ตอนที่ 36

***บทที่ 36: ยาพิษบนอาวุธ***

ท่ามกลางความมืดมิดที่โอบล้อมรอบจวนพักเก่าคร่ำคร่าในเป่ยโจว ลมหนาวหวีดหวิวลอดผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างราวกับเสียงโหยหวนของวิญญาณ ซูเหยียนย่อกายลงข้างศพนักฆ่าที่เพิ่งสิ้นลม แสงเทียนสลัวสะท้อนให้เห็นประกายสีม่วงคล้ำจางๆ บนคมกริชสั้นที่ตกอยู่ข้างกายมัน นางมิได้ใช้มือเปล่าสัมผัส หากแต่ดึงผ้าเช็ดหน้าผืนสะอาดออกมาพันรอบมืออย่างระมัดระวังก่อนจะหยิบอาวุธสังหารชิ้นนั้นขึ้นมา

“เหยียนเอ๋อร์... ระวังตัวด้วย” เสียงของเซียวหยวนแหบพร่า ทว่าแฝงไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด เขานั่งอยู่บนรถเข็นไม้ สายตาที่เคยมืดบนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยประกายแห่งความแค้นที่คุกรุ่น

ซูเหยียนไม่ตอบเพียงแต่พยักหน้าเบาๆ นางหลับตาลงกึ่งหนึ่ง รวบรวมสมาธิเรียกใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ผูกติดอยู่กับดวงวิญญาณ พลันเบื้องหน้าของนางปรากฏหน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าครามที่สั่นไหวเล็กน้อย มีเพียงนางเท่านั้นที่มองเห็นวิวัฒนาการล้ำยุคนี้ท่ามกลางยุคสมัยที่ล้าหลัง

[ระบบ: ตรวจพบสารประกอบทางเคมีที่มีความเป็นพิษสูงบนพื้นผิววัตถุ กำลังดำเนินการสแกนและวิเคราะห์องค์ประกอบ...]

แสงสีเขียวอ่อนจางพาดผ่านใบมีดสั้นเล่มนั้นอย่างรวดเร็ว ซูเหยียนจ้องมองข้อมูลที่หลั่งไหลขึ้นมาบนหน้าจอประมวลผล หัวใจของนางกระตุกวูบเมื่อเห็นผลลัพธ์ที่ปรากฏชัดเจน

“เป็นอย่างที่ข้าคาดไว้จริงๆ” นางพึมพำเสียงแผ่ว ผิวหน้าของกริชเล่มนี้ไม่ได้เพียงแค่คมกริบ แต่มันยังถูกฉาบไว้ด้วย ‘พิษสลายกระดูก’ ชนิดเดียวกับที่แทรกซึมอยู่ในเส้นเอ็นและจุดชีพจรของเซียวหยวนมาเนิ่นนาน

“ท่านพี่หยวน... พิษบนอาวุธนี้ คือพิษชนิดเดียวกับที่อยู่ในร่างกายของท่าน” ซูเหยียนเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม แววตาของนางกร้าวระแวงและเย็นเยียบ “นี่มิใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการย้ำเตือนว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารในครั้งนี้ คือคนเดียวกับที่พยายามปลิดชีพท่านด้วยพิษร้ายเมื่อหลายปีก่อน”

เซียวหยวนขบกรามแน่นจนเส้นเลือดบนขมับปูดโปน มือที่วางอยู่บนพนักรถเข็นบีบแน่นจนไม้ลั่นเอี๊ยด “พิษสลายกระดูก... พิษที่กัดกินทั้งร่างกายและเกียรติยศของข้า ฮ่องเต้ช่างเมตตานัก กลัวว่าข้าจะมีชีวิตรอดอยู่ในแดนทุรกันดารนี้ได้นานเกินไปกระนั้นหรือ?”

ซูเหยียนหันกลับมาสนใจหน้าจอระบบอีกครั้ง นางสั่งการให้ AI วิเคราะห์ลึกลงไปถึงระดับโมเลกุล

[ระบบ: รายงานการวิเคราะห์... พิษสลายกระดูกชุดนี้มีความเข้มข้นสูงกว่าที่ตรวจพบในกระแสเลือดของโฮสต์เป้าหมาย (เซียวหยวน) ถึงสามเท่า มีส่วนผสมหลักจากพืชพิษในป่าลึกและสารสกัดจากสัตว์หางไหม้ หากสัมผัสเพียงเล็กน้อยจะทำให้กล้ามเนื้อล้มเหลวและระบบประสาทส่วนกลางหยุดทำงานภายในหนึ่งก้านธูป]

“ซูเหยียน... เจ้ากำลังทำอะไร?” เซียวหยวนมองดูภรรยาของเขาที่จ้องมองความว่างเปล่าเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ลุ่มลึกราวกับกำลังอ่านตำราที่มองไม่เห็น

“ข้ากำลังตรวจสอบ ‘รากเหง้า’ ของมันเจ้าค่ะ” นางตอบโดยไม่ละสายตา “พิษนี้มีลักษณะเฉพาะตัว มันถูกปรุงขึ้นมาอย่างประณีตเกินกว่าที่นักฆ่าทั่วไปจะครอบครองได้ และที่สำคัญ... ระบบของข้าตรวจพบร่องรอยของสารเร่งปฏิกิริยาบางอย่างที่ต้องใช้กรรมวิธีพิเศษในวังหลวงเท่านั้นจึงจะสกัดออกมาได้”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง มีเพียงเสียงถ่านในเตาผิงที่ปะทุเป็นระยะ ซูเหยียนเก็บกริชสั้นเล่มนั้นเข้าไปในมิติลับส่วนตัวของนางเพื่อใช้เป็นหลักฐานและตัวอย่างในการปรุงยาถอนพิษในภายหลัง นางเดินเข้าไปใกล้เซียวหยวน ย่อกายลงเบื้องหน้าเขาแล้วกุมมือที่เย็นจัดของเขาไว้

