ตอนที่ 23
***บทที่ 23: เผชิญหน้านักฆ่า***
ท่ามกลางความมืดมิดบนยอดเขาอู๋หมิง ลมหนาวกรีดแทงผิวหนังประดุจใบมีดคมกริบ เสียงหวีดหวิวของลูกธนูที่พุ่งฝ่าอากาศมาเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท โม่ไป๋ที่เพิ่งพ้นขีดอันตรายจากก้นเหวรีบกระชากกระบี่คู่กายออกมา ทว่าร่างกายที่ยังไม่ฟื้นตัวดีทำให้เขาต้องทรุดกายลงข้างหนึ่ง คมกระบี่ปักลงบนพื้นหินเพื่อพยุงร่างที่สั่นเทา
"คุ้มครองท่านอ๋อง! คุ้มครองพระชายา!" โม่ไป๋ตะโกนเสียงแหบพร่า ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นเมื่อเห็นเงาร่างในชุดดำนับสิบทยอยทะยานขึ้นมาจากขอบผา พวกมันเคลื่อนไหวรวดเร็วและเงียบเชียบดุจภูตพราย กลิ่นอายสังหารอันเข้มข้นแผ่ซ่านจนทำให้อากาศรอบด้านดูอึดอัดจนหายใจลำบาก
ซูเหยียนใจเต้นระรัว ระบบ AI ในมโนสำนึกของนางเริ่มส่งสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน *[คำเตือน: พบสิ่งมีชีวิตที่มีระดับจิตสังหารสูง 12 ราย ระยะห่าง 15 เมตร... 10 เมตร...]* นางรีบขยับกายไปบังเบื้องหน้าของเซียวหยวน มือเรียวบางซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกว้าง พร้อมที่จะเรียกใช้อาวุธลับจากมิติลับได้ทุกเมื่อ
"พวกมันตามมาจนทัน..." เซียวหยวนเอ่ยเสียงเย็นชา นัยน์ตาคมปลาบดุจพญาอินทรีจ้องมองเหล่านักฆ่าหลวงที่ล้อมเข้ามา แม้ร่างกายจะอ่อนแอและพิษร้ายยังคงตกค้างอยู่ในเส้นเอ็น แต่สง่าราศีของอดีตแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรยังคงไม่เสื่อมคลาย "เซียวเทียนอวี้... เจ้าช่างใจคอคับแคบนัก แม้แต่ในดินแดนทุรกันดารเช่นนี้ เจ้าก็ยังไม่ยอมปล่อยวาง"
หัวหน้านักฆ่าในชุดดำไม่เอ่ยคำใด มันเพียงสะบัดมือเป็นสัญญาณ ทันใดนั้น เงาร่างสายหนึ่งก็พุ่งเข้าหาซูเหยียนด้วยความเร็วที่เหนือกว่าคนทั่วไป กระบี่ในมือของมันเปล่งประกายเย็นเยียบหมายจะปลิดชีพสตรีเพียงคนเดียวในที่แห่งนี้เพื่อบั่นทอนกำลังใจของบุรุษทั้งสอง
"ระวัง!" โม่ไป๋พยายามจะพุ่งเข้าไปขวาง แต่บาดแผลที่หน้าอกกลับฉีกขาดจนเขาต้องกระอักเลือดออกมา
ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เซียวหยวนที่ซูเหยียนคิดว่าไร้เรี่ยวแรงกลับเคลื่อนไหว เขาใช้กำลังกายทั้งหมดที่มีกระชากร่างของนางให้หลบไปทางด้านหลัง ก่อนจะฝืนโคจรลมปราณที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดเข้าสู่จุดชีพจรสำคัญ ความเจ็บปวดจากการที่ลมปราณพุ่งพล่านในเส้นเลือดที่อุดตันนั้นรุนแรงจนเปรียบเสมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงไปทั่วร่าง
"อึก!" เซียวหยวนกัดฟันแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดในปาก เขาซัดอาวุธลับรูปทรงประหลาดที่เก็บซ่อนไว้ในสาบเสื้อออกไป อาวุธเหล่านั้นถูกเสริมด้วยพลังลมปราณที่เค้นออกมาจนถึงขีดสุด มันพุ่งแหวกอากาศเกิดเป็นเสียงหวีดร้องแหลมเล็ก ก่อนจะปักเข้าที่ลำคอและหน้าผากของนักฆ่าสามคนที่พุ่งเข้ามาใกล้ที่สุดอย่างแม่นยำ
ร่างของนักฆ่าเหล่านั้นล้มตึงลงทันทีโดยไม่มีแม้แต่เสียงร้อง ทว่านั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น นักฆ่าที่เหลือเห็นพวกพ้องล้มลงก็ยิ่งทวีความอำมหิต พวกมันรุกไล่เข้ามาพร้อมกันจากทุกทิศทาง
"เซียวหยวน! ท่านอย่าฝืนใช้กำลัง!" ซูเหยียนร้องเตือนด้วยความตระหนก นางเห็นใบหน้าของเขาซีดขาวราวกับกระดาษ เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม แต่กระนั้นเขาก็ยังคงยืนหยัดเป็นโล่กำบังให้นางอย่างไม่ย่อท้อ
"หากข้าปกป้องภรรยาตนเองมิได้... แล้วข้าจะเหลือหน้าไปพบใครในปรโลก!" เซียวหยวนคำรามต่ำ เขาฝืนก้าวออกไปเบื้องหน้าอีกก้าว สะบัดมือซัดเข็มเงินพิฆาตออกไปอีกชุดใหญ่ พลังลมปราณที่เขารีดเค้นออกมาในครั้งนี้รุนแรงจนอากาศรอบกายเกิดการสั่นสะเทือน นักฆ่าอีกสี่คนถูกปลิดชีพลงกลางอากาศ ร่างกระเด็นตกหน้าผาไปอย่างน่าสยดสยอง
แต่ทว่า... ขีดจำกัดของร่างกายที่ถูกพิษร้ายกัดกินมานานปีมิอาจต้านทานการฝืนใช้พลังที่รุนแรงเช่นนี้ได้ เส้นเลือดในตาของเซียวหยวนแตกซ่านจนแดงฉาน เขาเซวูบก่อนจะกระอักโลหิตสีดำคล้ำออกมาคำโต ร่างหนาทรุดฮวบลงกับพื้นหินท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของซูเหยียน
"เซียวหยวน!" ซูเหยียนโผเข้าไปประคองร่างของเขาไว้ หัวใจของนางบีบคั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก โลหิตอุ่นร้อนของเขาเปรอะเปื้อนอาภรณ์ของนาง พลังชีวิตของเขาดูเหมือนจะเลือนหายไปพร้อมกับโลหิตที่รินไหล
นักฆ่าที่เหลืออีกห้าคนเห็นโอกาสทอง พวกมันกระชับอาวุธในมือพลางเดินย่างสามขุมเข้ามาด้วยแววตาของผู้ชนะ ล้อมกรอบทั้งสามคนไว้ใจกลางยอดเขาที่ไร้ทางหนี
"จบสิ้นกันที..." หัวหน้านักฆ่าเอ่ยเสียงเรียบพลางเงื้อกระบี่ขึ้นสูง แสงจันทร์สะท้อนคมอาวุธดูเยือกเย็นและโหดเหี้ยม
ซูเหยียนกระชับร่างของเซียวหยวนไว้แน่น ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความเด็ดเดี่ยว นางจะไม่ยอมให้เรื่องราวสิ้นสุดลงเช่นนี้เด็ดขาด!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ระเบิดควันพรางตา]**