ตอนที่ 15
***บทที่ 15: ผ่าตัดฉุกเฉิน***
ท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำรุนแรงดุจคมมีดน้ำแข็งกรีดแทงผิวหนัง เสียงลมหวีดหวิวสอดประสานกับเสียงโหยหวนของเหล่านักฆ่าที่เบื้องหลัง ทว่าเบื้องหน้าของซูเหยียนกลับเป็นความมืดมิดของหน้าผาสูงชัน นางกัดฟันกรอด สองมือกำชายเสื้อของเซียวหยวนและโม่ไป๋แน่น ร่างกายที่เคยบอบบางกลับสำแดงพลังแฝงอย่างน่าประหลาดภายใต้สถานการณ์บีบคั้น
“ระบบ! ค้นหาที่หลบภัยที่ใกล้ที่สุด!” นางตะโกนก้องในใจ
*‘ตรวจพบโพรงถ้ำหินปูนห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือสามสิบก้าว สภาพอากาศภายในคงที่พอสำหรับการปฐมพยาบาล’* เสียงเรียบเฉยของระบบปัญญาประดิษฐ์ดังขึ้นในโสตประสาท พร้อมกับภาพจำลองเส้นทางที่ปรากฏชัดในดวงตาของนาง
ซูเหยียนพยุงร่างของชายทั้งสองฝ่ากำแพงหิมะที่หนาถึงเข่า จนกระทั่งพบปากถ้ำที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาม นางลากร่างของโม่ไป๋ที่บัดนี้ลมหายใจรินรนดุจเทียนเล่มน้อยท่ามกลางลมพายุเข้าไปด้านใน ตามด้วยเซียวหยวนที่ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณที่คับแคบ
“โม่ไป๋... เจ้าต้องไม่ตาย...” ซูเหยียนเอ่ยพึมพำขณะตรวจดูบาดแผล แผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังของโม่ไป๋ลึกจนเห็นกระดูก เลือดสีแดงฉานยังคงไหลซึมไม่หยุด เซียวหยวนพยายามจะพยุงกายขึ้นมอง ทว่าดวงตาของเขาพร่ามัวเกินกว่าจะทำสิ่งใดได้
“เจ้า... เจ้าจะทำสิ่งใด...” เสียงของเซียวหยวนแหบพร่า
ซูเหยียนหันกลับมามองเขาด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว “หม่อมฉันต้องช่วยเขา และท่านเองก็ต้องพักผ่อน หลับเสียเถิดเพคะ”
นางไม่ได้รอคำอนุญาต มือเรียวบางหยิบเข็มยาสลบขนาดเล็กที่ดึงออกมาจากมิติลับในชั่วพริบตา ปักลงที่จุดท้ายทอยของเซียวหยวนอย่างแม่นยำ ร่างของอ๋องหนุ่มทรุดฮวบลงสู่ความห้วงนิทราทันที จากนั้นนางจึงหันมาหาโม่ไป๋ที่สติหลุดลอยไปแล้ว นางจัดการฉีดยาสลบและยาชาเฉพาะจุดให้เขาเพื่อเตรียมการขั้นเด็ดขาด
เมื่อมั่นใจว่าไม่มีผู้ใดเห็น ซูเหยียนจึงเรียกใช้พลังแห่งมิติลับ แสงสีขาวนวลตาห่อหุ้มร่างของนางและโม่ไป๋ไว้ ก่อนที่ทั้งคู่จะหายวับไปจากถ้ำที่หนาวเหน็บ เข้าสู่ห้องผ่าตัดที่ขาวสะอาดและเต็มไปด้วยเครื่องมือแพทย์ทันสมัยล้ำยุค
*‘คำเตือน: สัญญาณชีพของผู้ป่วยต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ ความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็ว โปรดทำการห้ามเลือดและเย็บแผลทันที’* ระบบ AI รายงานขณะที่ภาพโฮโลแกรมแสดงแผนผังร่างกายของโม่ไป๋ลอยอยู่ตรงหน้า
