ตอนที่ 2
***บทที่ 2: ระบบ AI และมิติลับ***
เสียงแส้หนังแหวกฝ่าอากาศธาตุดัง *เพียะ!* ปลายแส้คมกริบพุ่งทะยานเข้าหาแผ่นหลังบอบบางของซูเหยียนอย่างโหดเหี้ยม ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นตายนั้น ดวงตาของนางกลับส่องประกายเย็นเยียบ ทั่วทั้งโลกในครรลองสายตาพลันคล้ายกับจะหยุดนิ่งลง
*[ติ๊ง! ตรวจพบภัยคุกคามในระยะประชิด... ระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะเริ่มการทำงาน... เปิดใช้งานฟังก์ชันหลบหลีกอัตโนมัติ!]*
ซูเหยียนรู้สึกได้ถึงกระแสความร้อนสายหนึ่งที่ไหลพล่านไปทั่วข้อมือที่สวมกำไลหยกเก่าคร่ำคร่า ร่างกายของนางขยับไปเองตามสัญชาตญาณที่ถูกควบคุมด้วยระบบล้ำยุค นางเบี่ยงกายเพียงเล็กน้อย ปลายแส้ที่ควรจะกรีดลึกบนผิวเนื้อกลับพลาดเป้าไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด กระแทกเข้ากับขอบรถม้าไม้ไผ่จนแตกเป็นเสี่ยง!
"เจ้าชั้นต่ำ! กล้าหลบงั้นรึ!" ผู้คุมร่างกำยำตวาดลั่นด้วยความขัดใจ เตรียมจะง้างแส้ขึ้นอีกครั้ง
"พอได้แล้ว! หากนางตายไปตอนนี้ ใครจะรับผิดชอบต่อราชโองการ!" เสียงเข้มของหัวหน้าผู้คุมดังขัดขึ้นมาเสียก่อน ทำให้แส้ในมือชะงักค้าง ซูเหยียนใช้จังหวะนี้ก้าวขึ้นไปบนรถม้าไม้ที่ถูกดัดแปลงเป็นกรงขังอย่างสงบนิ่ง นางทรุดกายลงนั่งในมุมมืด ท่ามกลางสายตาดูแคลนของเหล่าทหาร
เมื่อบานประตูกรงเหล็กถูกปิดลงและขบวนเริ่มเคลื่อนที่ ซูเหยียนจึงหลับตาลงรวบรวมสมาธิ
*[การเชื่อมต่อเสร็จสมบูรณ์... ยินดีต้อนรับโฮสต์เข้าสู่ระบบมิติลับส่วนตัว]*
พริบตานั้น ร่างจิตของนางพลันปรากฏขึ้นในพื้นที่กว้างขวางที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของพฤกษาอันสดชื่น เบื้องหน้าคือลำธารน้ำใสสะอาดที่ไหลรินมาจากยอดเขาจำลอง แสงแดดอุ่นๆ ที่ไม่ทราบที่มาส่องสว่างไปทั่วบริเวณ ที่นี่คือ 'มิติลับส่วนตัว' ของนาง พื้นที่ที่ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
"ระบบ... รายงานสถานการณ์ร่างกาย" ซูเหยียนเอ่ยเสียงเรียบในใจ
*[ตรวจพบรอยฟกช้ำบริเวณใบหน้าและลำตัวจากการถูกทำร้าย ระดับความเจ็บปวด 4 เต็ม 10... แนะนำให้ใช้ 'น้ำพุวิญญาณฟื้นฟู' ในมิติลับเพื่อรักษาบาดแผล]*
ซูเหยียนไม่รอช้า นางวักน้ำพุเย็นฉ่ำขึ้นมาชำระล้างใบหน้าที่บวมช้ำจากน้ำมือของซูจิ่งเหอและความเหนื่อยล้าจากการถูกทรมานในห้องคุมขัง ทันทีที่น้ำสัมผัสผิว ความแสบร้อนก็มลายหายไปแทนที่ด้วยความชุ่มชื้น บาดแผลค่อยๆ สมานตัวอย่างรวดเร็วจนผิวกลับมานวลเนียนดังเดิม นางยังถือวิอกาสรวบรวมเสบียงเล็กน้อยที่มีอยู่ในมิติ ทั้งหมั่นโถวอุ่นๆ และน้ำสะอาดบรรจุในกระบอกไม้ไผ่ ซุกซ่อนไว้ในสาบเสื้อกว้างของชุดเจ้าสาวสีแดงชาด
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง รถม้าก็เคลื่อนออกพ้นประตูเมืองจิงเฉิงมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เบื้องหน้าของขบวนเนรเทศคือรถเข็นไม้คันหนึ่งที่ถูกเข็นอย่างมั่นคงโดยบุรุษชุดดำผู้มีท่าทางดุดัน บนรถเข็นนั้นมีบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่... 'เซียวหยวน' อดีตท่านอ๋องเทพสงครามผู้เกรียงไกร
