ตอนที่ 16

***บทที่ 16: ความลับที่ถูกปิดบัง***

ท่ามกลางความเงียบสงัดภายในถ้ำหินปูนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเย็นเยียบของเหมันตฤดู แสงไฟจากกองไฟดวงเล็กดิ้นรนต่อสู้กับความมืดมิดที่คืบคลานเข้ามา ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาคมปลาบของเซียวหยวนในยามที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมา มิใช่เปลวไฟที่สั่นไหว แต่กลับเป็นขวดยาแก้วใสขนาดเล็กที่ตกอยู่ข้างกายซูเหยียน มันสะท้อนแสงไฟเป็นประกายประหลาดตาที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิต ทั้งยังมีกลิ่นฉุนสะอาดอย่างที่มิใช่กลิ่นของยาสมุนไพรต้มหม้อใดในใต้หล้า

ซูเหยียนใจหายวาบ นางรีบวาดแขนเสื้อกว้างปกปิดขวดแก้วนั้นไว้ก่อนจะเก็บมันเข้าสู่มิติลับในชั่วพริบตา แต่นางรู้ดีว่าดวงตาประดุจเหยี่ยวของบุรุษผู้นี้มิอาจมองข้ามสิ่งใดไปได้โดยง่าย

"เจ้าตื่นแล้วหรือ?" นางแสร้งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามระงับจังหวะหัวใจที่เต้นรัว

เซียวหยวนไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขาค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ความเจ็บปวดจากพิษสลายกระดูกยังคงแล่นริ้วอยู่ในกาย แต่ความสงสัยในตัวสตรีตรงหน้านั้นมีมากกว่า เขาเบนสายตาไปที่ร่างของโม่ไป๋ที่นอนสงบนิ่งอยู่ไม่ไกล ก่อนจะขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นบาดแผลที่เคยฉกรรจ์จนแทบเห็นกระดูก บัดนี้กลับถูกพันด้วยผ้าสีขาวสะอาดตาอย่างประณีต

"เจ้าทำอะไรกับโม่ไป๋?" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังรู้สึกกดดัน

ซูเหยียนลอบถอนหายใจ ก่อนจะขยับตัวเข้าไปตรวจดูอาการของโม่ไป๋อีกครั้ง "ข้าเพียงแค่ห้ามเลือดและเย็บแผลให้เขา หากปล่อยไว้เช่นนั้น เขาคงมิอาจมีชีวิตอยู่จนถึงรุ่งสาง"

เซียวหยวนขยับกายเข้าไปใกล้ ร่างกายที่พิการมิได้ลดทอนความน่าเกรงขามของอดีตแม่ทัพใหญ่ลงเลยแม้แต่น้อย เมื่อเขาเปิดผ้าพันแผลออกดูเพียงเล็กน้อย ดวงตาของเขาก็พลันเบิกกว้างด้วยความตระหนก บนผิวเนื้อของโม่ไป๋มีเส้นไหมสีดำขนาดเล็กละเอียดเย็บตรึงบาดแผลไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ราวกับงานปักผ้าชั้นเลิศที่หาได้ยากยิ่ง แต่กลับดูแข็งแรงและแนบสนิทไปกับผิวหนังอย่างน่าอัศจรรย์

"วิชาแพทย์เช่นนี้... ข้าไม่เคยพบเห็นที่ใดมาก่อน แม้แต่หมอหลวงในวังก็มิอาจเย็บเนื้อหนังมนุษย์ได้ประณีตถึงเพียงนี้" เขาหันมาจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม "ซูเหยียน เจ้าเป็นใครกันแน่? คุณหนูใหญ่ตระกูลซูที่ข้ารู้จัก มิได้มีวิชาความรู้ลึกลับเช่นนี้"

