ตอนที่ 18

***บทที่ 18: อาการแทรกซ้อนของเซียวหยวน***

เสียงชามกระเบื้องกระทบพื้นดินดัง ‘เคร้ง’ น้ำซุปผักที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดกระเซ็นเปื้อนชายอาภรณ์ที่ขาดวิ่น ร่างสูงโปร่งของเซียวหยวนสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนดูน่ากลัว ผิวที่เคยซีดขาวบัดนี้กลับกลายเป็นสีม่วงคล้ำลามไปถึงปลายนิ้ว ความเย็นเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาไม่ใช่เพียงเพราะอากาศภายนอก แต่มันคือ ‘พิษสลายกระดูก’ ที่ถูกความหนาวจัดกระตุ้นจนกำเริบถึงขีดสุด

“ท่านอ๋อง!” ซูเหยียนอุทานด้วยความตกใจ นางรีบถลาเข้าไปประคองร่างที่เกือบจะทรุดลงจากโขดหิน

ทันทีที่มือของนางสัมผัสถูกต้นแขนของเขา ซูเหยียนถึงกับสะดุ้งเฮือก ความร้อนจากร่างกายของนางดูเหมือนจะถูกดูดหายไปในพริบตา ผิวหนังของเขาเย็นเยือกราวกับก้อนน้ำแข็งที่ถูกฝังอยู่ใต้หิมะพันปี เซียวหยวนกัดฟันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ดวงตาคมปลาบที่เคยแฝงด้วยความระแวงสงสัยบัดนี้กลับพร่าเลือนด้วยความเจ็บปวดที่แสนสาหัส

เขารู้สึกเหมือนมีมดนับล้านตัวกำลังกัดกินไขกระดูก และในขณะเดียวกันก็เหมือนมีเหล็กร้อนแดงทิ่มแทงเข้าที่หัวเข่าทั้งสองข้าง ลมปราณในร่างตีรวนจนไม่สามารถควบคุมได้

‘ระบบ! สแกนร่างกายของเขาเดี๋ยวนี้!’ ซูเหยียนสั่งการในใจอย่างรวดเร็ว

[ตรวจพบสภาวะวิกฤต: พิษสลายกระดูกทำปฏิกิริยากับอุณหภูมิที่ติดลบ เส้นเลือดในขาขวาทั้งสี่จุดถูกปิดกั้น ลมปราณติดขัดที่จุดชี่ไห่ หากปล่อยไว้เกินหนึ่งเค่อ พิษจะแล่นเข้าสู่หัวใจ] เสียงเรียบเฉยของระบบปัญญาประดิษฐ์ดังขึ้นในโสตประสาท พร้อมกับภาพจำลองสามมิติของร่างกายเซียวหยวนที่ปรากฏขึ้นในมโนภาพของนาง จุดสีแดงเข้มกะพริบถี่อยู่ที่บริเวณขาทั้งสองข้างและจุดชีพจรสำคัญ

‘บอกตำแหน่งฝังเข็มที่แม่นยำที่สุดมา!’

[ยืนยันการคำนวณ... จุดจู๋ซานหลี, จุดหยางหลิงเฉวียน, และจุดเสวียนจง ต้องใช้เข็มเงินสกัดกั้นทางเดินพิษภายใน 60 วินาที]

ซูเหยียนไม่รอช้า นางอาศัยจังหวะที่โม่ไป๋ยังคงหลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียและชุนเถากำลังวุ่นอยู่กับการหาฟืนเพิ่มที่มุมถ้ำ แสร้งทำเป็นล้วงเข้าไปในแขนเสื้อกว้างของนาง แต่แท้จริงแล้วนางดึงเอาซองเข็มเงินที่ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างดีออกมาจากมิติลับ

“ท่านต้องอดทน ข้าจะช่วยท่าน” ซูเหยียนกระซิบริบฝีปากบางเม้มเข้าหากันด้วยความตั้งใจ

นางขยับตัวเข้าใกล้เขาจนกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรจากร่างของนางกรุ่นโชยเข้าสู่โสตประสาทของเซียวหยวน ท่ามกลางสติที่เริ่มเลือนราง เซียวหยวนสัมผัสได้ถึงฝ่ามือนุ่มที่ทาบลงบนขาที่ไร้ความรู้สึกของเขา ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากมือนั้นช่างประหลาดล้ำ มันไม่ใช่ความร้อนจากกองไฟ แต่มันคือไออุ่นแห่งชีวิตที่ดูเหมือนจะช่วยปัดเป่าความหนาวเหน็บที่เกาะกินวิญญาณของเขาให้เบาบางลง

ซูเหยียนใช้ปลายนิ้วกดลงบนจุดชีพจรตามที่ระบบนำทาง แสงสีฟ้าอ่อนๆ ที่มีเพียงนางที่มองเห็นปรากฏเป็นจุดเป้าหมายบนผิวหนังของชายหนุ่ม นางปักเข็มเงินลงไปด้วยความเร็วและแม่นยำดุจปรมาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