บัดนี้เซียวหยวนสวมเพียงอาภรณ์สีขาวหม่นที่ดูซูบซีด ใบหน้าหล่อเหลาราวกับสลักเสลาจากหยกขาวนั้นซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาคมดุจเหยี่ยวที่เคยสะกดขวัญศัตรูบัดนี้กลับดูอิดโรยและเย็นชาลึกซึ้ง ขาทั้งสองข้างของเขาถูกปกคลุมด้วยผ้าแพรผืนหนา ทว่ากลับมองไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดๆ
เซียวหยวนสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา เขาจึงเบือนหน้ากลับมามองสตรีในกรงขัง สายตาทั้งสองคู่ประสานกันในอากาศ... ฝ่ายหนึ่งคืออ๋องพิการที่ถูกตราหน้าว่าเป็นสวะ อีกฝ่ายคือคุณหนูผู้เสื่อมเสียที่ถูกตระกูลตัดขาด
เซียวหยวนประเมินสตรีที่ถูกยัดเยียดมาเป็นภรรยาด้วยแววตาเรียบเฉย ทว่าในใจกลับเกิดความสงสัย นางมิได้ร้องไห้ฟูมฟายหรือมีท่าทีตื่นตระหนกเช่นสตรีทั่วไป ในดวงตาคู่นั้นไม่มีแม้แต่แววแห่งความสิ้นหวัง มีเพียงความสุขุมลุ่มลึกที่ยากจะหยั่งถึง
"ท่านอ๋อง... สตรีนางนี้คือคุณหนูใหญ่ตระกูลซูที่ฝ่าบาททรงประทานให้ขอรับ" 'โม่ไป๋' องครักษ์เงาข้างกายกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก เขาไม่ไว้วางใจสตรีที่มาจากตระกูลเสนาบดีซูผู้ประจบสอพลอ
เซียวหยวนแค่นยิ้มเย็นที่มุมปาก "สตรีที่ถูกบิดาทอดทิ้ง กับอ๋องที่ถูกฮ่องเต้เนรเทศ... ช่างเป็นคู่ที่สวรรค์ก่นด่าโดยแท้"
ซูเหยียนไม่ได้เอ่ยคำใด นางเพียงขยับกายเข้าไปใกล้ลูกกรงไม้ มองดูแผ่นหลังที่ยังคงเหยียดตรงของเซียวหยวน แม้จะอิดโรยเพียงใดทว่ากลิ่นอายความสูงศักดิ์ก็ยังมิอาจลบเลือน ในขณะนั้นเอง 'ชุนเถา' สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ที่ได้รับอนุญาตให้ติดตามมาในฐานะคนรับใช้ขบวนเนรเทศ ก็เดินกระโผลกกระเผลกเข้ามาใกล้รถม้าของนางด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา
"คุณหนู... บ่าวขอโทษที่ช่วยอะไรท่านไม่ได้เลย" ชุนเถาสะอื้นไห้
ซูเหยียนยื่นมือลอดซี่กรงออกไปลูบหัวนางเบาๆ "อย่าร้องเลยชุนเถา เรื่องราวมันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น"
ทันใดนั้น เสียงตะโกนของหัวหน้าผู้คุมก็ดังขึ้น "หยุดพัก! ค่ำคืนนี้เราจะค้างแรมกันที่ป่าด้านหน้า ใครกล้าตุกติกข้าจะสงเคราะห์ด้วยคมดาบ!"
ขบวนหยุดลงที่ชายป่าอันเงียบสงัด ลมหนาวจากทางเหนือเริ่มพัดโบกสบัดทำให้อากาศเย็นลงอย่างรวดเร็ว ซูเหยียนมองเห็นเซียวหยวนไอโขลกออกมาอย่างรุนแรงจนตัวโยน โม่ไป๋รีบเข้าไปประคองทว่าสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
*[ติ๊ง! ตรวจพบความผิดปกติในเป้าหมายระยะ 10 เมตร... เริ่มการสแกนร่างกายเบื้องต้น... พบสารพิษประเภทสลายกระดูกและลมปราณอุดตัน... สภาวะร่างกายวิกฤต!]*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบในหัวของซูเหยียนดังถี่รัว นางมองดูบุรุษบนรถเข็นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป พิษร้ายแรงขนาดนี้เขายังทนมาได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ทว่าในขณะที่นางกำลังจะขยับตัวนั้นเอง เงาร่างสายหนึ่งก็พุ่งพาดผ่านยอดไม้ข้างทางไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงอาวุธลับที่แหวกอากาศพุ่งตรงมายังกรงขังของนาง!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ก้าวแรกของการเดินทาง]**