ตอนที่ 29
***บทที่ 29: บ้านพักนักโทษ***
เสียงประตูเมืองเหล็กกล้าที่ปิดสนิทลงเบื้องหลัง ราวกับเสียงสับไกของกรงขังขนาดมหึมาที่ตัดขาดพวกเขาออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ลมเหมันต์ที่พัดกรรโชกผ่านช่องแคบของถนนในเมืองเป่ยโจวหอบเอาเกล็ดหิมะและกลิ่นอายของความแห้งแล้งมาปะทะใบหน้า ซูเหยียนกระชับมือที่จับคันรถเข็นของเซียวหยวนแน่นขึ้น ดวงตาเรียวสวยกวาดมองไปตามทิศทางที่กลุ่มควันจางๆ ลอยล่องอยู่บนท้องฟ้าสีหม่น ตามคำเตือนของระบบปัญญาประดิษฐ์ในห้วงสำนึก
“กลิ่นดินประสิว...” นางพึมพำแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ท่ามกลางเสียงลมหวีดหวิว
“เจ้าว่าอะไรนะ?” เซียวหยวนซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แม้ร่างกายจะยังอ่อนแอและต้องเผชิญกับอากาศที่หนาวเย็นจนริมฝีปากเริ่มเขียวช้ำ แต่ดวงตาคมกริบของเขายังคงเปี่ยมด้วยความระแวดระวัง
“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ ท่านพี่... ข้าเพียงแต่คิดว่าพวกเราควรเร่งฝีเท้าไปยังที่พักให้เร็วที่สุด อากาศเช่นนี้ท่านจะทานทนไม่ไหว” ซูเหยียนตอบพลางส่งสัญญาณให้โม่ไป๋และชุนเถาเดินตามมา
ทหารยามที่นำทางพวกเขาเดินมาหยุดลงที่เขตรอยต่อระหว่างตัวเมืองและทุ่งร้างชายแดน เบื้องหน้าคือสิ่งปลูกที่เรียกว่า ‘บ้านพักนักโทษ’ แต่มันกลับดูเหมือนซากปรักหักพังที่รอวันถล่มลงมาเสียมากกว่า บ้านไม้หลังเล็กทรุดโทรมตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว หลังคามุงหญ้าและแผ่นไม้ผุพังจนเห็นรูโหว่ขนาดใหญ่หลายจุด ฝาผนังดินปนไม้มีรอยแตกร้าวที่ลมหนาวสามารถลอดผ่านได้ทุกทิศทาง และที่เลวร้ายที่สุดคือ รอบบริเวณนั้นไม่มีแม้แต่ฟืนสักท่อนหรือกองไฟที่จะให้ความอบอุ่น
“นี่คือที่พักของพวกเจ้า... ในฐานะนักโทษเนรเทศ อย่าหวังความสะดวกสบายเหมือนในจิงเฉิง” ทหารผู้นั้นแค่นหัวเราะอย่างดูแคลนก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไป ทิ้งให้คนทั้งสี่เผชิญกับความเงียบงันที่หนาวเหน็บ
ชุนเถาตัวสั่นสะท้านพลางกลั้นสะอื้น “คุณหนู... นี่มันมิใช่ที่พักคนแล้วเจ้าค่ะ มันคือเล้าหมูที่ทิ้งร้างชัดๆ หลังคาก็รั่วเยี่ยงนี้ คืนนี้พวกเราจะนอนกันอย่างไรเจ้าคะ?”
โม่ไป๋ขมวดคิ้วแน่น มือหนากำกระบี่ในมือจนเส้นเลือดปูดโปน “คนพวกนี้จงใจกลั่นแกล้งชัดๆ การส่งท่านอ๋องมาอยู่ในที่เช่นนี้ ไม่ต่างจากการสั่งประหารชีวิตทางอ้อม!”