“อึก...” เซียวหยวนครางต่ำในลำคอ ร่างกายกระตุกคราหนึ่งก่อนจะเริ่มนิ่งลง

เข็มที่หนึ่ง... เพื่อเปิดทางลมปราณ

เข็มที่สอง... เพื่อสกัดกั้นเส้นทางไหลเวียนของพิษ

เข็มที่สาม... เพื่อระงับความเจ็บปวดที่กรีดแทงในกระดูก

เมื่อเข็มสุดท้ายปักลงไป ซูเหยียนไม่ได้ถอนมือออก แต่นางกลับใช้ฝ่ามือนวดคลึงเบาๆ รอบจุดฝังเข็มเพื่อส่งผ่านพลังงานบางอย่างที่ได้รับจากน้ำวิเศษในมิติลับที่นางลอบดื่มเข้าไปก่อนหน้านี้ ความอบอุ่นจากมือของนางไหลผ่านอาภรณ์เข้าสู่ผิวหนังของเซียวหยวน ซึมลึกลงไปถึงกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง

เซียวหยวนค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพตรงหน้าคือใบหน้าด้านข้างของซูเหยียนที่หยาดเหงื่อผุดซึมตามไรผม นางกำลังจดจ่ออยู่กับการรักษาเขาด้วยสีหน้าจริงจังและห่วงใยอย่างที่ไม่เคยมีใครแสดงต่อเขามาก่อน นับตั้งแต่ที่เขาตกต่ำลงจากตำแหน่งอ๋องผู้เกรียงไกรกลายเป็นเพียงคนพิการที่ถูกเนรเทศ

ความอบอุ่นจากมือนางไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขาประหนึ่งสายน้ำอุ่นที่ละลายน้ำแข็งในเหมันตฤดู ความเจ็บปวดที่เคยรุนแรงปานจะขาดใจพลันมลายหายไปราวกับปาฏิหาริย์ ลมปราณที่เคยตีรวนเริ่มกลับมาไหลเวียนเป็นปกติ แม้จะยังไม่อาจขจัดพิษได้ทั้งหมด แต่ความทรมานที่เขาเผชิญมาตลอดหลายชั่วยามกลับสงบลงอย่างประหลาด

“เจ้า... ทำได้อย่างไร” เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ

ซูเหยียนไม่ได้ตอบในทันที นางยังคงถ่ายเทความร้อนจากมิติลับผ่านฝ่ามือไปสู่ขาของเขาอีกครู่ใหญ่ จนกระทั่งสีม่วงคล้ำบนใบหน้าของเขาจางหายไปเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อของคนที่มีเลือดฝาด นางจึงค่อยๆ ถอนเข็มเงินออกมาอย่างรวดเร็วและเก็บซ่อนไว้ในแขนเสื้อตามเดิม

“วิชาแพทย์ที่ข้าเคยเรียนรู้มาบ้างพอจะช่วยบรรเทาอาการได้ชั่วคราวเจ้าค่ะ” นางตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด “พิษในร่างของท่านรุนแรงนัก เมื่อถูกความหนาวเย็นกระตุ้น มันจึงทำร้ายท่านมากกว่าปกติ ข้าเพียงแค่สกัดกั้นมันไว้ไม่ให้ลามเข้าสู่หัวใจเท่านั้น”

เซียวหยวนจ้องมองสตรีเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ซับซ้อน ความระแวงในใจยังไม่จางหายไปเสียทีเดียว แต่ความรู้สึกซาบซึ้งกลับเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ มือของนางที่ยังคงวางอยู่บนตักของเขานั้นอบอุ่นจนเขาไม่อยากให้นางละออกไป

นางเป็นใครกันแน่? บุตรีเสนาบดีที่ถูกตราหน้าว่าไร้ค่า เหตุใดจึงมีวิชาฝังเข็มที่ล้ำเลิศเพียงนี้? และความอบอุ่นที่ประหลาดล้ำนี้คือสิ่งใด?

ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยถามสิ่งใดต่อ เสียงพายุหิมะภายนอกที่เคยคำรามลั่นกลับเงียบลงอย่างกะทันหัน ความเงียบสงัดที่เข้าปกคลุมถ้ำนั้นดูผิดปกติจนซูเหยียนต้องขมวดคิ้ว นางหันไปมองทางปากถ้ำที่ถูกปิดด้วยพุ่มไม้แห้งและหิมะ

[แจ้งเตือน: ตรวจพบแรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ กำลังมุ่งหน้ามาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะห่าง 500 เมตร]

เสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่คำเตือนเรื่องอาการป่วย แต่มันคือคำเตือนถึงภัยคุกคามที่กำลังคืบคลานเข้ามาในความมืด! ซูเหยียนใจหายวูบ นางรีบดับกองไฟที่เหลือเพียงมอดไหม้อย่างรวดเร็ว

“มีบางอย่างกำลังมา...” นางกระซิบชิดหูเซียวหยวน พร้อมกับกระชับมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อแน่น

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เดินทางฝ่าหิมะ]**