ตอนที่ 40

***บทที่ 40: รากฐานแห่งการเอาตัวรอด***

เสียงกึกก้องกัมปนาทที่ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากยอดเขาปิงเฟิงดุจเสียงมังกรคำรามนั้น ทำให้ผืนดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนจนแทบไม่อาจทรงตัวอยู่ได้ มวลหิมะมหาศาลสีขาวโพลนกำลังถล่มทลายลงมาดุจคลื่นยักษ์ที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งในหมู่บ้านเบื้องล่าง หลินต้าซานหน้าซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด

*[คำเตือน: ความเร็วของมวลหิมะอยู่ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทิศทางการเคลื่อนที่พุ่งตรงมายังจุดพิกัดปัจจุบันในอีก 45 วินาที แนะนำให้หลบหลังโขดหินใหญ่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 15 องศา ซึ่งเป็นจุดอับลมและมีโครงสร้างหินแกรนิตที่แข็งแรงที่สุด]*

เสียงสังเคราะห์ของระบบ AI ดังขึ้นอย่างเยือกเย็นในโสตประสาทของซูเหยียน นางไม่รอช้า รีบหันไปตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยอำนาจสั่งการ “ทุกคน! วิ่งไปที่โขดหินยักษ์ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเดี๋ยวนี้! อย่ารั้งอยู่ใกล้ผนังเรือน! เร็วเข้า!”

เซียวหยวนที่ประทับอยู่ในรถเข็นไม้ถูกโม่ไป๋ทะยานร่างเข้าพยุงแล้วพุ่งตัวไปตามทิศทางที่ซูเหยียนบอกอย่างไม่ลังเล แม้แต่หลินต้าซานและชาวบ้านที่ตกอยู่ในอาการขวัญหนีดีฝ่อก็พากันวิ่งตามสตรีตัวเล็กๆ ผู้นี้ไปอย่างลืมตาย เพียงอึดใจเดียวหลังจากที่ทุกคนหมอบลงเบื้องหลังโขดหินมหึมา เสียงปะทะของหิมะที่กวาดทลายบ้านเรือนไม้เก่าคร่ำคร่าก็ดังสนั่นหวั่นไหว ไอเย็นเยียบแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ แรงลมมหาศาลพัดผ่านเหนือศีรษะพวกเขาไปดุจคมดาบที่มองไม่เห็น

เมื่อความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง หมู่บ้านชายแดนแห่งนี้ก็ถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาเตอะ แต่ทว่า... ทุกชีวิตที่วิ่งตามซูเหยียนมากลับรอดพ้นจากความตายได้อย่างปาฏิหาริย์ หลินต้าซานมองสตรีที่ยืนอยู่ท่ามกลางลมหนาวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความหวาดระแวงมลายหายไป สิ้นเหลือเพียงความเคารพยำเกรงที่เขามีต่อ "ผู้มีปัญญา"

หลายวันต่อมา หลังจากที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายและขบวนเดินทางได้ล่วงเข้าสู่เขตเมืองเป่ยโจวอย่างเป็นทางการ ซูเหยียนและเซียวหยวนได้รับมอบหมายให้พำนักในจวนเก่าที่ถูกทิ้งร้างแห่งหนึ่ง แม้มันจะทรุดโทรมจนลมหนาวสามารถลอดผ่านรอยแตกของผนังเข้ามาได้ แต่มันก็คือ "บ้าน" หลังแรกในดินแดนเนรเทศแห่งนี้

ซูเหยียนนั่งอยู่ริมหน้าต่างไม้ที่สั่นไหวตามแรงลม นางหลับตาลงเพื่อเข้าสู่มิติลับส่วนตัวในห้วงสำนึก ภายในพื้นที่สีขาวนวลตาที่กว้างขวางขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ของวิเศษและทรัพยากรที่นางสะสมมาตลอดการเดินทางถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ

*‘ตรวจสอบทรัพยากรคงเหลือ’* นางส่งคำสั่งผ่านความคิด

*[รายงาน: น้ำวิเศษจากบ่อน้ำจิตวิญญาณคงเหลือ 85 ส่วน, เมล็ดพันธุ์พืชเมืองหนาวจากระบบรวม 12 ชนิด, ยาพื้นฐานและอุปกรณ์การแพทย์สมัยใหม่พร้อมใช้งาน 90%, พลังงานสำรองของระบบอยู่ในระดับเสถียร]*

