ตอนที่ 25
***บทที่ 25: ลมปราณแตกซ่าน***
ท่ามกลางความมืดมิดและหนาวเหน็บภายในรอยแยกหินอันลึกซึ้ง กลิ่นอายแห่งความตายอบอวลไปทั่วบริเวณ ร่างของเซียวหยวนสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ไอความร้อนที่แผ่ออกมานั้นมิใช่ความอบอุ่น หากแต่เป็นเพลิงกัลป์ที่กำลังเผาผลาญเส้นชีพจรจากภายใน ซูเหยียนรู้สึกราวกับว่ามือของนางกำลังสัมผัสกับเหล็กกล้าที่เพิ่งถูกตีออกจากเตาหลอม พลังปราณที่บ้าคลั่งพุ่งเข้าใส่ปลายนิ้วของนางจนชาหนึบ ทว่านางไม่อาจปล่อยมือได้
[แจ้งเตือนวิกฤต: อุณหภูมิในร่างกายของผู้ป่วยพุ่งสูงถึงสี่สิบสององศาเซลเซียส มวลพลังงานที่ไม่ทราบที่มาพุ่งพล่านทำลายเนื้อเยื่ออ่อนและเส้นเลือดฝอยอย่างต่อเนื่อง หากปล่อยไว้เกินสามร้อยวินาที สมองและอวัยวะภายในจะล้มเหลวโดยถาวร]
เสียงเรียบเฉยของระบบปัญญาประดิษฐ์ดังขึ้นในโสตประสาทของซูเหยียน ยิ่งตอกย้ำความเร่งด่วนจนหัวใจของนางแทบหยุดเต้น นางขบกรามแน่น พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย "ระบบ! เตรียมน้ำวิเศษความเข้มข้นสูงสุด และเปิดโหมดวิเคราะห์โครงสร้างเส้นชีพจรแบบเรียลไทม์ เดี๋ยวนี้!"
สิ้นคำสั่ง เบื้องหน้าของนางพลันปรากฏภาพโฮโลแกรมกึ่งโปร่งใสที่มองเห็นได้เพียงผู้เดียว มันคือแผนผังร่างกายของเซียวหยวนที่มีเส้นแสงสีแดงฉานขีดข่วนไปมาดูยุ่งเหยิงราวกับฝูงงูคลั่ง ซูเหยียนสั่นสะท้านไปทั้งร่างเมื่อเห็นว่าเส้นชีพจรหลักของเขาเริ่มปริแตกจากการถูกแรงดันของลมปราณมหาศาลกระแทกเข้าใส่
นางรีบเรียกขวดหยกขนาดเล็กออกมาจากมิติลับ ภายในบรรจุน้ำจากบ่อน้ำวิเศษที่นางเคี่ยวกรำด้วยพลังงานจากระบบจนกลายเป็นหยาดน้ำสีขาวบริสุทธิ์ที่มีความเข้มข้นมากกว่าปกติหลายสิบเท่า
"เซียวหยวน... ท่านต้องดื่มสิ่งนี้" นางกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า มือข้างหนึ่งประคองศีรษะที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเขาไว้ ส่วนอีกข้างใช้ช้อนหยกตักน้ำวิเศษเพียงหยดเดียวป้อนเข้าที่ริมฝีปากที่แตกแห้งจนเลือดซึม
ทว่า ทันทีที่น้ำวิเศษหยดแรกสัมผัสเรียวปาก ร่างของเซียวหยวนกลับเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ลมปราณที่แตกซ่านในกายเขาต่อต้านพลังงานบริสุทธิ์อย่างบ้าคลั่ง เขาสำลักออกมาเป็นลิ่มเลือดสีคล้ำ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วรอยแยกหิน
"ไม่นะ! อย่าคายออกมา!" ซูเหยียนร้องอย่างตระหนก นางไม่มีทางเลือกอื่น จึงตัดสินใจยกขวดหยกขึ้นจิบน้ำวิเศษไว้ในปากของตนเอง แล้วก้มลงประทับริมฝีปากแนบชิดกับเขา ถ่ายทอดหยาดน้ำแห่งชีวิตผ่านความอบอุ่นเพื่อบังคับให้เขาต้องกลืนลงไป
ความเย็นเยียบของน้ำวิเศษปะทะกับความร้อนรุ่มในลำคอของเซียวหยวน ความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงทำให้สติที่เลือนลางของเขาฟื้นคืนมาวูบหนึ่ง ดวงตาที่เคยคมปลาบยามนี้พร่ามัว เห็นเพียงใบหน้าของสตรีที่เขาเคยระแวงสงสัยบัดนี้กลับดูห่วงใยเขาถึงเพียงนี้