“ในเมื่อพวกเขากล้าส่งพิษนี้มาถึงที่นี่ ก็เท่ากับส่งเบาะแสการรักษามาให้ข้าด้วยเช่นกัน” ดวงตาของซูเหยียนทอประกายเด็ดเดี่ยว “ข้าจะใช้พิษบนอาวุธนี้ วิเคราะห์หาส่วนประกอบที่ขาดหายไปเพื่อปรุงยาแก้พิษที่สมบูรณ์ให้แก่ท่าน ท่านพี่หยวน... ท่านต้องอดทนอีกนิด ข้าสัญญาว่าเส้นเอ็นที่ถูกทำลายไป ข้าจะต่อมันกลับคืนมา ลมปราณที่อุดตัน ข้าจะทะลวงมันให้สิ้น!”

เซียวหยวนมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายได้ ความโกรธแค้นที่มีต่อราชสำนักดูจะเบาบางลงเมื่อเห็นความมุ่งมั่นในดวงตาของนาง “เจ้าจะเสี่ยงเพื่อข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ? การปรุงยาแก้พิษชนิดนี้มิใช่เรื่องง่าย และวัตถุดิบที่ต้องใช้อาจจะนำพาเจ้าไปสู่อันตรายที่ยิ่งใหญ่กว่า”

“ชีวิตของข้าและท่านผูกติดกันตั้งแต่วันที่ข้ามธรณีประตูจวนอ๋องแล้ว” ซูเหยียนยิ้มบางเบา ทว่าเป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเย็นชาต่อศัตรู “ข้ามิได้เพียงแค่ต้องการรักษาท่าน แต่ข้าต้องการเห็นพวกมันได้รับผลกรรมที่พวกมันได้เริ่มไว้ด้วยพิษชนิดนี้”

ทันใดนั้น เสียงเตือนจากระบบ AI ก็ดังขึ้นในโสตประสาทของซูเหยียนอีกครั้ง คราวนี้น้ำเสียงที่เป็นกลไกนั้นดูเร่งรีบและเคร่งเครียดกว่าเดิม

[ระบบ: คำเตือน! ตรวจพบความผิดปกติในองค์ประกอบย่อยของพิษ... มีสารสกัดจากพืชหายากที่ยังไม่ถูกระบุชื่อในฐานข้อมูลพื้นฐาน กำลังทำการจำลองโครงสร้างเพื่อค้นหาแหล่งที่มา... ตรวจพบเบาะแส! สารนี้มีความเชื่อมโยงกับ ‘หญ้ากลืนวิญญาณ’ ซึ่งจะเติบโตเฉพาะในพื้นที่ที่มีไอเย็นจากวังวนโลหิตภายในพระราชวังเท่านั้น!]

ซูเหยียนนิ่งงันไป แววตาของนางสั่นไหวเล็กน้อย ข้อมูลนี้ขยายขอบเขตความร้ายแรงไปไกลกว่าที่นางคาดคิด หากมีส่วนผสมของหญ้ากลืนวิญญาณจริง นั่นหมายความว่าพิษในร่างของเซียวหยวนไม่ได้เพียงแค่ทำลายร่างกาย แต่มันกำลังกัดกิน ‘จิตวิญญาณ’ ของเขาไปพร้อมกันด้วย

“มีอะไรผิดปกติหรือ?” เซียวหยวนถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของนางเปลี่ยนไป

ซูเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึก ความหนาวเหน็บของอากาศในเป่ยโจวเริ่มบาดผิว แต่นางกลับรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่กำลังก่อตัวขึ้นในอก “ท่านพี่... เรื่องนี้ซับซ้อนกว่าที่ข้าคิด พิษนี้มิได้มีเพียงไว้เพื่อสังหารคน แต่มันมีไว้เพื่อทรมานให้ตายทั้งเป็นอย่างช้าๆ ข้าต้องรีบดำเนินการขั้นต่อไปโดยเร็วที่สุด”

ในขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปากอธิบายเพิ่มเติม หูของนางพลันได้ยินเสียงฝีเท้าเบาหวิวขยับเขยื้อนอยู่บนหลังคาจวน ท่ามกลางเสียงลมพายุที่โหมกระหน่ำ ฝีเท้านั้นเบาราวกับแมวป่า ทว่าเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายสังหารที่เข้มข้นยิ่งกว่านักฆ่าที่นอนเป็นศพอยู่เบื้องหน้า

ซูเหยียนดับตะเกียงตรงหน้าทันที ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิด มือของนางเลื่อนไปจับด้ามเข็มยาสลบที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ ขณะที่เซียวหยวนเองก็ขยับตัวเข้าสู่ท่าเตรียมพร้อมแม้จะยังพิการอยู่ก็ตาม

“พวกมัน... ไม่ได้มาเพียงคนเดียว” ซูเหยียนกระซิบเสียงต่ำ แววตาของนางจ้องมองไปที่เพดานห้องที่สั่นไหวเล็กน้อยจากน้ำหนักของใครบางคนเบื้องบน

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เบาะแสสำคัญ]**