ตอนที่ 4

***บทที่ 4: วิเคราะห์พิษในร่างอ๋อง***

ท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียดที่หุบเขาอับแคบ เสียงตวาดเตือนของซูเหยียนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคน เกาหมิงหัวหน้าผู้คุมชะงักแส้ในมือ แววตาเต็มไปด้วยความสับสนและระแวดระวัง ทว่าก่อนที่ใครจะได้ทันขยับเขยื้อน ร่างของเซียวหยวนที่ประทับอยู่บนพื้นดินที่แห้งกรังก็พลันกระตุกสั่นอย่างรุนแรง

"อึก... แค่ก!"

เสียงไอหนัก ๆ ดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์ขาดวิ่นนั้นโก่งตัวจนเส้นเอ็นที่ลำคอปูดโป่ง โลหิตสีแดงเข้มเกือบดำพุ่งทะลักออกจากริมฝีปากที่ซีดเผือด ย้อมพื้นดินสีฝุ่นให้กลายเป็นหย่อมโลหิตที่ดูน่าสยดสยอง โม่ไป๋ที่เฝ้าระวังอยู่ด้านข้างถลันเข้าไปประคองผู้เป็นนายด้วยความตระหนก

"ท่านอ๋อง! ท่านอ๋องเป็นอย่างไรบ้าง!" โม่ไป๋ตะโกนเรียกเสียงสั่น มือหนาพยายามกดจุดหยุดเลือดทว่าร่างกายของเซียวหยวนกลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก

ซูเหยียนเห็นโอกาสเพียงเสี้ยววินาที ขณะที่โม่ไป๋กำลังพุ่งความสนใจไปที่อาการบาดเจ็บและเกาหมิงกำลังหันไปมองรอบกายด้วยความหวาดระแวงจากคำเตือนเรื่องนักฆ่า นางอาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังโกลาหลขยับกายเข้าไปใกล้ร่างของเซียวหยวน มือบางเอื้อมออกไปคล้ายจะช่วยพยุง ทว่าในใจกลับเรียกขานระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ผูกติดอยู่กับจิตวิญญาณ

'ระบบ! สแกนร่างกายของเขาเดี๋ยวนี้! วิเคราะห์สาเหตุที่พิษกำเริบและระบุชนิดของพิษ!'

*[รับทราบ... กำลังทำการสแกนเชิงลึก... ตรวจพบสารพิษประเภทกัดกร่อนรุนแรง...]*

เสียงที่ไร้ความรู้สึกของระบบดังขึ้นในหัวของซูเหยียน พร้อมกับภาพจำลองโครงสร้างร่างกายของเซียวหยวนที่ปรากฏขึ้นในมโนภาพ จุดสีดำสนิทลุกลามไปทั่วกระดูกทุกส่วนของเขา ราวกับมีแมลงร้ายนับล้านตัวกำลังรุมกัดกินจากภายใน

*[ผลการวิเคราะห์: เป้าหมายต้องพิษ 'สลายกระดูก' (Bone-Eroding Poison) เป็นพิษซับซ้อนที่เกิดจากการสกัดสมุนไพรหยินเข้มข้นเจ็ดชนิด ผสมกับพิษจากแมลงเบญจพิษ... พิษนี้จะค่อย ๆ กัดกร่อนลมปราณและทำลายไขกระดูก ทำให้ผู้รับพิษต้องทนทุกข์ทรมานเหมือนถูกเข็มพันเล่มแทงทะลุร่างตลอดเวลา และจะตายอย่างช้า ๆ เมื่อกระดูกแหลกสลายจนสิ้น]*

ซูเหยียนใจหายวับ พิษสลายกระดูก! นี่มันไม่ใช่เพียงแค่ยาพิษธรรมดา แต่มันคือการทรมานที่อำมหิตที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้ นางมองใบหน้าที่หล่อเหลาทว่าซูบซีดของเซียวหยวน ความรู้สึกสงสารปนเปไปกับความนับถือในความอดทนของเขาที่ทนแบกรับความเจ็บปวดเช่นนี้มาได้เนิ่นนาน

"ถอยไป! อย่าเข้าใกล้ท่านอ๋อง!" โม่ไป๋ตวาดเสียงต่ำ ดาบในมือกระชับแน่น แววตาสื่อถึงความไม่ไว้วางใจอย่างรุนแรง

"หากข้าถอย เขาจะตายภายในไม่กี่อึดใจ!" ซูเหยียนตวาดกลับด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่ทำให้โม่ไป๋ต้องชะงัก "มองดูเลือดของเขาสิ มันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทแล้ว ลมปราณของเขากำลังตีกลับ หากไม่ได้รับน้ำเพื่อเจือจางพิษในลำคอและยาระงับเบื้องต้น เขาไม่มีทางทนไปถึงเป่ยโจวแน่!"

