ตอนที่ 5
***บทที่ 5: นักฆ่าชุดแรก***
ท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขาอู๋หมิงที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับถูกทำลายลงด้วยเสียงหวีดหวิวของลูกธนูที่พุ่งทะยานฝ่าอากาศธาตุ ปลายศรแหลมคมนับสิบดอกพุ่งเป้ามายังขบวนนักโทษอย่างหมายเอาชีวิต เสียงโลหะปะทะโลหะดังสนั่นเมื่อโม่ไป๋ตวัดดาบในมืออย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ประกายไฟจากการปะทะกระเด็นสาดกระจายท่ามกลางราตรีที่ขรึมเข้ม
"ชุนเถา หมอบลง!"
ซูเหยียนตะโกนก้องพร้อมกับคว้าไหล่บ่าวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ให้ก้มต่ำลงข้างตัวรถม้าที่ผุพัง ในห้วงสำนึกของนางปรากฏหน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าขุ่นมัวของระบบปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังกะพริบเตือนด้วยสีแดงฉาน วิถีของลูกธนูถูกคำนวณและแสดงผลเป็นเส้นสายเรืองแสงในดวงตาของนางอย่างแม่นยำ นางขยับกายหลบเพียงเล็กน้อย ลูกธนูสามดอกก็พุ่งผ่านจุดที่นางเคยยืนอยู่ไปปักเข้ากับตัวรถม้าอย่างแรงจนเนื้อไม้แตกกระจาย
"คุณหนู! พวกมันเป็นใครกันเจ้าคะ!" ชุนเถาร้องเสียงสั่นด้วยความหวาดกลัว ร่างกายเล็ก ๆ สั่นสะท้านดุจใบไม้ต้องลม
ซูเหยียนไม่ได้ตอบคำถามในทันที ดวงตาหงส์ของนางหรี่ลงมองไปยังเงาดำที่พุ่งทะยานลงมาจากหน้าผา นักฆ่าชุดดำยี่สิบคนร่อนลงสู่พื้นดินด้วยท่วงท่าที่เงียบเชียบและดุดัน จิตสังหารที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงจนทำให้อากาศรอบด้านดูอึดอัดเย็นเยียบ
'จางรั่วหลาน...'
นามของแม่เลี้ยงใจโฉดผุดขึ้นมาในใจของซูเหยียนด้วยความเคียดแค้น สตรีนางนั้นช่างโหดเหี้ยมไร้เมตตายิ่งนัก แม้จะวางแผนใส่ร้ายจนนางถูกเนรเทศมายังแดนทุรกันดารเพียงนี้ ก็ยังไม่คิดจะปล่อยให้มีชีวิตรอดไปถึงเป่ยโจว การส่งนักฆ่ามาปิดปากในที่ลับเช่นนี้ ช่างเป็นวิธีการที่ชั่วร้ายและรัดกุมสมกับเป็นนางยิ่งนัก
"คุ้มครองท่านอ๋อง! ใครขยับข้าจะปลิดชีพมันเดี๋ยวนี้!" โม่ไป๋คำรามลั่น เงาดาบของเขาขยายวงกว้างปกป้องเซียวหยวนที่ยังคงประทับอยู่บนรถเข็น แม้ร่างกายของท่านอ๋องหนุ่มจะยังอ่อนแอจากพิษสลายกระดูก แต่แววตาที่เคยหม่นแสงกลับฉายแววคมกล้าดุจพยัคฆ์ร้ายที่ถูกต้อนให้จนมุม มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้างกำแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน
ในขณะที่นักฆ่าสามคนพุ่งเข้าหาซูเหยียน ระบบปัญญาประดิษฐ์ในหัวของนางก็ส่งเสียงเตือนถี่ยิบ *'คำเตือน: ศัตรูพุ่งเป้าที่จุดตายในสามวินาที ทางซ้ายสี่สิบห้าองศา ทางขวาเจ็ดสิบองศา'*
ซูเหยียนไม่รอช้า นางอาศัยจังหวะที่นักฆ่าเงื้อดาบขึ้นสูง เหวี่ยงร่างพาชุนเถากลิ้งหลบไปทางซอกหินใหญ่ด้วยความรวดเร็วที่มนุษย์ทั่วไปยากจะทำได้ ดาบของนักฆ่าฟันพลาดเป้าปะทะกับพื้นดินจนเกิดเสียงดังสนั่น ในจังหวะที่พวกมันเสียหลัก โม่ไป๋ก็พุ่งกายเข้ามาดุจภูตพราย ดาบยาวในมือตวัดเพียงครั้งเดียว เลือดสีแดงฉานก็สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นหญ้า นักฆ่าทั้งสามร่างล้มลงสิ้นใจในทันที
