ตอนที่ 26
***บทที่ 26: ความจริงใจของอ๋องพิการ***
แสงอรุณรำไรสาดส่องผ่านรอยแยกของโถงถ้ำ กระทบใบหน้าคมเข้มที่บัดนี้ดูซูบซีดแต่ทว่ากลับเปี่ยมด้วยพลังชีวิตที่เริ่มฟื้นคืนอย่างน่าอัศจรรย์ ซูเหยียนสบตากับดวงตาคมปลาบที่จ้องมองมาอย่างค้นหา คล้ายจะมองให้ทะลุถึงก้นบึ้งของวิญญาณนาง มือน้อยที่กุมมือหนาไว้แน่นค่อยๆ คลายออกเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ แต่กลับถูกนิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มเกี่ยวรั้งไว้แผ่วเบา
“เหตุใด... เจ้าถึงยอมทำถึงเพียงนี้เพื่อข้า?” คำถามเดิมซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้นกว่าเดิม ทว่าในความมั่นคงนั้นกลับแฝงไปด้วยความหวั่นไหวที่ปิดไม่มิด
ซูเหยียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นางไม่ได้หลบสายตา แต่กลับจ้องลึกเข้าไปในแววตาของอ๋องผู้ถูกตราหน้าว่าพิการและไร้ความสามารถ นางถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางคลี่ยิ้มที่ดูเหนื่อยล้าแต่ทว่าจริงใจ
“ท่านอ๋อง ในใต้หล้านี้ไม่มีสิ่งใดได้มาเปล่าๆ และข้าเองก็มิใช่สตรีใจบุญที่ยอมสละชีวิตเพื่อผู้อื่นโดยไร้เหตุผล” นางเว้นจังหวะ พลางขยับกายที่อ่อนล้าให้มั่นคงขึ้น “ในดินแดนเป่ยโจวที่หนาวเหน็บและแร้นแค้นเช่นนี้ ลำพังเพียงสตรีที่ถูกทอดทิ้งจากตระกูลเช่นข้า ย่อมยากจะยืนหยัดอยู่ได้เพียงลำพัง การช่วยเหลือท่าน... แท้จริงแล้วคือการช่วยเหลือตัวข้าเอง”
เซียวหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาฉายแววฉงน “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“ท่านคืออ๋องแห่งราชวงศ์ต้าฉู่ แม้บัดนี้จะถูกเนรเทศและสูญเสียพลังไปชั่วคราว แต่รากฐานและสติปัญญาของท่านยังคงอยู่” ซูเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว “ข้าต้องการพันธมิตรที่ไว้ใจได้ พันธมิตรที่จะไม่หันหลังให้ข้าในยามคับขัน และพันธมิตรที่มีความสามารถพอจะปกป้องข้าได้ในอนาคต ข้าเห็นสิ่งนั้นในตัวท่าน... เซียวหยวน”
คำเรียกขานที่ปราศจากยศถาบรรดาศักดิ์ทำให้ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเคยมองว่านางเป็นเพียงหมากที่ราชสำนักส่งมาเพื่อเฝ้าดูเขา หรือไม่ก็เป็นเพียงสตรีผู้น่าสงสารที่ถูกลากเข้าสู่วังวนแห่งความขัดแย้ง ทว่ายามนี้ สตรีตรงหน้ากลับแสดงความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะ ‘เอาชีวิตรอด’ ด้วยสายตาที่แน่วแน่ยิ่งกว่าทหารหาญในสมรภูมิ
“เจ้าเพียงต้องการ... คนคุ้มกันอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าต้องการมากกว่านั้น” ซูเหยียนตอบกลับทันควัน “ข้าต้องการคู่หูที่สามารถฝากหลังไว้ให้กันได้ ในดินแดนที่ขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวงและโจรป่าชุกชุมเช่นนี้ หากเราไม่ร่วมมือกันอย่างจริงใจ ย่อมมีเพียงความตายที่รออยู่เบื้องหน้า ข้าช่วยท่านให้รอดตาย และข้าหวังว่าท่านจะเป็นโล่ให้ข้าในยามที่ข้าต้องการ”