ในขณะที่โม่ไป๋ลังเลและเกาหมิงเริ่มสั่งการให้ผู้คุมตั้งแถวรับมือกลุ่มคนที่ซูเหยียนเตือน ซูเหยียนก็อาศัยจังหวะนั้นแสร้งหยิบกระบอกน้ำที่ทำจากไม้ไผ่ออกมาจากแขนเสื้อ ทว่าความจริงนางได้ดึงเอาน้ำจากบ่อน้ำวิเศษในมิติลับ และแอบหยด 'น้ำค้างชำระไขกระดูก' ซึ่งเป็นยาถอนพิษเบื้องต้นที่นางปรุงไว้ในมิติลงไปสองสามหยด

"ดื่มนี่ซะ หากท่านยังอยากมีชีวิตอยู่เพื่อล้างมลทินให้ตระกูลเซียว" ซูเหยียนกระซิบที่ข้างหูของเซียวหยวน น้ำเสียงของนางราบเรียบทว่าทรงพลัง

เซียวหยวนที่กึ่งคุมสติไม่อยู่พยายามปรือตาขึ้นมองสตรีเบื้องหน้า ดวงตาที่เคยเฉยชาบัดนี้สั่นไหวด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส เขามองเห็นเพียงเงาร่างบางที่ดูแน่วแน่และมั่นคง ความอบอุ่นประหลาดจากสัมผัสของนางทำให้เขาเผลออ้าปากรับน้ำจากกระบอกไม้ไผ่นั้น

ทันทีที่หยาดน้ำไหลลงสู่ลำคอ ความรู้สึกเย็นสบายอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนพลันแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความร้อนระอุในอกที่เหมือนถูกไฟแผดเผาเริ่มทุเลาลง ความเจ็บปวดที่สลักลึกถึงกระดูกประหนึ่งถูกชโลมด้วยน้ำทิพย์จากสรวงสวรรค์ เซียวหยวนรู้สึกได้ว่ากระแสลมปราณที่เคยปั่นป่วนเริ่มกลับมาเป็นระเบียบเล็กน้อย ร่างที่เคยสั่นเทาค่อย ๆ สงบลง

โม่ไป๋ที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่เห็นสีหน้าของเซียวหยวนเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์ก็ขมวดคิ้วแน่น 'น้ำนั่น... มันคืออะไรกันแน่? สตรีนางนี้ไปเอาของล้ำค่าเช่นนี้มาจากที่ใด?'

เซียวหยวนค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แววตาที่เคยมืดมนกลับฉายแววคมกล้าขึ้นชั่วครู่ เขามองสบตากับซูเหยียนด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความสงสัยยังคงมีอยู่ แต่ความประหลาดใจมีมากกว่า "เจ้า... ใส่สิ่งใดลงไป..."

ยังไม่ทันที่ซูเหยียนจะตอบคำถาม หรือโม่ไป๋จะได้ซักไซ้ถึงที่มาของน้ำวิเศษ เสียงหวีดหวิวของลูกธนูนับสิบดอกก็พุ่งฝ่าความเงียบสงัดของหุบเขาอู๋หมิงลงมา!

"ศัตรูบุก! คุ้มครองท่านอ๋อง!" โม่ไป๋คำรามพลางชักดาบออกมากวัดแกว่งปัดป้องลูกธนูอย่างรวดเร็ว

เกาหมิงและเหล่าผู้คุมต่างพากันแตกตื่น ร้องตะโกนอย่างเสียขวัญ เมื่อเห็นกลุ่มคนชุดดำนับยี่สิบคนพุ่งทะยานลงมาจากหน้าผาสองข้างทาง ท่ามกลางดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ซูเหยียนรีบคว้าตัวชุนเถาให้หมอบลงข้างรถม้า ดวงตาของนางจับจ้องไปที่พุ่มไม้เบื้องหน้า ซึ่งระบบ AI กำลังส่งสัญญาณเตือนสีแดงฉาน...

นักฆ่าเหล่านี้ไม่ได้มาเพื่อชิงตัวนักโทษ แต่พวกมันมาเพื่อ 'สังหาร' ทุกชีวิตที่อยู่ที่นี่!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: นักฆ่าชุดแรก]**