ซูเหยียนไม่รอช้า นางสลัดคราบสตรีผู้อ่อนแอทิ้งไป บัดนี้นางคือศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้ช่ำชอง นางสวมถุงมือยางปลอดเชื้อ หยิบมีดผ่าตัดเหล็กกล้าไร้สนิมที่วาววับสะท้อนแสงไฟแอลอีดีขึ้นมา คมมีดกรีดลงบนเนื้อที่ตายด้านเพื่อเปิดปากแผลให้เรียบร้อย เสียงเครื่องตรวจวัดชีพจรดังก้องเป็นจังหวะสม่ำเสมอในห้องที่ตัดขาดจากโลกภายนอก
“คีมหนีบหลอดเลือด!” นางสั่งการ และระบบ AI ก็ใช้แขนกลส่งเครื่องมือให้ถึงมืออย่างแม่นยำ
นี่เป็นครั้งแรกที่นางนำเครื่องมือแพทย์สมัยใหม่เหล่านี้ออกมาใช้งานในโลกใบนี้ ความรู้สึกคุ้นชินของโลหะที่เย็นเฉียบในมือนำพาความมั่นใจกลับคืนมา ซูเหยียนบรรจงเย็บหลอดเลือดที่ฉีกขาดด้วยเส้นไหมละลายเบอร์เล็กที่สุด ก่อนจะเริ่มเย็บกล้ามเนื้อชั้นในอย่างประณีตทีละชั้น ทักษะที่นางสั่งสมมานานถูกถ่ายทอดผ่านปลายนิ้ว ทุกฝีเข็มเต็มไปด้วยความแม่นยำราวกับงานศิลปะชั้นยอด
*‘สภาวะร่างกายคงที่ อัตราการเต้นของหัวใจเริ่มกลับสู่สภาวะปกติ’* ระบบรายงานผลหลังจากผ่านไปร่วมสองชั่วยาม
ซูเหยียนปาดเหงื่อบนหน้าผาก แต้มยาฆ่าเชื้อชนิดเข้มข้นลงบนแผลและปิดด้วยผ้าก๊อซสะอาด นางมองดูโม่ไป๋ที่บัดนี้มีสีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างแล้วด้วยความโล่งอก ก่อนจะนำร่างของเขากลับออกมายังถ้ำหินปูนดังเดิม
พายุข้างนอกยังคงไม่สงบ ซูเหยียนจัดท่าทางให้โม่ไป๋นอนในท่าที่สบายที่สุด และหันมาดูเซียวหยวนที่ยังคงหลับใหลเพราะฤทธิ์ยา นางนั่งลงข้างกองไฟที่นางเพิ่งจุดขึ้นจากเศษกิ่งไม้แห้งในมิติลับ แสงไฟสลัวอาบไล้ใบหน้าของนางให้ดูลึกลับและเปี่ยมไปด้วยปริศนา
ในขณะที่นางกำลังตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องพันแผลสมัยใหม่ที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดผ้าหยาบของโม่ไป๋นั้นเอง นิ้วมือของเซียวหยวนที่วางอยู่บนพื้นหินกลับขยับน้อยๆ เปลือกตาของเขาเริ่มสั่นไหวราวกับกำลังจะฟื้นคืนจากมนต์สะกด ซูเหยียนรีบเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างเข้ามิติลับในเสี้ยววินาที
ทว่าดวงตาคมปลาบของอ๋องหนุ่มที่ลืมขึ้นมานั้น กลับจับจ้องไปยังขวดยาแก้วใสขนาดเล็กที่นางทำตกไว้ข้างกาย และกลิ่นแปลกประหลาดที่ไม่เหมือนสมุนไพรใดในแผ่นดินต้าฉู่ที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ความลับที่ถูกปิดบัง]**