ตอนที่ 3
***บทที่ 3: ก้าวแรกของการเดินทาง***
เสียงอาวุธลับแหวกฝ่าอากาศดัง "เฟี้ยว!" ก่อนจะปักลงบนขอบไม้ของกรงขังห่างจากใบหน้าของซูเหยียนเพียงไม่กี่นิ้ว ประกายโลหะเย็นเยียบสะท้อนแสงจันทร์รำไร นางเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวทว่าสติยังคงมั่นคงด้วยอิทธิพลจากปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยระงับสภาวะตื่นตระหนก
"มีมือสังหาร! คุ้มกันนักโทษ!" เสียงตะโกนของหัวหน้าผู้คุมดังขึ้นพร้อมเสียงชักดาบ ทว่าความวุ่นวายนั้นกลับจบลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเงาร่างลึกลับที่ซุ่มซ่อนอยู่ล่าถอยไปในความมืดประหนึ่งภูตพราย
"ไม่ต้องตาม!" 'เกาหมิง' หัวหน้าผู้คุมร่างกำยำตะโกนสั่งพลางถ่มน้ำลายลงพื้น "พวกมันคงแค่มาลองเชิง รีบออกเดินทางต่อเสีย ตอนนี้ประตูเมืองเปิดแล้ว หากชักช้าจะเสียเวลาเบื้องบน"
ขบวนเนรเทศเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งท่ามกลางแสงอรุณรุ่งที่สาดส่องเมืองจิงเฉิงเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนบาป รถม้าไม้ซ่อมซ่อของซูเหยียนสั่นสะเทือนไปตามเส้นทางขรุขระ ชุนเถาเดินกระโผลกกระเผลกอยู่ข้างรถม้า ใบหน้าซีดเซียวทว่าดวงตายังคงเปี่ยมด้วยความภักดี
เมื่อพ้นเขตเมืองหลวงเข้าสู่เส้นทางทุรกันดาร ความโหดร้ายที่แท้จริงจึงเริ่มปรากฏ ดวงอาทิตย์แผดแสงกล้าจนแผ่นดินร้อนระอุ ฝุ่นควันจากการเดินทางตลบอบอวลจนหายใจลำบาก
"ท่านหัวหน้า... บ่าวขอความเมตตา ขอน้ำให้คุณหนูสักนิดเถิดเจ้าค่ะ" ชุนเถาเอ่ยเสียงสั่นขณะที่ขบวนหยุดพักสั้นๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่
เกาหมิงแค่นยิ้มเหี้ยมเกรียม เขายกกระบอกน้ำขึ้นดื่มต่อหน้าต่อตาพลางราดน้ำที่เหลือทิ้งลงบนพื้นทราย "น้ำน่ะมี แต่มันสำหรับคนที่มีประโยชน์ ไม่ใช่สำหรับนักโทษที่สวรรค์ทอดทิ้งอย่างพวกเจ้า อยากกินน้ำรึ? รอให้ถึงจุดพักแรมคืนหน้าโน่นเถอะ!"
ซูเหยียนมองภาพนั้นด้วยแววตาเย็นเยียบ นางเห็นเซียวหยวนที่นั่งอยู่บนรถเข็นไม้ในรถม้าข้างๆ ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษ ริมฝีปากแห้งผากจนแตกเป็นขุย โม่ไป๋ที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างกายเขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ทว่ากลับไม่อาจลงมือได้เพราะถูกพันธนาการด้วยคำว่า 'นักโทษ'
*[ติ๊ง! ตรวจพบสภาวะขาดน้ำรุนแรงในเป้าหมาย... อุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงขึ้น... แนะนำให้เร่งเติมสารอาหารและของเหลว]*
เสียงสื่อนิ่งจากระบบในหัวของซูเหยียนดังขึ้น นางลอบถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับตัวเข้าไปในมุมมืดของกรงไม้ที่คนภายนอกมองไม่เห็น
'เปิดมิติลับ' นางสั่งการในใจเพียงครู่เดียว ทัศนียภาพรอบตัวก็คล้ายจะบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ นางยื่นมือเข้าไปในช่องว่างที่อากาศธาตุแปรเปลี่ยนเป็นคลังเสบียงส่วนตัว น้ำสะอาดเย็นฉ่ำในกระบอกไม้ไผ่และหมั่นโถวแป้งนวลนุ่มที่ยังคงความอุ่นร้อนถูกดึงออกมาอย่างแนบเนียน
"ชุนเถา มานี่" ซูเหยียนกระซิบเรียกสาวใช้
เมื่อชุนเถาขยับเข้ามาใกล้ นางจึงอาศัยจังหวะที่ผู้คุมหันไปหัวเราะเยาะเย้ยกันเอง ส่งกระบอกน้ำและหมั่นโถวที่ห่อผ้าไว้อย่างมิดชิดให้นาง "รีบกินเสีย แล้วแบ่งน้ำนี้ให้ท่านอ๋องกับคนของเขาด้วย"
ชุนเถาเบิกตาคว้างด้วยความตกตะลึง "คุณหนู... ของพวกนี้ท่าน..."
