ตอนที่ 17

***บทที่ 17: เสบียงขาดแคลน***

ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของลมพายุที่โหมกระหน่ำอยู่เบื้องนอกถ้ำ เสียงโซ่ตรวนที่ลากครูดกับพื้นหินดังใกล้เข้ามาทุกขณะ เซียวหยวนกระชับกระบี่ในมือแน่น ดวงตาคมปลาบดุจพยัคฆ์จับจ้องไปยังเงาดำที่วูบไหวผ่านม่านหิมะหนาทึบ ทว่าเมื่อเงาร่างนั้นปรากฏกายขึ้น กลับมิใช่ศัตรูที่น่าเกรงขามอย่างที่คิด แต่เป็นเพียงซากม้าศึกที่หนีตายมาจากขบวนไหนสักแห่ง ร่างของมันถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กที่ขาดวิ่น ลากไปตามทางก่อนจะสิ้นใจลงเพราะความหนาวเหน็บห่างจากปากถ้ำไปเพียงไม่กี่ก้าว

ความตึงเครียดในอากาศผ่อนคลายลงเพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัดยิ่งกว่าเดิม พายุหิมะด้านนอกทวีความรุนแรงขึ้นจนมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากสีขาวโพลน อุณหภูมิภายในถ้ำลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอขาว พลพรรคที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนต่างขดตัวเบียดเสียดกันเพื่อหาความอบอุ่น

"คุณหนู..." ชุนเถาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน มือเล็กๆ พยายามกอบโกยเศษฟืนที่เหลืออยู่น้อยนิดเข้าหากองไฟ "เสบียงที่เรามี... เหลือเพียงแป้งแห้งไม่กี่ก้อนเท่านั้นเจ้าค่ะ หากพายุยังไม่สงบเช่นนี้ ข้าเกรงว่า..."

ซูเหยียนมองไปยังโม่ไป๋ที่นอนใบหน้าซีดเซียว ร่างกายของเขาต้องการสารอาหารเพื่อฟื้นฟูบาดแผล และมองไปยังเซียวหยวนที่ยังคงนั่งสงบนิ่ง แม้ดวงตาของเขาจะแสดงถึงความอ่อนล้าแต่ยังคงความทระนงไว้ไม่เสื่อมคลาย นางรู้ดีว่าในสภาวะวิกฤตเช่นนี้ หากขาดเสบียงอาหารเพียงไม่กี่วัน ทุกคนย่อมมิอาจรอดพ้นเงื้อมมือของมัจจุราชแห่งเหมันต์ไปได้

"ข้าจะลองไปดูที่ท้ายถ้ำ เผื่อจะมีแหล่งน้ำหรือพืชพรรณที่พอจะประทังชีวิตได้" ซูเหยียนเอ่ยเสียงเรียบพลางลุกขึ้น

"อย่าไปไกลนัก" เซียวหยวนเอ่ยเตือน น้ำเสียงของเขามีร่องรอยของความห่วงใยที่ซ่อนไว้อย่างมิดชิด "ข้างในนั้นมืดและอาจมีอันตราย"

ซูเหยียนพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินหายเข้าไปในเงามืดของซอกหิน เมื่อพ้นจากสายตาของทุกคน นางจึงหยุดฝีเท้าและเรียกใช้สติสัมปชัญญะเชื่อมต่อกับระบบทันที

*'ระบบ เปิดใช้งานมิติลับส่วนตัวและเร่งเวลาการเพาะปลูกในโซนเกษตรกรรมด่วน'*

[รับทราบ ร่างต้นกำลังเข้าสู่มิติลับ... ระบบเร่งการเจริญเติบโตระดับสูงสุดเริ่มทำงาน]

เพียงชั่วพริบตา กลิ่นอายความหนาวเหน็บก็มลายหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นดินที่ชุ่มชื้นและแสงแดดจำลองที่อบอุ่น ซูเหยียนไม่รอช้า นางรีบนำเมล็ดพันธุ์ผักกาดเขียวและหัวไชเท้าที่เก็บไว้ในคลังออกมาเพาะปลูก ด้วยพลังของน้ำวิเศษและระบบ AI ที่ควบคุมปัจจัยทุกอย่าง พืชพรรณเหล่านั้นค่อยๆ แทงยอดอ่อนและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วต่อหน้าต่อตา