ซูเหยียนมองดูสภาพบ้านด้วยสายตาเรียบเฉย แต่นัยน์ตากลับวาววับด้วยการคำนวณ นางหันไปสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “โม่ไป๋ ชุนเถา อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไป ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือความอยู่รอด โม่ไป๋... เจ้าไปตรวจสอบโครงสร้างรอบๆ และจัดการขยะหรือเศษไม้ที่พอจะใช้เป็นฟืนได้มาให้หมด ส่วนชุนเถา เจ้าช่วยข้าทำความสะอาดภายใน อย่างน้อยต้องมีพื้นที่สะอาดพอให้ท่านอ๋องพักผ่อน”
“แต่ว่าหลังคานั่น...” โม่ไป๋ท้วง
“ข้ามีวิธีจัดการเอง ไปเถิด”
เมื่อทุกคนแยกย้ายไปทำงาน ซูเหยียนจึงเข็นเซียวหยวนเข้าไปในมุมที่ลมพัดเข้าน้อยที่สุด นางหยิบผ้าคลุมผืนหนาจากในรถเข็น (ซึ่งความจริงนางลอบดึงออกมาจากมิติลับ) มาห่มให้เขา “ท่านพี่ พักผ่อนครู่หนึ่ง ข้าจะจัดการที่นี่ให้เรียบร้อยเอง”
เซียวหยวนมองตามร่างบางที่เริ่มลงมือทำงานอย่างคล่องแคล่วด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย นางดูไม่เหมือนคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่เคยรู้จักแม้แต่น้อย ในขณะที่ชุนเถากำลังวุ่นอยู่กับการกวาดฝุ่นอีกด้านหนึ่ง ซูเหยียนก็อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกตเห็น เรียกใช้งานระบบ AI
*“สแกนจุดรั่วไหลและโครงสร้างที่เสี่ยงต่อการพังทลาย... คำนวณวัสดุที่จำเป็น”*
*“รับทราบ... ตรวจพบจุดรั่วหลัก 7 แห่ง และรอยร้าวที่ผนังด้านทิศเหนือซึ่งลมแรงที่สุด แนะนำให้ใช้แผ่นโพลิเมอร์กาวพิเศษและผ้าใบกันน้ำความร้อนสูงจากคลังมิติ”*
ซูเหยียนแสร้งทำเป็นหยิบเศษผ้าและดินเลนขึ้นมาอุดรอยรั่ว ทว่าในมือนางกลับกำแผ่นวัสดุโปร่งใสที่เหนียวแน่นและทนทานจากโลกอนาคตเอาไว้ นางค่อยๆ แปะมันลงบนรอยแตกอย่างแนบเนียน แผ่นวัสดุนั้นกลืนไปกับเนื้อไม้เก่าๆ จนยากจะสังเกตเห็น แต่มันกลับกั้นลมหนาวได้อย่างชะงักงัน นางทำเช่นนี้ซ้ำๆ จนกระทั่งรอยโหว่บนหลังคาถูกปิดทับด้วยวัสดุพิเศษที่พรางตาเป็นหญ้าแห้ง
เวลาผ่านไปชั่วครู่ ลมหนาวที่เคยหวีดหวิวภายในบ้านก็เริ่มสงบลง แม้จะยังไม่มีไฟ แต่ความเย็นเยียบที่เคยกัดกินผิวหนังก็ทุเลาลงอย่างน่าประหลาด
ทว่า ในขณะที่ซูเหยียนกำลังจะหยิบวัสดุชิ้นสุดท้ายออกมา สัญญาณเตือนภัยในหัวของนางก็กลับมาแผดร้องอีกครั้ง คราวนี้มันรุนแรงกว่าเดิม
*“คำเตือน! ตรวจพบอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทางด้านหลังอาคาร... กลิ่นควันไฟและเขม่าควันพุ่งสูงขึ้นเกินระดับความปลอดภัย มีการตรวจพบการวางเชื้อเพลิงรอบบริเวณบ้านพัก!”*
ซูเหยียนเบิกตากว้าง นางรีบหันไปมองทางทิศเหนือที่ผนังเพิ่งถูกซ่อมแซม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งดังแว่วมาจากด้านนอก ท่ามกลางเสียงลมพัดกระหน่ำ และทันใดนั้นเอง กลิ่นเหม็นไหม้ของน้ำมันดินก็โชยเข้ามาตามช่องลมที่ยังไม่ได้ปิด
“โม่ไป๋! ระวัง!” ซูเหยียนตะโกนลั่น
สิ้นเสียงของนาง ลูกศรไฟลูกหนึ่งก็ถูกยิงทะลุผ่านหน้าต่างที่พังทลายเข้ามา ปักลงบนกองฟางแห้งกลางห้องทันที เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับมีใครบางคนเตรียมการไว้ล่วงหน้าเพื่อจะเผาพวกเขาให้ตายทั้งเป็นในบ้านร้างแห่งนี้!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: หัวหน้าหมู่บ้านหลินต้าซาน]**