"อย่าถามมากความ รีบทำตามที่ข้าบอก" ซูเหยียนกำชับเสียงหนัก
สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์พยักหน้าทั้งน้ำตา นางแสร้งทำเป็นเดินเข้าไปหาโม่ไป๋เพื่อขอร้องอีกครั้ง ทว่าในระหว่างที่ยื้อยุดฉุดกระชากกันนั้น นางได้ส่งห่อของและกระบอกน้ำให้แก่โม่ไป๋อย่างรวดเร็วตามที่นัดแนะกับซูเหยียนไว้
โม่ไป๋รับของมาด้วยความงุนงง ทันทีที่เขาสัมผัสได้ถึงความอุ่นของหมั่นโถวและความเย็นของน้ำในกระบอกไม้ไผ่ แววตาของเขาก็สั่นไหว เขาเหลือบมองซูเหยียนที่นั่งสงบนิ่งอยู่ในกรงขังด้วยความระแวงสงสัยที่เพิ่มทวีคูณ
'นางไปเอาของพวกนี้มาจากที่ใด? ตลอดการเดินทางนางถูกตรวจค้นอย่างละเอียดไยจึงยังมีเสบียงชั้นดีเช่นนี้ติดตัว?' โม่ไป๋คิดในใจพลางส่งน้ำให้เซียวหยวนจิบอย่างระมัดระวัง
เซียวหยวนเมื่อได้รับน้ำสะอาด ร่างกายที่ร่วงโรยก็เริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง เขามองไปยังสตรีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกาลกิณีของตระกูลซูด้วยสายตาที่ลุ่มลึกยากจะหยั่งถึง
ขณะที่ความสดชื่นเริ่มกลับมาสู่กลุ่มของเซียวหยวน ทันใดนั้นเกาหมิงก็เดินกลับมาพร้อมแส้ในมือ เขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง "พวกเจ้าแอบทำอะไรกัน! กลิ่นหอมนี่มันอะไร!"
เกาหมิงสาวเท้าตรงเข้าหาชุนเถาที่ยังไม่ทันตั้งตัว แส้ในมือเงื้อขึ้นสูงหมายจะฟาดลงบนร่างผอมบางของสาวใช้เป็นการข่มขวัญ
"หยุดมือเดี๋ยวนี้!" เสียงตวาดอันทรงอำนาจของซูเหยียนดังขึ้น ร่างบางลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับผู้คุมโดยไม่เกรงกลัว "หัวหน้าเกา หากท่านทำร้ายนางจนเดินทางต่อไม่ได้ ใครจะเป็นคนปรนนิบัติข้า? หากข้าเป็นอะไรไปกลางทาง ท่านจะทูลรายงานฮ่องเต้อย่างไรในเมื่อท่านมีหน้าที่คุมตัวข้าไปให้ถึงเป่ยโจวแบบ 'มีชีวิต'?"
เกาหมิงชะงัก แววตาของเขาฉายความลังเลทว่ายังคงเต็มไปด้วยความอาฆาต ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง โม่ไป๋ที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ตลอดก็ขยับกายเข้าบังรัศมีของเซียวหยวน สายตาของเขาไม่ได้มองที่ผู้คุม ทว่ากลับจับจ้องไปที่ซูเหยียนราวกับจะมองให้ทะลุถึงวิญญาณ
'สตรีนางนี้... มีความลับที่อันตรายเกินไป'
ทันใดนั้น เสียงเตือนจากระบบในหัวของซูเหยียนก็แผดร้องขึ้นอีกครั้งด้วยความถี่ที่น่ากลัวกว่าเดิม
*[คำเตือน! ตรวจพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลติดอาวุธ 20 นาย ในรัศมี 500 เมตร... รูปขบวนจู่โจมเต็มรูปแบบ... เป้าหมายคือการสังหารหมู่!]*
ซูเหยียนหน้าถอดสี นางมองไปที่ทางโค้งเบื้องหน้าที่เป็นหุบเขาอับแคบ "ทุกคนระวัง! มีคนซุ่มโจมตี!"
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: วิเคราะห์พิษในร่างอ๋อง]**