เซียวหยวนนิ่งฟัง พลางรู้สึกถึงกระแสความร้อนสายหนึ่งที่ไหลเวียนอยู่ในอก มิใช่เพราะพิษร้ายหรือลมปราณที่ปั่นป่วน แต่เป็นความรู้สึกประหลาดที่เขาไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน แม้แต่ในวังหลวงที่เต็มไปด้วยหน้ากาก ความจริงใจที่แลกมาด้วยชีวิตเช่นนี้คือสิ่งที่เขามิเคยกล้าคาดหวัง
เขาขยับมือ กุมมือของนางกลับด้วยแรงที่แม้จะน้อยนิด แต่กลับหนักแน่นเหมือนคำมั่นสัญญา
“ซูเหยียน... เจ้าช่างเป็นสตรีที่ประหลาดนัก” เซียวหยวนเค้นเสียงหัวเราะในลำคอแผ่วเบา “ในยามที่ข้าตกต่ำถึงขีดสุด เจ้ากลับมองเห็นค่าของอ๋องพิการผู้นี้... ดี! ในเมื่อเจ้ามอบชีวิตใหม่ให้ข้า ข้า เซียวหยวน ขอให้สัตย์สาบานต่อฟ้าดิน หากวันใดที่ข้าฟื้นฟูพลังและอำนาจกลับคืนมาได้ ข้าจะเป็นร่มเงาที่ใหญ่ที่สุดให้เจ้า ใครหน้าไหนก็มิอาจรังแกเจ้าได้แม้แต่ปลายผม”
เสียงแจ้งเตือนจากระบบปัญญาประดิษฐ์ดังขึ้นในห้วงความคิดของซูเหยียนอีกครั้ง
[การวิเคราะห์ระดับความเชื่อใจ: เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุด ความสัมพันธ์เปลี่ยนสถานะเป็น 'พันธมิตรที่ผูกพันด้วยชีวิต']
ซูเหยียนยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งคืนดูจะมลายหายไปสิ้น “ถ้าเช่นนั้น นับแต่นี้ไป เราคือคนลงเรือลำเดียวกันแล้ว ท่านห้ามลืมคำพูดในวันนี้เด็ดขาด”
“อ๋องเช่นข้า ตรัสแล้วไม่คืนคำ” เซียวหยวนพยายามพยุงตัวขึ้นนั่ง โดยมีซูเหยียนรีบเข้าไปประคอง “แม้ลมปราณของข้าจะยังไม่สมบูรณ์ แต่พิษร้ายที่เคยกัดกินดูเหมือนจะเบาบางลงไปมาก เจ้าใช้วิธีใดรักษาข้ากันแน่?”
ซูเหยียนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามความลับที่นางต้องรักษา “ข้ามีวิชาแพทย์ลับที่สืบทอดมา และใช้สมุนไพรหายากที่ข้าแอบซุกซ่อนไว้ ท่านอย่าได้ถามถึงรายละเอียดเลย รู้เพียงว่าข้าจะมิยอมให้ท่านตายก่อนเวลาอันควรเป็นพอ”
เซียวหยวนจ้องมองใบหน้างดงามที่ดูมีความลับมากมายผู้นี้ แต่เขากลับไม่รู้สึกหวาดระแวงเหมือนเก่า เขารู้ดีว่าทุกคนย่อมมีเรื่องที่ไม่สามารถบอกออกไปได้ และตราบใดที่นางยังอยู่เคียงข้างเขาเช่นนี้ เขาก็พร้อมที่จะมองข้ามความลึกลับเหล่านั้น
“ข้าเข้าใจแล้ว... เป่ยโจวอยู่ข้างหน้านี้แล้วใช่ไหม?”
“ใช่แล้วท่านอ๋อง เราต้องเร่งเดินทางก่อนที่พวกนักฆ่าจะรู้ตัวว่าเรายังไม่ตาย” ซูเหยียนเอ่ยพลางมองออกไปนอกถ้ำ แสงแดดเริ่มเจิดจ้าขึ้นทุกขณะ ทว่าท่ามกลางความเงียบสงบนั้น หูของนางที่ประสาทสัมผัสไวขึ้นจากการช่วยเหลือของระบบกลับได้ยินเสียงบางอย่าง
แกรก... แกรก...
เสียงฝีเท้าหนักๆ เหยียบย่ำลงบนกิ่งไม้แห้งและหิมะหนาที่นอกถ้ำ ซูเหยียนใจกระตุกวูบ นางรีบดับกองไฟที่เหลือเพียงเถ้าถ่านอย่างรวดเร็ว พลางหันไปส่งสัญญาณให้เซียวหยวนเงียบเสียง มือหนึ่งคว้ากริชสั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อไว้แน่น
ใครบางคนกำลังมุ่งตรงมายังที่ซ่อนของพวกเขา!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: พบชาวบ้านเป่ยโจว]**