ไป๋ที่คอยระแวดระวังอยู่ด้านนอกรถม้าชะงักไปเล็กน้อย แม้เขาจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ แต่ความแม่นยำในทิศทางที่ซูเหยียนบอกนั้นกลับชัดเจนจนน่าตกใจ เขาไม่เสียเวลาซักถามรีบพุ่งกายไปกระซิบบอกเจ้าเทียนสงทันที ทันใดนั้นเอง เสียงหวีดหวิวของลูกธนูก็พุ่งแหวกอากาศออกมาจากพุ่มไม้รกชัฏ!

"หมอบลง! ป้องกันรถม้าและสินค้า!" เสียงตวาดของเจ้าเทียนสงดังกึกก้อง เหล่าผู้คุ้มภัยต่างชักดาบออกจากฝัก ประกายโลหะสะท้อนแสงแดดรำไรดูน่าเกรงขาม

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

เสียงศาสตราปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วหุบเขา กลุ่มชายฉกรรจ์สวมชุดรัดกุมปกปิดใบหน้าพุ่งตัวออกมาจากเงามืดราวกับภูตผี พวกมันคือโจรป่าที่ดักซุ่มรอเหยื่อมานานวัน การโจมตีประสานกันอย่างเป็นระบบแสดงให้เห็นว่าพวกมันมิใช่โจรป่าธรรมดา

ภายในรถม้า เซียวหยวนพยายามพยุงกายที่ยังอ่อนแรงขึ้นนั่ง ดวงตาคมกริบของเขามองผ่านม่านที่สั่นไหวออกไปภายนอก แม้พิษสลายกระดูกจะยังไม่ถูกกำจัดไปจนหมดสิ้น แต่สัญชาตญาณแม่ทัพของเขายังคงเต็มเปี่ยม เขามองเห็นซูเหยียนที่ดูสงบนิ่งเกินกว่าสตรีในห้องหือทั่วไป นางมิได้ตื่นตระหนกหรือร้องไห้ฟูมฟาย ทว่ากลับมีท่าทีราวกับกำลังประเมินสถานการณ์อย่างเยือกเย็น

"โม่ไป๋ ทิศตะวันออกเฉียงใต้สามคน กำลังอ้อมไปทางท้ายขบวน!" ซูเหยียนตะโกนบอกตำแหน่งอย่างแม่นยำราวกับตาเห็น

โม่ไป๋วาดกระบี่เป็นวงโค้ง ปลิดชีพโจรที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปจัดการตามทิศทางที่นางบอก ทุกครั้งที่ซูเหยียนเอ่ยปาก จะต้องมีศัตรูถูกกำจัดลงเสมอ ความแม่นยำนี้ทำให้เหล่าผู้คุ้มภัยเริ่มมีความหวัง แต่จำนวนโจรที่มากกว่าหลายเท่าเริ่มทำให้ขบวนผู้คุ้มภัยตกเป็นรอง

"หัวหน้าของพวกมันอยู่บนหน้าผาหินทางทิศสิบสองนาฬิกา... ไม่ใช่ ทิศตรงหน้าเราพอดี!" ซูเหยียนพึมพำกับตนเอง นางเห็นภาพขยายจากระบบที่ระบุตัวชายร่างยักษ์ผู้ถือธนูยาวกำลังเล็งเป้ามาที่เจ้าเทียนสง

หากเจ้าเทียนสงล้มลง ขบวนนี้ย่อมแตกพ่าย และพวกนางก็คงไม่รอด!

ซูเหยียนตัดสินใจในเสี้ยววินาที นางอาศัยจังหวะที่โม่ไป๋กำลังพัวพันกับการต่อสู้ และเซียวหยวนที่กำลังขยับกายอย่างยากลำบาก ล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อกว้าง ทว่าความจริงคือนางดึงเอา 'หน้าไม้กลขนาดเล็ก' ที่ถูกออกแบบมาอย่างวิจิตรจากมิติลับออกมา มันเป็นอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงและเงียบเชียบ

นางชะโงกกายออกไปที่หน้าต่างรถม้าเพียงเล็กน้อย ปรับศูนย์เล็งด้วยความช่วยเหลือจากระบบประมวลผลที่คำนวณทิศทางลมและความเร็วให้เสร็จสรรพ

"เจ้าจะทำอะไร?" เสียงทุ้มต่ำของเซียวหยวนดังขึ้นข้างหู เขาจ้องมองอาวุธประหลาดในมือนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความฉงนทึ่ง

"ขจัดภัยพาลเจ้าค่ะ" ซูเหยียนตอบสั้นๆ นิ้วเรียวงามกดไกหน้าไม้อย่างมั่นคง

ฟุ่บ!

ลูกศรเหล็กกล้าขนาดเล็กพุ่งแหวกอากาศไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ มันพุ่งตรงเข้าหาหัวหน้าโจรป่าที่กำลังจะปล่อยลูกธนูใส่เจ้าเทียนสง ลูกศรนั้นปักเข้าที่หัวไหล่หนาอย่างแม่นยำจนร่างยักษ์เกือบร่วงหล่นจากหน้าผา เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นไปทั่วบริเวณ

"หัวหน้าบาดเจ็บ! ถอยก่อน! ถอย!" เสียงโจรป่าคนหนึ่งตะโกนขึ้น เมื่อเห็นผู้นำเสียท่าและทิศทางการซุ่มโจมตีถูกอ่านออกหมดสิ้น พวกมันจึงเริ่มถอยร่นเข้าไปในป่าลึกอย่างรวดเร็ว

ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของเหล่าผู้คุ้มภัยและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง เจ้าเทียนสงปาดเลือดบนใบหน้า พลางหันมามองทางรถม้าของซูเหยียนด้วยความรู้สึกขอบคุณปนสงสัย

ทว่าภายในรถม้า บรรยากาศกลับตึงเครียดขึ้นมาอย่างประหลาด ซูเหยียนรีบเก็บหน้าไม้เข้ามิติลับอย่างรวดเร็ว แต่นางก็รู้ดีว่าไม่ทันเสียแล้ว เซียวหยวนยังคงจับจ้องนางอยู่ สายตาของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยนเหมือนสามีมองภรรยา แต่มันคือสายตาของนักรบที่กำลังประเมิน 'ตัวอันตราย'

"ความแม่นยำระดับนี้... แม้แต่ทหารเอกในกองทัพของข้ายังทำได้ยาก" เซียวหยวนเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากดดัน "คุณหนูใหญ่ตระกูลซูผู้แสนอ่อนแอ เหตุใดจึงมีทักษะการต่อสู้และอาวุธที่พิสดารเช่นนี้ซ่อนอยู่กันแน่?"

ซูเหยียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นรัวแรงภายใต้ท่าทีที่พยายามรักษาความสงบ นางรู้ดีว่าคำถามนี้มิอาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ความสงสัยของเซียวหยวน]**