ซูเหยียนลืมตาขึ้น แววตาของนางฉายแววครุ่นคิด ในแดนเถื่อนเป่ยโจวที่พืชพรรณแทบไม่อาจเติบโตและเสบียงอาหารมีค่าดั่งทองคำ ทรัพยากรเหล่านี้คือ "รากฐาน" ที่สำคัญที่สุดในการเอาตัวรอด นางต้องเริ่มวางแผนการปลูกพืชที่ทนทานต่อความหนาวเย็นโดยใช้น้ำวิเศษเร่งการเจริญเติบโต เพื่อสร้างฐานเสบียงที่มั่นคงก่อนที่ฤดูเหมันต์ที่โหดร้ายกว่านี้จะมาถึง

ขณะเดียวกัน เซียวหยวนซึ่งนั่งอยู่บนเตียงไม้ฝั่งตรงข้ามกำลังมองดูแผ่นหลังของภรรยาตนเอง แสงจันทร์ที่สะท้อนกับพื้นหิมะภายนอกสาดส่องเข้ามาทำให้เห็นใบหน้าด้านข้างที่งดงามและเยือกเย็นของซูเหยียน ขาของเขาที่เคยไร้ความรู้สึก บัดนี้เริ่มมีความร้อนสายหนึ่งแล่นผ่านไปมาตามจุดชีพจร แม้จะเจ็บปวดแต่มันคือสัญญาณของการฟื้นฟู

"เหยียนเอ๋อร์..." เสียงทุ้มต่ำของเขาทลายความเงียบ "เจ้ากำลังคิดเรื่องใดอยู่?"

ซูเหยียนหันกลับมาส่งยิ้มบางๆ ให้ "ข้ากำลังคิดว่า เป่ยโจวอาจจะไม่ใช่คุกที่คุมขังพวกเรา แต่มันคือผืนดินที่พวกเราจะฝังรากลึกและเติบโตขึ้นมาใหม่เจ้าค่ะ ท่านอ๋อง... ท่านเชื่อข้าหรือไม่?"

เซียวหยวนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แววตาที่เคยหม่นแสงจะฉายชัดถึงความมุ่งมั่นและเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ "ข้าเชื่อเจ้า หากไม่มีเจ้า ข้าคงเป็นเพียงซากศพที่ถูกทิ้งไว้กลางทาง ความแค้นที่ฮ่องเต้เซียวเทียนอวี้ฝากไว้ ข้าจะไม่มีวันลืมเลือน การที่ส่งพวกเรามาที่นี่ เขาคงหวังให้ความตายมารับพวกเราไปอย่างช้าๆ แต่เขาคิดผิด..."

เขายื่นมือไปกุมมือของซูเหยียนไว้แน่น สัมผัสที่มั่นคงนั้นสื่อถึงความภาคภูมิและความหวังในการทวงคืนความยุติธรรม "ข้าจะรักษาตัวให้หาย และข้าจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างเจ้า เพื่อดูว่าดินแดนที่เขาคิดว่าเป็นนรกแห่งนี้ จะกลายเป็นฐานทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเราได้อย่างไร"

ซูเหยียนมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง เห็นเกล็ดหิมะที่เริ่มโปรยปรายลงมาหนาตาขึ้น นางรู้ดีว่าอุปสรรคเบื้องหน้าไม่ได้มีเพียงลมฟ้าอากาศ แต่ยังมีสายลับและความแค้นจากเมืองหลวงที่อาจตามมาถึงที่นี่ในไม่ช้า นางต้องเตรียมพร้อมสำหรับทุกอย่าง ทั้งการสร้างรากฐานและการรักษาพละกำลัง

ทันใดนั้น ระบบ AI ในหัวของนางก็ส่งเสียงเตือนเบาๆ พร้อมภาพจำลองความร้อนที่ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูจวน

*[ตรวจพบสิ่งมีชีวิตเคลื่อนที่อยู่บริเวณรั้วด้านหน้า จำนวน 3 จุดพิกัด พฤติกรรมมีพิรุธและมีการพกพาอาวุธประเภทมีดสั้น]*

ซูเหยียนหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มที่มุมปากดูเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "ดูเหมือนว่า 'เพื่อนบ้าน' ในเป่ยโจวจะรอต้อนรับพวกเราไม่ไหวเสียแล้ว"

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: สำรวจเมืองเป่ยโจว]**