ซูเหยียนเตรียมคำตอบไว้ในใจอยู่แล้ว นางตีสีหน้าโศกเศร้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย "ท่านอ๋องลืมไปแล้วหรือว่ามารดาของข้ามาจากตระกูลที่สืบทอดวิชาแพทย์ลับ นี่คือตำราแพทย์โบราณที่ตกทอดมาถึงข้าเพียงคนเดียว ข้ามิเคยบอกใครเพราะเกรงว่าจะถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด แต่วันนี้สถานการณ์คับขัน ข้าจึงมิอาจนิ่งดูดายปล่อยให้คนของท่านต้องตายไปต่อหน้า"

เซียวหยวนนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขารู้ดีว่านางโกหก ตระกูลเดิมของมารดานางเป็นเพียงขุนนางระดับล่าง มิได้มีประวัติเรื่องวิชาแพทย์พิสดารเช่นนี้ ทว่าเมื่อเขาสัมผัสที่ชีพจรของโม่ไป๋ กลับพบว่ามันเต้นมั่นคงและแข็งแรงขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ บาดแผลที่ควรจะอักเสบแดงกลับดูสมานตัวเร็วกว่าปกติจนผิดวิสัย

นั่นเป็นเพราะน้ำวิเศษจากบ่อน้ำในมิติลับที่ซูเหยียนแอบผสมให้โม่ไป๋ดื่มและใช้ล้างแผล พลังแห่งการฟื้นฟูที่ซ่อนอยู่ในน้ำนั้นกำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง

"ไม่ว่าเจ้าจะปกปิดสิ่งใดไว้..." เซียวหยวนเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด "แต่การที่เจ้าช่วยชีวิตโม่ไป๋ในครั้งนี้ ข้าขอขอบใจเจ้าจากใจจริง"

ความซาบซึ้งใจสายหนึ่งพาดผ่านดวงตาของอ๋องหนุ่ม แม้ความระแวงจะยังไม่หมดไป แต่ความซื่อสัตย์ที่นางมีต่อเขาในยามวิกฤตเริ่มหลอมละลายน้ำแข็งในใจของเขาลงทีละน้อย

ในขณะนั้นเอง ชุนเถาที่คอยเฝ้าอยู่ทางเข้าถ้ำก็เดินเข้ามารายงานด้วยท่าทางสั่นเทาจากความหนาว "คุณหนู ท่านอ๋อง พายุหิมะข้างนอกดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เจ้าค่ะ ข้าเกรงว่าเราคงมิอาจออกจากที่นี่ได้ในเร็ววัน"

ซูเหยียนพยักหน้าพลางมองออกไปนอกถ้ำที่ถูกปกคลุมด้วยสีขาวโพลน นางรู้ดีว่าปัญหาใหญ่ที่กำลังจะตามมามิใช่เพียงความหนาวเหน็บ แต่อาหารที่พวกเขามีเหลือน้อยเต็มทีและร่างกายที่อ่อนแอของทุกคนต้องการการบำรุงอย่างยิ่ง

นางหันกลับมาสบตากับเซียวหยวน เห็นเงาสะท้อนของกองไฟในดวงตาคมเข้มคู่นั้น ความลับที่นางเก็บซ่อนไว้ในมิติลับเริ่มหนักอึ้งขึ้นทุกที นางจะสามารถปกปิดตัวตนและสิ่งของล้ำค่าเหล่านี้ไปได้นานเพียงใด ในเมื่อบุรุษที่อยู่เบื้องหน้านี้นั้นเฉลียวฉลาดเกินกว่าที่ใครจะหลอกลวงได้

ทันใดนั้นเอง หูของเซียวหยวนพลันกระดิก เขาชูมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบเสียงลง

"มีคนกำลังมา..." เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ย่ำลงบนหิมะที่หนาเตอะดังแว่วมาจากทางเข้าถ้ำ ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของลมหนาว เสียงโซ่ตรวนที่ลากไปกับพื้นหินทำให้บรรยากาศพลันเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เสบียงขาดแคลน]**