ทางด้านเกาหมิงและเหล่าผู้คุมนักโทษ บัดนี้กลับอยู่ในสภาพที่น่าเวทนา พวกเขาไม่เคยพบเจอการลอบโจมตีที่อุกอาจเช่นนี้มาก่อน ต่างพากันวิ่งพล่านอย่างเสียขวัญ เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นเมื่อนักฆ่าบางส่วนหันไปจัดการกับผู้คุมเพื่อเปิดทาง เกาหมิงถูกฟันเข้าที่ต้นแขนจนล้มลงกุมแผลด้วยใบหน้าซีดเผือด ความหวาดกลัวเข้าจับจิตใจจนแทบจะฉี่ราด
"ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยข้าที!" เกาหมิงโวยวายพยายามจะคลานเข้าไปใต้ซากรถม้า โดยไม่สนหัวใจของผู้ใต้บังคับบัญชาที่กำลังถูกสังหาร
โม่ไป๋ไม่ได้สนใจเสียงคร่ำครวญของผู้คุมแม้แต่น้อย เขายังคงร่ายรำดาบเข้าห้ำหั่นกับนักฆ่าที่เหลืออย่างดุเดือด ทุกท่วงท่าแฝงไปด้วยพลังทำลายล้างที่รุนแรง แม้จะเป็นการต่อสู้หนึ่งต่อสิบกว่า แต่โม่ไป๋กลับไม่เพลี่ยงพล้ำแม้แต่น้อย เพียงชั่วเวลาไม่กี่อึดใจ นักฆ่าชุดดำที่เหลือก็ถูกปลิดชีพลงจนหมดสิ้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณหุบเขาอู๋หมิง
ซูเหยียนพยุงชุนเถาให้ลุกขึ้นอย่างช้า ๆ นางปรายตามองซากศพของนักฆ่าด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะหันไปสบตากับเซียวหยวนที่ยังคงนั่งสงบนิ่งอยู่บนรถเข็น ท่ามกลางซากศพและคราบเลือด เขายังคงดูสง่างามและน่าเกรงขามอย่างน่าประหลาด
"เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?" เสียงของเซียวหยวนทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ่านออก
"ข้าไม่เป็นไร... แต่ดูเหมือนว่า 'ของขวัญ' จากเมืองหลวงชุดนี้ จะรุนแรงกว่าที่ข้าคาดไว้" ซูเหยียนตอบเสียงเรียบ พลางมองไปทางเกาหมิงและผู้คุมที่ได้รับบาดเจ็บระเนระนาด บางคนเสียชีวิต บางคนพิการ ความหวาดกลัวได้สลักลึกลงในจิตใจของพวกเขาสิ้นแล้ว
โม่ไป๋เดินเข้ามาใกล้พลางเช็ดหยดเลือดออกจากใบดาบ "ท่านอ๋อง นักฆ่าพวกนี้ฝีมือไม่ธรรมดา พวกมันมุ่งเป้ามาที่พระชายาเป็นหลัก เห็นชัดว่าจางรั่วหลานไม่ต้องการให้นางมีชีวิตอยู่ต่อไปจริง ๆ"
เซียวหยวนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปมองเกาหมิงที่กำลังสั่นสะท้านด้วยความขลาดเขลา ความกดดันในบรรยากาศเริ่มทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อเหล่าผู้คุมที่ยังรอดชีวิตเริ่มมองมาทางพวกซูเหยียนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ความยำเกรง แต่มันคือความชิงชังที่มาจากความหวาดกลัวว่าหากยังอยู่กับสตรีนางนี้ต่อไป พวกเขาคงไม่มีทางรอดชีวิตไปถึงเป่ยโจวแน่นอน
ท่ามกลางความเงียบหลังสงครามจบลง เสียงสะอื้นของความหวาดกลัวจากผู้คุมเริ่มกลายเป็นความโกลาหลครั้งใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้น!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ยึดอำนาจผู้คุม]**