[ระบบกำลังปรับสมดุลพลังงาน: ตรวจพบจุดอุดตันที่เส้นชีพจรหัวใจด้านซ้าย โปรดกดจุดกระตุ้นที่ตำแหน่ง 'ถานจง' เพื่อเปิดทางเดินน้ำวิเศษ]
ซูเหยียนทำตามคำสั่งของระบบอย่างแม่นยำ นางใช้ปลายนิ้วที่อาบด้วยน้ำวิเศษกดลงบนหน้าอกของเขา พลังงานสีนวลตาแผ่ซ่านลงไปช่วยปลอบประโลมเส้นชีพจรที่กำลังจะระเบิด ตลอดทั้งคืนที่หนาวเหน็บ ซูเหยียนไม่ได้พักผ่อนแม้เพียงชั่วอึดใจ นางต้องคอยป้อนน้ำวิเศษทีละหยด และใช้พลังงานจากระบบช่วยโอบอุ้มลมปราณที่แตกซ่านของเขาให้กลับเข้าสู่ร่องคลองทีละน้อย
ความเหนื่อยล้าเริ่มจู่โจมซูเหยียนจนดวงตาพร่าลาย แต่เมื่อนางก้มลงมองใบหน้าที่ซีดเผือดแต่เริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นมาเล็กน้อยของชายหนุ่ม ความมุ่งมั่นก็กลับมาอีกครั้ง นางซบหน้าลงกับอกที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอของเขา สองมือยังคงกุมมือเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ความผูกพันที่ไม่ได้เริ่มจากความรัก แต่เริ่มจากการแลกชีวิตด้วยชีวิตค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของหัวใจอย่างเงียบเชียบ
"ท่านอ๋อง... ท่านห้ามตายเด็ดขาด หากท่านตาย ข้าจะไปทวงวิญญาณท่านคืนมาจากยมราชเอง" นางพึมพำแผ่วเบาก่อนจะฝืนความง่วงงุนเพื่อเฝ้าดูอาการของเขาต่อไป
จวบจนแสงทองแห่งรุ่งอรุณเริ่มส่องลอดรอยแยกหินเข้ามา ความร้อนแรงในกายของเซียวหยวนค่อยๆ สงบลง ลมหายใจที่เคยติดขัดกลับมาเป็นปรกติ ระบบปัญญาประดิษฐ์ส่งเสียงแจ้งเตือนสั้นๆ
[สภาวะลมปราณแตกซ่านได้รับการยับยั้ง อัตราการเต้นของหัวใจเข้าสู่เกณฑ์ปลอดภัย ผู้ป่วยพ้นขีดอันตรายจากความตายแล้ว]
ซูเหยียนถอนหายใจออกมาอย่างยาวนานราวกับยกภูเขาออกจากอก นางพิงแผ่นหลังกับผนังหินอย่างหมดแรง ขณะที่มองดูเซียวหยวนที่ยังคงหลับสนิท ทว่าในวินาทีนั้นเอง เปลือกตาของชายหนุ่มก็ค่อยๆ ขยับเขยื้อน ก่อนจะเปิดขึ้นช้าๆ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองมาที่นางด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ความเงียบปกคลุมคนทั้งคู่ มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวภายนอกที่บอกให้รู้ว่า พวกเขาเพิ่งผ่านพ้นพญามัจจุราชมาได้อย่างหวุดหวิด
เขามองมือน้อยที่ยังกุมมือหนาของเขาไว้แน่น ร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าของซูเหยียนทำให้หัวใจที่เคยเย็นชาของเขาสั่นไหว เซียวหยวนขยับริมฝีปากที่เริ่มมีความรู้สึก พลางเอ่ยถามด้วยเสียงอันแหบพร่าที่แฝงไปด้วยความจริงจัง
"เหตุใด... เจ้าถึงยอมทำถึงเพียงนี้เพื่อข้า?"
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ความจริงใจของอ๋องพิการ]**