นางเก็บเกี่ยวผักสดกรอบสีเขียวขจี หัวไชเท้าอวบน้ำ และไม่ลืมที่จะนำเนื้อตากแห้งล้ำค่าที่สะสมไว้ในมิติออกมาด้วย เมื่อได้ของตามที่ต้องการ นางจึงรีบออกจากมิติลับและเดินกลับไปยังกองไฟพร้อมกับห่อผ้าผืนใหญ่

"คุณหนู! ท่านไปหาของเหล่านี้มาจากที่ใดกันเจ้าคะ?" ชุนเถาอุทานด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นผักสีเขียวสดที่ซูเหยียนวางลง

"ในซอกหินลึกเข้าไป มีตาน้ำเล็กๆ และมีผักป่าเหล่านี้ขึ้นอยู่พอดี คงเป็นเพราะความชื้นและไออุ่นจากใต้ดิน" ซูเหยียนปดออกไปหน้าตาย พลางเริ่มจัดเตรียมเครื่องปรุง "ชุนเถา ช่วยข้าต้มซุปเถิด ร่างกายของทุกคนต้องการความอบอุ่น"

กลิ่นหอมกรุ่นของซุปผักใส่เนื้อเริ่มอบอวลไปทั่วถ้ำ ปลุกเร้าประสาทสัมผัสของคนที่กำลังหิวโหย ซูเหยียนบรรจงตักซุปร้อนๆ ส่งให้โม่ไป๋และชุนเถา ก่อนจะนำชามสุดท้ายไปส่งให้เซียวหยวน

อ๋องหนุ่มรับชามซุปมาไว้ในมือ ควันจางๆ ลอยกระทบใบหน้าคมสัน เขาจ้องมองผักสีเขียวสดที่ลอยอยู่ในน้ำซุปด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ ผักเหล่านี้ช่างดู... สมบูรณ์เกินไป ผิวของผักกาดเรียบเนียน ไร้รอยแมลงกัดกิน และที่สำคัญคือมันสดใหม่ราวกับเพิ่งถูกเด็ดมาจากสวนในฤดูคิมหันต์ มิใช่พืชป่าที่เติบโตในถ้ำอันมืดมิดท่ามกลางพายุหิมะในเป่ยโจว

เขายกซุปขึ้นจิบ รสชาติหวานล้ำของผักสดและพลังงานบางอย่างที่แฝงอยู่ในน้ำซุปแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ช่วยให้ลมปราณที่เคยตีรวนเริ่มสงบลงอย่างประหลาด ความคลางแคลงใจในตัวสตรีเบื้องหน้าเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่าง

'ผักสดในฤดูหนาวจัดเช่นนี้... ซ้ำยังเป็นพืชที่มิควรขึ้นในที่อับแสง' เซียวหยวนลอบสังเกตซูเหยียนที่กำลังดูแลโม่ไป๋อย่างตั้งใจ 'นางเป็นใครกันแน่? ความลับที่นางซ่อนไว้นั้นดูเหมือนจะล้ำลึกเกินกว่าที่ผู้ใดจะคาดคิด'

ซูเหยียนรู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา นางแสร้งทำเป็นไม่ได้สนใจ แต่ในใจกลับเตือนตัวเองให้ระวังตัวมากขึ้น การเปิดเผยสิ่งของจากมิติลับในยามวิกฤตเช่นนี้ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกสงสัย แต่เพื่อความอยู่รอด นางจำเป็นต้องเสี่ยง

ทันใดนั้นเอง ลมพายุภายนอกก็คำรามลั่นอีกครั้ง แรงลมพัดกรรโชกจนกองไฟวูบดับไปชั่วขณะ ความเย็นเยือกสายหนึ่งพุ่งเข้าจู่โจมร่างกายของเซียวหยวนอย่างกะทันหัน ใบหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ มือที่ถือชามซุปสั่นเทาจนเกือบจะร่วงหล่น

"ท่านอ๋อง!" ซูเหยียนปรี่เข้าไปประคองร่างของเขาไว้ มือของนางสัมผัสได้ถึงความเย็นจัดราวกับน้ำแข็งที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา

พิษสลายกระดูกในร่างของเซียวหยวนกำลังทำปฏิกิริยากับความหนาวเย็นสุดขั้ว! เส้นเลือดบนขมับของเขาปูดโปนออกมาด้วยความเจ็บปวดที่แสนสาหัสเกินจะบรรยาย

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: อาการแทรกซ้อนของเซียวหยวน]**